จบเห่สายหิ้ว! ศุลกากรจับ 2 สาว ซุกมัทฉะญี่ปุ่นเต็ม 7 กระเป๋า ยึดของกลาง 8.5 แสน

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 เพจ กรมศุลกากร : The Customs Department โพสต์ข้อความว่า เกิดเหตุกระทำผิดกฎหมายศุลกากร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสาร ได้ทำการสกัดจับผู้โดยสารหญิงชาวไทยจำนวน 2 ราย ที่พยายามลักลอบนำเข้าผลิตภัณฑ์ "ผงมัทฉะ" (Matcha) จากประเทศญี่ปุ่น ซุกซ่อนในกระเป๋าเดินทาง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 8.5 แสนบาท

ปฏิบัติการจับกุมดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังจากผู้โดยสารหญิงทั้ง 2 รายได้เดินทางจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น มาถึงยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่ศุลกากรได้แสดงตัวขอตรวจค้นสัมภาระอย่างละเอียด และพบว่าภายในกระเป๋าเดินทางทั้ง 7 ใบ มีผงชาเขียวมัทฉะบรรจุซุกซ่อนอยู่เป็นจำนวนมากถึง 1,200 ชิ้น รวมมูลค่าของกลางทั้งสิ้น 853,400 บาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดสินค้าทั้งหมดไว้เป็นของกลาง พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากกรณีที่เกิดขึ้น กรมศุลกากรได้ออกประกาศเน้นย้ำและเตือนไปยังประชาชน รวมถึงกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าพรีออเดอร์ ถึงกฎระเบียบการนำเข้าผลิตภัณฑ์ชาเขียว ทั้งแบบใบชาและผงมัทฉะจากประเทศญี่ปุ่น โดยระบุชัดเจนว่า ผู้โดยสารหรือผู้ประกอบการไม่สามารถหิ้วสินค้าเหล่านี้เข้าประเทศและรับออกไปได้ทันที แต่จะต้องผ่านกระบวนการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ ผู้ที่จะนำเข้าสินค้าประเภทดังกล่าว จะต้องดำเนินการขออนุญาตล่วงหน้าจาก 2 หน่วยงานหลัก ได้แก่
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อตรวจสอบมาตรฐานตามกฎหมายว่าด้วยอาหาร ด่านตรวจพืช กรมวิชาการเกษตร เพื่อตรวจสอบเงื่อนไขและข้อจำกัดการนำเข้าผลิตภัณฑ์พืช
ในส่วนของโครงสร้างภาษีอากรนำเข้านั้น ภายใต้ข้อตกลงองค์การการค้าโลก (WTO) ได้กำหนดอัตราภาษีไว้ 2 กรณี ได้แก่ การนำเข้า “ในโควตา” (In-Quota): เสียภาษีอากรในอัตราร้อยละ 30 (โดยผู้นำเข้าจะต้องมีหนังสือรับรองจากกรมการค้าต่างประเทศมาแสดง) การนำเข้า “นอกโควตา” (Out-of-Quota): จะต้องเสียภาษีอากรนำเข้าในอัตราที่สูงถึงร้อยละ 90
กรมศุลกากรจึงขอแนะนำให้ผู้ที่ประสงค์จะนำเข้าชาเขียวหรือผงมัทฉะ ทำการศึกษาข้อกำหนดและเงื่อนไขของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องล่วงหน้า จัดเตรียมเอกสารและหนังสือรับรองให้ครบถ้วน และต้องสำแดงรายการสินค้าต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรให้ถูกต้องตามพิธีการทุกครั้ง เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของกรมฯ ที่ว่า "ศุลกากร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ใส่ใจสังคม"

