ผักราคาพุ่ง ‘ศุภจี’คุมเข้มสินค้า

รมว.พาณิชย์เร่งสนับสนุนส่งถุงยังชีพในพื้นที่น้ำท่วม-คุมราคาสินค้า ขอผู้ส่งออกชะลอ 30-50% กันของขาดตลาดเผยมาตรการระยะยาวโครงการ‘ไทยช่วยไทย-ธงฟ้าลดค่าครองชีพ‘กว่า 12,000 จุดทั่วประเทศด้าน’ยะลา’ผลจากน้ำท่วมทำให้แหล่งปลูกผักได้รับผลกระทบ ไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ บางพื้นที่เกิดปัญหาเน่าเสีย ส่งผลให้ราคาผักแพงขึ้นเป็นเท่าตัว ซ้ำผักบางชนิดขาดตลาด
เมื่อเวลา 11.15 น.วันที่ 4 ต.ค.2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลผู้ประสบอุทกภัย ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ว่า จ.ปราจีนบุรี หรือจ.สระแก้ว ที่ระดับน้ำสูงมากทำให้ไม่สามารถใช้รถปกติได้ จึงประสานไปยังกระทรวงกลาโหม ส่งรถเพื่อนำถุงยังชีพ และสินค้าอุปโภค บริโภค ที่จำเป็นเข้าไปในพื้นที่ อ.อำเภอกบินทร์บุรี สิ่งที่จะดูแลคือการเฝ้าระวังสินค้า เช่นสินค้าที่มีมีการเน่าเสียง่าย ผักสดหรือไข่ไก่ ซึ่งอาจจะมีการขาดแคลนในพื้นที่ หรือขายราคาสูง จึงมีการเรียกคุยกับสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ ห้างค้าปลีก ค้าส่ง เพื่อตรวจปริมาณและขอให้แจ้งปริมาณเข้ามาที่กรมกรมการค้าภายในทุกสัปดาห์ พร้อมขอให้ผู้ประกอบการหรือผู้ผลิตส่งออกช้าลง หรือชะลอการส่งออกอย่างน้อย 30-50 % และระยะเวลา 2-3 สัปดาห์ เพื่อสินค้าเพื่อให้สินค้าใน ประเทศได้มีการดูแลอย่างทั่วถึง
นางศุภจี กล่าวต่อว่า ส่วนผู้ประกอบการที่มีการกักตุนหรือขึ้นราคาสินค้ามากเป็นพิเศษ กระทรวงพาณิชย์มีการลงตรวจในพื้นที่อย่างเข้มข้น พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชนหากพบเห็นการขึ้นราคาสินค้าสามารถแจ้งที่ สายด่วน1569 เพื่อให้เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ได้ดูแลอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันในบางพื้นที่ที่ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล กระทรวงพาณิชย์จะเร่งหาอุปกรณ์ทำความสะอาด และอุปกรณ์ซ่อมแซม เพื่อนำไปลงในพื้นที่ เพื่อช่วยกันบิ๊กคลีนนิ่ง ซึ่งกระทรวงพาณิชย์มีทีมที่จะช่วยสนับสนุน ส่วนในระยะยาว จะมีการทำโครงการ ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพตั้งใจจะลงไป ในพื้นที่กว่า 12,000 จุดทั่วทุก ภูมิภาค เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงสินค้าราคาประหยัด เพื่อแบ่งเบาภาระประชาชน
วันเดียวกัน ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง อ.เบต จ.ยะลา ภายหลังเกิดสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดพื้นที่เพาะปลูกผักสด ส่งผลให้ราคาผักสดขยับราคาขึ้นมาทุกชนิด พ่อค้าที่ตั้งแผงผักสดในตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง บอกว่าตอนนี้น้ำท่วมส่งผลกระทบอย่างมากกับเกษตรกรที่ปลูกผักในหลายจังหวัดทำให้ผักที่ปลูกเพื่อส่งออกเกิดความเสียหายเพราะน้ำท่วม และสวนที่ไม่ถูกน้ำท่วม ผักโตไม่ทันตามความต้องการของตลาดและผู้บริโภค เนื่องจากผักสดจากพื้นที่เพาะปลูกส่งมาขายตลาดได้น้อยลง บวกกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นก็ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้รถบรรทุกที่ขนผักสดมาขายต่างก็ต้องขึ้นราคาค่าขนส่งตามกันไปด้วย
โดยผักสดที่ขึ้นราคานั้นเกือบทุกชนิด เช่น ถั่วฝักยาวจากกิโลกรัมละ 45 บาท ก็ขึ้นมาเป็น 70 บาท ต้นหอมจากเดิมกิโลกรัมละ 150 ขึ้นมาเป็น 200บาท ผักชี จากเดิมกิโลกรัมละ 150 ขึ้นมาเป็นกิโลกรัมละ 200 บาท กะหล่ำปลีจากเดิมกิโลกรัมละ60 ขึ้นมาเป็นกิโลกรัมละ 80 บาท เรียกได้ว่าผักทุกอย่างนั้นราคาขึ้นกิโลกรัมละ 10-20 บาท และบางวันผักบางชนิดขาดตลาด
นอกจากนี้ราคาที่มาส่งก็ไม่ได้ตายตัว บางวันก็ถูกลงกว่าเดิม บางวันก็แพงมากจนคนซื้อบ่นกัน แต่พ่อค้าก็อธิบายให้เข้าใจถึงสาเหตุที่ผักขึ้นราคา ซึ่งทางพ่อค้าจะได้กำไรต่อหนึ่งกิโลกรัมเพียง 5-10 บาทเท่านั้น หากบวกราคาเพิ่มผักก็จะขายไม่ออกทำให้เน่าเสีย และผักสดที่ขึ้นมาอย่างต่อเนื่องทุกวันอย่าง ผักคะน้า ผักกวางตุ้ง โดยเฉพาะผักบุ้งจีนจากกิโลกรัมละ 80 ขึ้นมาเป็นกิโลกรัมละ 100 บาท และยังมีแนวโน้มราคาผักสด ขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ซึ่งบรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างก็อยากให้สถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายลงบ้างเพื่อทำให้ราคาผักสดจะได้ถูกลง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

