อนุทินไม่เชื่อเผาไล่ที่ คลองถมยับ ไฟไหม้ตลาดข้ามคืน วอด100%ต้องรื้อทิ้ง

อนุทินไม่เชื่อเผาไล่ที่
คลองถมยับ
ไฟไหม้ตลาดข้ามคืน
วอด100%ต้องรื้อทิ้ง
เจ็บ11ราย-วิกฤต1คน
เตือนให้ระวังควันพิษ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงลุยสู้ไฟที่โหมไหม้“คลองถมเซ็นเตอร์” ข้ามคืน ศูนย์เอราวัณรายงานมีผู้บาดเจ็บ 11 ราย อาสาดับเพลิงวิกฤต 1 เขตป้อมปราบฯตั้งจุดรับลงทะเบียนผู้ได้รับผลกระทบ ด้าน นายกฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้ เตือนประชาชนหลีกเลี่ยงควันพิษ สั่งตำรวจดูแลเข้มข้น ป้องกันโจร ฉวยโอกาสขโมยของซ้ำเติมผู้ประกอบการลั่นต้องลงโทษขั้นเด็ดขาด ระบุ จะเปิดขายต่อหรือไม่ต้องคุยกับผู้ประกอบการอีกครั้ง ไม่เชื่อสาเหตุมาจาก“เผาไล่ที่” รอ พฐ.สรุป คาดใช้เวลาไม่นาน “ชัชชาติ” เผย ความเสียหาย100% ต้องรื้อโครงสร้าง พร้อมเตือนค่าฝุ่นพิษสูง
เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 28 สิงหาคม 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าเหตุการณ์เพลิงไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ว่า อาคารดังกล่าวมีโครงสร้างเหล็ก ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการยุบตัวหรือสูญเสียกำลังเมื่อได้รับความร้อนสูง โดยขณะนี้หลังคาและโครงสร้างบางส่วนเริ่มทรุดตัวลง
ลุยดับเพลิงทั้งคืน-ไฟสงบตี 5ครึ่ง
ทั้งนี้ นายชัชชาติ ได้เดินทางเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในคลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร โดย นายสุริชัย รวิวรรณ ผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) รายงานสถานการณ์และการปฏิบัติของทีมเจ้าหน้าที่ โดยกรุงเทพมหานครรายงานเหตุเพลิงไหม้ภายในคลองถมเซ็นเตอร์ ระบุที่มาจากศูนย์วิทยุพระราม199 ดังนี้ เวลา 20.45 น. เหตุเพลิงไหม้ภายในคลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยสวนมะลิ ถึงที่เกิดเหตุ เพลิงกำลังลุกไหม้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างใช้น้ำทำการดับ
เวลา 20.50 น. ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 1 ซึ่งเป็นร้านค้า เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยพญาไท,บรรทัดทอง,บางรัก,ภูเขาทอง,สามเสน,พหลโยธิน,บางโพ,สุทธิสาร สนับสนุนที่เกิดเหตุ เวลา 21.12 น. เพลิงลุกไหม้เต็มพื้นที่ เวลา 21.27 น. ด้านทางขึ้นลานจอดรถยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ และมีเสียงระเบิดเป็นระยะๆ และด้านหลังอาคารเริ่มมีแสงเพลิง เวลา 21.35 น. บริเวณด้านในของอาคารเริ่มมีการทรุดตัว
ต่อมา เวลา 23.13 น. สปภ.รายงาน เหตุเพลิงไหม้ภายในคลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร กระทั่งเวลา 05.32 น. เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว
ศูนย์เอราวัณรายงานบาดเจ็บ11ราย
สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย โดยนายสมานมิตร แยงไธสง ผู้อำนวยการเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย พร้อมผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตฯ เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้ พร้อมตั้งศูนย์รับลงทะเบียนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น
เมื่อเวลา 05.32 น. วันที่ 29 สิงหาคม 2569 สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. รายงานเหตุเพลิงไหม้ภายในอาคารคลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 11 ราย ฉุกเฉินวิกฤต 1 ราย เป็นอาสาดับเพลิง สำลักควัน เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลกลาง ใส่ท่อช่วยหายใจ เบื้องต้นรู้สึกตัวแล้ว และฉุกเฉินกึ่งวิกฤต 1 ราย บาดเจ็บเล็กน้อย 9 ราย
นายกฯตรวจ ไฟไหม้คลองถม
เมื่อเวลา 10.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้เดินทางลงพื้นที่เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้ใหญ่ภายในศูนย์การค้าคลองถมเซ็นเตอร์ โดยเดินทางมาในชุดอยู่บ้านสบายๆ พร้อมสวมหน้ากากอนามัย 2 ชั้น เพื่อความปลอดภัยจากฝุ่นควัน หลังเจ้าหน้าที่สกัดเพลิงไว้ได้ โดยระหว่างลงพื้นที่ได้พูดคุยกับชาวบ้านและให้กำลังใจตลอดเส้นทางก่อนที่จะเข้าไปถึงจุดที่รถแบ๊กโฮกำลังทำงานและเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งฉีดน้ำเพื่อให้ควันไฟเบาบางลง เนื่องจากบางจุดยังมีไฟปะทุ
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้เข้าสำรวจความเสียหายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยได้พูดคุยกับเจ้าของโครงการคลองถมเซ็นเตอร์ ช่วงหนึ่งเจ้าของโครงการรายงานให้นายกรัฐมนตรีฟังว่า พื้นที่ดังกล่าวมี 4 ไร่ หากคิดเป็นพื้นที่ใช้สอย อยู่ที่ประมาณ 8,000 กว่าตารางเมตร และส่วนตนเองเป็นเจ้าของที่ตามสัญญา เมื่อวานเราพยายามทำทุกอย่างไม่ให้มีคนเจ็บ หลังจากนี้ ด้วยภาวะเศรษฐกิจด้วย อาจจะไม่มีคลองถมแล้ว เดี๋ยวนี้ออนไลน์มันแรงด้วย และตอนเกิดเหตุร้านปิดหมด ประมาณ 6 โมงเย็น ก็ไม่มีคนอยู่แล้ว เสาร์-อาทิตย์ ก็ไม่ค่อยมีคน
ป้องกันการปะทุซ้ำเต็มที่
หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ออกมาให้สัมภาษณ์สรุปสถานการณ์ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงในภาพรวมไว้ได้แล้ว แต่ยังคงมีกลุ่มไฟและจุดความร้อนลุกไหม้เป็นหย่อมๆ อยู่ภายในพื้นที่ ซึ่งไม่สามารถเข้าไปได้โดยง่าย จึงได้ประสานงานนำรถแบ๊กโฮเข้ามาช่วยเคลียร์และเปิดทาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงฉีดน้ำเข้าถึงจุดต้นเพลิงได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมฉีดน้ำหล่อเลี้ยงไว้ตลอดเวลา เพื่อป้องกันการปะทุซ้ำ ยืนยันว่าไม่มีสิ่งใดต้องน่ากังวลว่าเพลิงจะลุกลามขยายวงกว้างอีก
และเนื่องจากเพลิงไหม้เกิดขึ้นในพื้นที่ร้านค้าส่งและอุปกรณ์ต่างๆ สินค้าบางส่วนเป็นเคมีภัณฑ์และอุปกรณ์ไฟฟ้า ส่งผลให้เกิดควันพิษหนาแน่นและมีกลิ่นแรง นายกรัฐมนตรีจึงขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงและผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หลีกเลี่ยงการเดินทางเข้ามาในบริเวณจุดเกิดเหตุ หากจำเป็นต้องเข้ามา ให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพื่อป้องกันอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ
สั่งตำรวจดูแลห้ามมีขโมยของ
ทั้งนี้ รัฐบาลและกรุงเทพมหานคร ได้ส่งกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ตั้งแต่ช่วงดึกที่ผ่านมา สามารถบล็อกพื้นที่เส้นทางไม่ให้เพลิงลุกลามไปยังบ้านเรือนประชาชนข้างเคียงได้ทันท่วงที โดยได้รับความชื่นชมจากชาวบ้านและผู้ประกอบการว่าเจ้าหน้าที่เข้าถึงพื้นที่ได้รวดเร็ว สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บได้รับการดูแลและเยียวยาแล้ว โดยผู้ที่มีอาการหนักได้รับการรักษาจนพ้นขีดอันตราย
ขณะที่จากกรณีที่มีรายงานว่ามีคนฉวยโอกาสเข้ามาขโมยสินค้าในช่วงเช้ามืด นายกรัฐมนตรีระบุว่า ได้กำชับไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้จัดกำลังสายตรวจคอยเฝ้าสอดส่องดูแลสินค้าของผู้ประกอบการที่ยังคงเหลืออยู่อย่างใกล้ชิด พร้อมฝากเตือนไปยังผู้ที่จะซ้ำเติมผู้เดือดร้อนว่า “หากตรวจพบหรือจับกุมได้ จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดและลงโทษขั้นสูงสุด”
ต้องดูอีกครั้งจะกลับมาเปิดหรือไม่
เมื่อถูกถามถึงกรณีที่ผู้ประกอบการและเจ้าของอาคารตัดพ้อว่าอาจไม่มีการทำตลาดคลองถมต่อ เนื่องจากโครงสร้างอาคารเสียหายหนัก ยุบตัวลงมา และสู้กระแสการค้าออนไลน์ไม่ไหว นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้เจ้าของอาจกำลังท้อแท้ เสียใจ เพราะเป็นสถานที่สร้างอาชีพให้ผู้คนและชาวบ้านมานานหลายสิบปี
เมื่อถามย้ำว่าจะปิดตำนานคลองถมเซ็นเตอร์เลยหรือไม่ นายกรัฐมนตรียอมรับว่า เจ้าของธุรกิจได้รับผลกระทบหนักจากไฟไหม้ครั้งนี้ อีกทั้งตลาดยุคใหม่เป็นตลาดออนไลน์ ก็จะต้องมีการพูดคุยกันภายหลังว่าจะกลับมาค้าปลีกหรือค้าย่อยได้อีกหรือไม่ คุ้มค่าหรือไม่กับการแข่งขันการค้ายุคใหม่ อย่างไรก็ตาม โครงสร้างอาคารและทรัพย์สินต่างๆ มีการทำประกันภัยไว้ ซึ่งจะมีการชดเชยตามขั้นตอนประกันภัยต่อไป
ไม่เชื่อสาเหตุมาจากเผาไล่ที่
สำหรับกรณีผู้ค้าแผงลอยที่ไม่ได้ทำประกันภัยไว้กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานภาครัฐได้ตั้งโต๊ะจุดลงทะเบียนอำนวยความสะดวกแบบ One Stop Service ณ วัดพระพิเรนทร์ เพื่อให้ผู้เสียหายมาแจ้งรายละเอียด พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ผู้เดือดร้อนมาลงทะเบียนเพื่อรับเงินชดเชย และช่วยเหลือตามระเบียบหลักเกณฑ์การบรรเทาสาธารณภัยแล้ว
ส่วนการตั้งข้อสังเกตกรณีข่าวลือการวางเพลิงเพื่อไล่ที่ นายกรัฐมนตรียืนยันว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ของทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จึงไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องทำเช่นนั้น ขออย่าตั้งสมมติฐานที่บั่นทอนจิตใจผู้ประสบภัย ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริง อยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เข้าตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งคาดว่าจะทราบผลสรุปในเวลาอีกไม่นาน
ผู้ว่าฯกทม.ระบุไฟไหม้เสียหาย100%
ต่อมา นายชัชชาติ ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว พร้อมตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยกล่าวว่า ขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงได้เกือบทั้งหมดแล้ว แต่ยังมีไฟคุกรุ่นและจุดความร้อนบางส่วนอยู่ภายในอาคาร ซึ่งอยู่ระหว่างการใช้รถแบ็กโฮเปิดทาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงและดับไฟบริเวณด้านในได้ โดยต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากโครงสร้างอาคารได้รับความเสียหายอย่างหนัก
“ความเสียหายขณะนี้ 100 เปอร์เซ็นต์ เต็มพื้นที่ 4 ไร่ คลองถมเซ็นเตอร์ก็คงไม่มีแล้ว ก็ต้องรื้อเพราะโครงสร้างสภาพเสียหายค่อนข้างเยอะ ทีมโดรนของกทม. ได้ขึ้นสำรวจบริเวณรอบพื้นที่ บันทึกเหตุการณ์ และช่วยประเมินสถานการณ์ได้ ซึ่งจากภาพพบว่า ตัวอาคารยุบตัวทั้งหมดจากด้านใน ห้องแถวด้านข้างประมาณ 8-9 ห้อง มีไฟไหม้อยู่ 2 ห้อง โดยรถแบ็กโฮเข้าไปเจาะทาง เพื่อจะเข้าไปดับไฟในบริเวณด้านในแล้ว” นายชัชชาติ กล่าว
เตือนปชช.ระวังค่าฝุ่นพิษสูง
สำหรับข้อกังวลเรื่องควันและสารพิษ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า จากการตรวจวัดเบื้องต้น ขณะนี้ยังไม่พบค่าก๊าซหรือสารพิษที่อยู่ในระดับน่าเป็นห่วง โดยตรวจวัดสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC) ได้ประมาณ 0.4 ppm และบริเวณที่ตรวจวัดยังอยู่ในระดับปกติ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีควันและฝุ่นจากเหตุเพลิงไหม้ จึงต้องติดตามคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในขณะนี้คือ ฝุ่นละออง โดยเฉพาะ PM2.5 ซึ่งบริเวณจุดเกิดเหตุตรวจวัดได้ประมาณ 630 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จึงขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่เกิดเหตุหากไม่มีความจำเป็น และหากอยู่ในบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากกลุ่มควัน ควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น โดยเฉพาะ หน้ากาก N95 ขณะที่กลุ่มเปราะบางควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ทั้งนี้ ทิศทางลมมีแนวโน้มพัดไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ กทม. จึงอยู่ระหว่างติดตามทิศทางลมและตรวจวัดคุณภาพอากาศเพิ่มเติมในพื้นที่ตามแนวลม เพื่อประเมินผลกระทบและแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ว่าฯ ชัชชาติ ย้ำว่า แม้ขณะนี้ยังไม่พบค่าก๊าซหรือสารพิษที่น่าเป็นห่วง แต่ประชาชนควรติดตามสถานการณ์และปฏิบัติตามคำแนะนำของ กทม. โดยเฉพาะการป้องกันฝุ่นและหลีกเลี่ยงพื้นที่เกิดเหตุ
เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ กทม. ได้นำ โดรนพร้อมกล้องอินฟราเรด เข้ามาช่วยตรวจสอบจุดความร้อนและสภาพพื้นที่จากมุมสูง เพื่อสนับสนุนการวางแผนเข้าปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมจัดทำแผนที่แสดงจุดเสี่ยง จุดความร้อน และทิศทางลม เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่และทุกภาคส่วนที่ร่วมปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่า กทม. จะติดตามทั้งสถานการณ์เพลิงไหม้และคุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชน และรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

