ป.ป.ช.ชี้มูลอดีตนายก อบต.หนองแวง-ครอบครัว มีส่วนได้เสียโครงการก่อสร้างถนนดิน 4.5 แสน

ป.ป.ช.ชี้มูลอดีตนายก อบต.หนองแวง-ครอบครัว มีส่วนได้เสียโครงการก่อสร้างถนนดิน 4.5 แสน
วันที่ 21 สิงหาคม 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า
คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นางเพียร แซ่ลี้ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวง อำเภอเทพารักษ์ จังหวัดนครราชสีมา กับพวก กรณีมีส่วนได้เสียโครงการก่อสร้างถนนดินยกระดับบ้านท่าวังศาล หมู่ที่ 15 จากไร่นายลับ (หรือนานางลับ) ถึงคลองมะซาง ตำบลหนองแวง เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 วงเงิน 455,000 บาท โดยใช้ห้างหุ้นส่วนจำกัด แอล แอนด์ เอ็ม เทพา คอนสตรัคชั่น ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัวนางเพียร แซ่ลี้ เข้าเป็นคู่สัญญากับองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวง
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ที่ประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวง อำเภอเทพารักษ์ จังหวัดนครราชสีมา อนุมัติให้จ่ายขาดเงินสะสมงบประมาณ 455,000 บาท เพื่อใช้ในการดำเนินโครงการก่อสร้างถนนดินยกระดับบ้านท่าวังศาล หมู่ที่ 15 จากไร่นายลับ (หรือนานางลับ) ถึงคลองมะซาง ตำบลหนองแวง อำเภอเทพารักษ์ จังหวัดนครราชสีมา จากนั้นนางเพียร แซ่ลี้ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวง ได้อนุมัติให้ใช้วิธีตกลงราคา และสั่งการให้เจ้าหน้าที่พัสดุเสนอรายชื่อผู้ประกอบการเพื่อให้นางเพียร แซ่ลี้ คัดเลือกว่าจะส่งหนังสือเชิญชวนให้รายใด มาเสนอราคาบ้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่พัสดุได้เสนอรายชื่อผู้ประกอบการ จำนวน 24 ราย แต่นางเพียร แซ่ลี้ คัดเลือกเหลือเพียง 6 ราย โดยมีห้างหุ้นส่วนจำกัด แอล แอนด์ เอ็ม เทพา คอนสตรัคชั่น ได้รับการคัดเลือก และให้มีหนังสือเชิญให้เข้าเสนอราคา
ต่อมามีผู้เสนอราคา 3 ราย ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เทพารักษ์ยิ่งเจริญ เสนอราคา 456,000 บาท สูงกว่าราคากลาง 1,000 บาท ห้างหุ้นส่วนจำกัด แอล แอนด์ เอ็ม เทพา คอนสตรัคชั่น เสนอราคา 454,000 บาท ต่ำกว่าราคากลาง 1,000 บาท และห้างหุ้นส่วนจำกัด ช่วยเสริมกิจคอนสตรัคชั่น เสนอราคา 455,000 บาท เท่ากับราคากลาง เจ้าหน้าที่ฝ่ายพัสดุจึงเสนอเห็นควรจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัด แอล แอนด์ เอ็ม เทพา คอนสตรัคชั่น เป็นผู้รับจ้าง เนื่องจากเสนอราคาต่ำสุด ซึ่งนางเพียร แซ่ลี้ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวง อนุมัติตามที่เสนอ และต่อมาห้างหุ้นส่วนจำกัด แอล แอนด์ เอ็ม เทพา คอนสตรัคชั่น ได้เข้าทำสัญญากับองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวง เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2559 ซึ่งพบว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าวมีนางเพียร แซ่ลี้ และนายสมชาย แซ่ลี้ สามีของนางเพียร แซ่ลี้ เป็นเจ้าของกิจการ โดยมีการเปลี่ยนแปลงผู้เป็นหุ้นส่วน คือ นางสาวจุฑามาศ บามขุนทด บุตรสะใภ้ของนางเพียร แซ่ลี้ และนายสมชาย แซ่ลี้ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ แต่หมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ในการติดต่อห้างหุ้นส่วนจำกัด เป็นหมายเลขของนางเพียร แซ่ลี้ ตลอดจนในการนำส่งเงินสมทบประกันสังคมของนายจ้างของห้างหุ้นส่วนจำกัด นางเพียร แซ่ลี้ เป็นผู้นำส่งในนามนายจ้าง
อีกทั้งที่ตั้งของห้างหุ้นส่วนจำกัด ก็เป็นของนางเพียร แซ่ลี้ และใช้ที่ตั้งดังกล่าวในการจดทะเบียนพาณิชย์เพื่อรับซื้อและจำหน่ายพืชผลทางการเกษตรในชื่อ “เพียรการเกษตร” รวมทั้งยานพาหนะเครื่องจักร รถบรรทุก รถแบคโฮ รถเกรดดิน ก็ได้นำมาจัดเก็บไว้ที่ลานเพียรการเกษตร และติดสติกเกอร์ว่า “เพียร” และคนงานจะสวมเสื้อที่แสดงข้อความว่า “เฮียสมชาย เจ๊เพียร” โดยโครงการดังกล่าวมีนายสมชาย แซ่ลี้ เป็นผู้ควบคุมงานด้วยตนเอง นอกจากนี้ในการเบิกจ่ายเงินค่าจ้าง ปรากฏว่า นางเพียร แซ่ลี้ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวง อนุมัติให้เบิกจ่ายเงินค่าจ้าง พร้อมกับส่งมอบเช็ค และสั่งการให้หัวหน้าสำนักปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวง นำเช็คฝากเงินเข้าบัญชีของห้างหุ้นส่วนจำกัด แอล แอนด์ เอ็ม เทพา คอนสตรัคชั่น แล้วถอนเงินสดจำนวน 440,000 บาท มาส่งมอบให้กับนางเพียร แซ่ลี้ ที่ห้องทำงานของนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวงตามที่นางเพียร แซ่ลี้ สั่งการ
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติ ดังนี้
1.การกระทำของนางเพียร แซ่ลี้ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 มาตรา 152 และมาตรา 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 100 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 122 วรรคหนึ่ง และมาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 126 (1) ประกอบมาตรา 168 และมาตรา 172) และมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 64/2 และมาตรา 92
2.การกระทำของนายสมชาย แซ่ลี้ ห้างหุ้นส่วนจำกัด แอล แอนด์ เอ็ม เทพา คอนสตรัคชั่น และนางสาวจุฑามาศ บามขุนทด มีมูลความผิดทางอาญาฐานสนับสนุนนางเพียร แซ่ลี้ ตามฐานความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 152 มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 และพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัย ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ ต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ

