พฐ.หาสาเหตุไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้ว 170 ราย

วันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้ขนาดใหญ่ภายในศูนย์การค้าคลองถมเซ็นเตอร์ว่า กรุงเทพมหานครยังคงติดตามสถานการณ์และควบคุมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อคืนพบจุดความร้อน 3 จุด แต่อุณหภูมิไม่สูงมาก ภาพรวมสถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ และคาดว่าใกล้เข้าสู่ภาวะปกติ
ขณะนี้ กทม. ให้ความสำคัญกับการประเมินความปลอดภัยของพื้นที่และอาคารโดยรอบ โดยเฉพาะอาคารแถวด้านหลัง เพื่อพิจารณาว่าบริเวณใดสามารถกลับเข้าใช้งานได้ พร้อมมอบหมายให้สำนักงานเขตติดตามและสำรวจความเสียหาย เพื่อเร่งฟื้นฟูพื้นที่และให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

ทั้งนี้ กทม. เปิดจุดบริการแบบ One Stop Service ณ บริเวณศาลาวัดพระพิเรนทร์ เพื่อรับลงทะเบียนผู้ได้รับความเสียหายและรวบรวมข้อมูลสำหรับประสานการช่วยเหลือ ขณะนี้เริ่มมีผู้ได้รับผลกระทบเข้ามาแสดงตัวแล้ว รวมถึงกรณีรถยนต์ที่ติดค้างอยู่ภายในอาคาร เบื้องต้นคาดว่ามีประมาณ 8 คัน แต่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบจำนวนที่แน่นอน ส่วนการชดเชยความเสียหาย กทม. จะรวบรวมข้อมูลและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัทประกันภัย และเจ้าของอาคาร เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบได้รับการช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า ได้สั่งการให้สำนักงานเขตสำรวจพื้นที่โดยรอบ ทั้งพื้นที่ว่างและพื้นที่ค้าขายที่สามารถรองรับผู้ประกอบการซึ่งได้รับผลกระทบและต้องการกลับมาประกอบอาชีพ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงที่พื้นที่เดิมยังไม่สามารถใช้งานได้ หากมีผู้ที่มีพื้นที่ค้าขายและประสงค์เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบเข้ามาค้าขาย สามารถแจ้งสำนักงานเขต เพื่อให้ กทม. ประสานและจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมต่อไป
สำหรับพื้นที่บ้านเรือนประชาชนบริเวณด้านหลัง กทม. อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายเป็นรายกรณี โดยเบื้องต้นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหลักอยู่บริเวณตัวคลองถมเซ็นเตอร์และห้องแถวอาคารสายทองประมาณ 8-9 คูหา
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยังกล่าวว่าถึงการติดตามคุณภาพอากาศ ว่า กทม. จะยังคงติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในพื้นที่และบริเวณโดยรอบ โดยยังคงส่งรถตรวจวัดคุณภาพอากาศโดยรอบอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตามแนวทิศทางลม หลังช่วงแรกของเหตุการณ์พบค่าฝุ่น PM2.5 และ PM10 สูง แต่สถานการณ์ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และไม่พบก๊าซพิษในระดับที่น่าเป็นห่วง
สำหรับการตรวจสอบหาสาเหตุเพลิงไหม้ กทม. ได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เข้าตรวจสอบพื้นที่ โดยเบื้องต้นคาดว่าจุดต้นเพลิงอยู่บริเวณบล็อก 5 หรือโซน C ลึกเข้าไปประมาณ 20 เมตร อย่างไรก็ตาม โครงสร้างชั้น 2 ที่พังทลายลงมาทับชั้น 1 ทำให้การเข้าตรวจสอบต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง กทม. ได้ประสานฝ่ายโยธาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินความปลอดภัยของโครงสร้างก่อนให้เจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติงาน โดยการตรวจสอบจะใช้ทั้งพยานวัตถุ พยานบุคคล และหลักฐานแวดล้อมประกอบกัน

ทั้งนี้ เมื่อสามารถควบคุมเพลิงได้อย่างเด็ดขาดและการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่แล้วเสร็จ กทม. จะดำเนินการกั้นพื้นที่อันตรายและส่งต่อภารกิจในส่วนการรื้อถอนอาคารให้เป็นหน้าที่ของเจ้าของอาคารตามขั้นตอน รวมถึงจะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งดูแลความปลอดภัย ฟื้นฟูพื้นที่โดยรอบ และประสานความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อให้พื้นที่กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
ขณะที่ พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าสำรวจพื้นที่โดยรอบ แต่ยังไม่สามารถเข้าไปเก็บพยานหลักฐานบริเวณจุดเกิดเหตุได้ เนื่องจากพื้นลานจอดรถบริเวณชั้น 2 และชั้น 3 ถล่มลงมา โดยจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณชั้น 1 โซนซี
ขณะนี้ พฐ. ทราบจุดต้นเพลิงจากภาพวิดีโอแล้ว แต่ยังต้องตรวจสอบหาสาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ โดยจำเป็นต้องรื้อถอนโครงสร้างบริเวณชั้น 2 และ 3 ออกก่อน เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปตรวจสอบและเก็บพยานหลักฐานได้อย่างปลอดภัย
นอกจากนี้ ระหว่างการตรวจพื้นที่ยังพบว่ามีกลิ่นสารเคมีค่อนข้างรุนแรง ทำให้พยานบุคคลที่เจ้าหน้าที่นำเข้ามาชี้จุดเกิดเหตุมีอาการเป็นลม
ด้าน นายศุภกรณ์ สอนใหม่ หัวหน้าฝ่ายโยธา สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ระบุว่า ได้แจ้งให้เจ้าของอาคารดำเนินการจัดหาผู้รับเหมา รวมถึงวิศวกรควบคุมงาน เพื่อรื้อถอนโครงสร้างที่ได้รับความเสียหาย โดยจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานที่จะเข้าตรวจสอบพื้นที่ด้วย เบื้องต้นเจ้าของอาคารให้ความร่วมมือ และคาดว่าจะเร่งดำเนินการภายในสัปดาห์นี้

ส่วน พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 เปิดเผยความคืบหน้าทางคดีว่า ตำรวจได้จัดศูนย์รับแจ้งความและอำนวยความสะดวกให้ผู้ได้รับความเสียหายตั้งแต่วันแรก โดยขณะนี้มีผู้เข้าแจ้งความแล้ว 170 ราย และสอบปากคำแล้ว 138 ราย สำหรับผู้เสียหายที่ก่อนหน้านี้อาจจำรายละเอียดความเสียหายได้ไม่ครบ สามารถเข้าแจ้งความเพิ่มเติมได้ที่ สน.พลับพลาไชย 1 ซึ่งจัดเจ้าหน้าที่ไว้รองรับโดยเฉพาะ ส่วนการสอบสวน ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน
ทั้งจากพยานบุคคล พยานแวดล้อม และข้อมูลจากกองพิสูจน์หลักฐาน รวมถึงประสานกับกรุงเทพมหานคร เพื่อเชื่อมโยงหลักฐานทั้งหมดเข้าด้วยกัน ส่วนประเด็นสาเหตุเพลิงไหม้ ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งการเกิดจากอุบัติเหตุหรือการจงใจ โดยมอบหมายฝ่ายสืบสวนตรวจสอบไว้หลายแนวทาง และรอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานเพื่อประกอบสำนวนคดี สำหรับเรื่องประกันภัยของอาคาร เบื้องต้นได้รับข้อมูลว่ามีการทำประกันไว้ แต่ยังไม่มีเอกสารยืนยัน จึงต้องรอตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานให้ชัดเจนอีกครั้ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

