คุ้ยเส้นเงินคดีโกงสอบ สะพัดพันล้าน ปปช.-ปปง.แกะรอยยิบ

คุ้ยเส้นเงินคดีโกงสอบ
สะพัดพันล้าน
ปปช.-ปปง.แกะรอยยิบ
อึ้ง!ดร.วินกุมบัญชีใหญ่
ขรก.ชิงลาออก118ราย
เซ่นปมตกสวรรค์ภาค2
ป.ป.ช.-ปปง.ผนึกกำลังสอบเส้นเงินโกงสอบท้องถิ่นปี 2568 พบแล้วกว่าพันล้าน โยงไปถึงการสอบปี 2564 เผยข้อมูลพบ ดร.วิน ที่อยู่ในเรือนจำเงินสะพัด อุบไต๋มีนักการเมืองเอี่ยวหรือไม่ ย้ำคดีชัดเจนแน่ภายใน 6 เดือน ด้านรักษาการอธิบดีสถ. เผย มี ขรก.ลาออกจากตำแหน่ง เซ่นปมสอบท้องถิ่นไปแล้วอย่างน้อย 118 ราย
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า ขณะนี้คณะไต่สวนอยู่ระหว่างตรวจสอบประเด็นการทุจริต โดยจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ พบเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท และพบความเชื่อมโยงกับการทุจริตสอบท้องถิ่นเมื่อปี 2564
นายสุรพงษ์กล่าวต่อว่า จากข้อมูลดังกล่าว คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติให้เรียกสำนวนที่เคยส่งให้หน่วยงานต้นสังกัดเดิมกลับมาไต่สวนร่วมกันเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากพบว่าเป็นการกระทำของกลุ่มบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกัน โดยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบุคคลใด รวมถึงจะเชื่อมโยงไปถึงนักการเมืองหรือข้าราชการระดับสูงหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากอยู่ในสำนวน แต่คณะทำงานมีข้อมูลและจะขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
ไม่มีการตัดตอนคดี
นายสุรพงษ์กล่าวว่า ส่วนการตรวจสอบเส้นทางการเงิน จะมีสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้ามาช่วยตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก ยืนยันว่าที่ผ่านมา ป.ป.ช.ไม่เคยถูกฝ่ายการเมืองกดดันการทำงาน หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด บุคคลนั้นต้องรับผิด โดยไม่มีการตัดตอน และการดำเนินคดีจะเป็นความผิดทางอาญาหรือทางแพ่ง ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน
นายสุรพงษ์กล่าวว่า ป.ป.ช.เป็นองค์กรอิสระและเป็นเสาหลักของประเทศ การเอาผิดบุคคลใดจะต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบและเป็นไปตามพยานหลักฐาน โดยที่ผ่านมา เมื่อ ป.ป.ช.ชี้มูลและอัยการสั่งฟ้อง ศาลมีคำพิพากษาลงโทษในคดีต่างๆ สูงถึงร้อยละ 98
เสร็จทันในกรอบ 6 เดือน
เมื่อถามว่า มีข้อกังวลว่า หากคดีมาอยู่ในความรับผิดชอบของ ป.ป.ช.แล้วจะเกิดความล่าช้า นายสุรพงษ์กล่าวว่า ที่ผ่านมา ป.ป.ช.ได้สแกนและตรวจสอบทุกคดี และสามารถควบคุมกรอบระยะเวลาการทำงานได้ โดยกรณีทุจริตข้อสอบท้องถิ่น แม้จะมีเอกสารในสำนวนมากกว่า 800,000 แผ่น แต่ยืนยันว่าจะต้องมีความชัดเจนภายในกรอบเวลา 6 เดือน นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569
ทั้งนี้ คณะไต่สวนจะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการตรวจสอบให้มากขึ้น พร้อมพิจารณาว่าความผิดในลักษณะใดควรแยกดำเนินการ เพื่อให้การไต่สวนมีความรวดเร็วและชัดเจนมากขึ้น
เงินสะพัดบัญชี ดร.วิน
แหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) เปิดเผยว่า ตรวจพบพยานหลักฐานชิ้นสำคัญจากการตรวจสอบข้อมูลและธุรกรรมทางการเงินของ นายวิน ธนพชรโภคิน หรือนายอัศวิน โชติพนัง หรือ ดร.วิน หนึ่งในผู้ต้องหาคนสำคัญในคดีทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ในเบื้องต้นพบว่ามีเงินหมุนเวียนผ่านบัญชีนับ 1,000 ล้านบาทในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
“ขณะนี้ ดร.วินยังเป็นเพียงผู้ต้องหาในคดี ซึ่งคดียังไม่สิ้นสุด แต่พยานหลักฐานทางการเงินเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการขยายผลว่าเป็นเงินที่ผู้ต้องหาได้มาจากธุรกรรมอะไร แต่ก็จะขยายผลไปยังกลุ่มเครือข่าย ที่มีทั้งข้าราชการ รวมถึงกลุ่มผู้มีอิทธิพลทางการเมืองที่มีชื่อร่วมขบวนการทั้งหมด” แหล่งข่าว ป.ป.ง. ระบุ
ส่วนความคืบหน้าการไต่สวนคดีแม้การสอบปากคำ ดร.วิน ขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำจะยังไม่ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากนัก อ้างเพียงว่าได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ในขณะนั้น ให้นำแฟลชไดรฟ์บรรจุรายชื่อและข้อมูลผู้เข้าสอบส่งต่อให้กับ จ่าสิบตรี ดร.พิชิต ทั้งพรม ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัท สามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด ซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่แก้ไขคะแนนในการสอบครั้งนี้ก็ตาม
แห่ลาออกแล้ว118ราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กแฟนเพจ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เปิดเผยว่า ข้อมูลเมื่อ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา สถ.เปิดข้อมูลจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศ พบว่ามีข้าราชการลาออก จากตำแหน่งแล้ว 118 ราย จากกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น
นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทย เปิดช่องทางให้บุคคลผู้เคยสมัครสอบ สามารถขอดูคะแนนสอบบรรจุท้องถิ่นได้ ระหว่างวันที่ 13-31 ส.ค.นี้
โดยข้อมูลเมื่อ 19 ส.ค.ที่ผ่านมาพบว่า มีผู้มาขอดูเพิ่มเติม 136 ราย รวมระหว่างวันที่ 13-19 ส.ค. มีผู้มาขอดูแล้ว 740 ราย
สภาถกกมธ.ท้องถิ่น
เมื่อเวลา 09.40น. ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร โดยมี นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย ประธานกมธ.ฯ เป็นประธานการประชุม มีวาระพิจารณาเรื่องการเสียสิทธิบางประการของผู้ที่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการและพนักงานท้องถิ่นในกลุ่มผู้ที่ไม่อยู่ในข่ายทุจริตในการสอบแข่งขันท้องถิ่น ปี 68 โดยเชิญ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เข้าร่วมประชุม
ส่งข้อมูลทุจริตให้ท้องถิ่น
ด้าน นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า หากได้ติดตามกระบวนการตอนนี้กำลังส่งข้อมูล ผู้ที่มีคะแนนผิดปกติให้กับทาง กรรมการจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งหลังจากนั้น กรรมการจังหวัดจะมีการประชุมและส่งข้อมูลให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อให้ถอดถอนผู้ที่ทุจริตและถูกบรรจุเข้าไป เมื่อกลุ่มบุคคลเหล่านี้ถูกถอดถอนออกไปก็จะทำให้มีที่ว่างเดิมเกิดขึ้น
ไม่ควรได้รับเงินเดือน
เมื่อถามว่านอกจากสิทธิ์สอบแล้วจะสืบเนื่องถึงสิทธิ์อะไรบ้าง เช่น เรื่องเงินเดือน นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ทั้งหมดอยู่แล้ว เพราะเราถือว่ามันเป็นสิทธิ์ที่ไม่ควรได้ ก็ต้องดำเนินการต่อแต่นี่เป็นเพียงขั้นตอนแรก ซึ่งคนเหล่านี้จะได้รับสิทธิ์ตั้งแต่เริ่มวันบรรจุหลังจากมีการเรียกบัญชีและบริหารบัญชีเสร็จ เมื่อเรียกคนไปบรรจุก็จะได้รับสิทธิ์ตั้งแต่ตอนนั้น รวมแล้วประมาณ 5,000 กว่าคน แต่ตัวเลขมีการขยับทุกวัน
ต่อข้อถามว่าการถอดถอนรายชื่อ 5,925 คน จะมีอุปสรรคหรือไม่เพราะบางท้องถิ่นยังกังวล สุดท้ายจะยืดเยื้อออกไปหรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ไม่ยืดเยื้อ ตนเข้าใจนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกที่ ว่ามีความกังวลและไม่มีใครอยากเข้าไปยุ่งเรื่องนี้ แต่ในเมื่อเหตุมันเกิดไปแล้วและมีข้อเท็จจริงที่เราสามารถพิสูจน์ได้ ก็ต้องดำเนินการปฏิเสธไม่ได้ว่าบุคคลเหล่านี้เป็นบุคคลที่ไม่ควรได้รับการบรรจุตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
เมื่อถามว่านายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน กังวลว่าเรื่องนี้จะมีการตัดตอน นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ไม่ต้องส่งมาให้ตน ซึ่งท่านอาจจะไม่ไว้ใจตน เพราะเป็นฝ่ายการเมือง ดังนั้น ด้วยความบริสุทธิ์ใจขอให้ส่งไปที่ป.ป.ช. เพราะตนมั่นใจเหลือเกินว่าป.ป.ช. ทำงานเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ถ้าจะมีการกีดกันหรือเข้าไปแทรกแซงจากฝั่งการเมือง ตนคิดว่าการเปิดโปงขบวนการทุจริตสอบครั้งนี้ คงไม่เกิดขึ้นแน่ เพราะทุกคนก็เห็นว่าบุคคลที่ถูกดำเนินคดีที่เข้าไปเกี่ยวข้องหลายคนอยู่ใกล้ชิด รู้จักสนิทสนมกัน ถ้าฝ่ายการเมืองจะเข้าไปกันเพื่อไม่ให้เกี่ยวข้อง คงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เราไม่ได้สนใจว่าเป็นใคร เราสนใจแค่ว่าเขาทำอะไรมากกว่า
ต่อข้อถามว่าไม่ใช่เป็นการฟอกขาวใช่หรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า “ไม่ใช่อยู่แล้ว เราไม่มีการฟอก ถ้าฟอก ก็พูดกันตรง ๆ ว่าระบบพังทั้งหมด รัฐบาลอยู่ไม่ได้หรอกครับ เราไม่ฟอกให้ใคร เราตรงไปตรงมาแน่นอน”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

