รวบหนุ่ม 24 ลวงเด็ก ม.6 ผ่านเฟซบุ๊ก อ้างชวนไปเที่ยวก่อนพาเข้าโรงแรม แอบถ่ายคลิปแบล็กเมลปล่อยว่อนโรงเรียน

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบหนุ่มลวงนักเรียนหญิงกระทำอนาจาร แอบถ่ายคลิปแบล็กเมล ปล่อยว่อนโรงเรียน
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ภายใต้อำนวยการสั่งการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม., พ.ต.อ.พัฒนา ฉายาวัฒน์, พ.ต.อ.ณรงค์ เทศวิบูลย์,พ.ต.อ.มารุต กาญจนขันธกุล, พ.ต.อ.ทองศูนย์ อุ่นวงค์ รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.อรรถพร สุริยเลิศ รอง ผบก.ปอท.รรท. รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.พงศกร โนรี ประจำ (สบ 5) บก.ปคม., พ.ต.อ.เถกิงวุฒิ กิตติศุภคุณ,พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์ ผกก.1 บก.ปคม., พ.ต.ท.เอกรณการ นาคนิยม, พ.ต.ท.รัศมิ์ธศิลป์ ป้องอาณา รอง ผกก.1 บก.ปคม.,พ.ต.ท.ณัฏฐพัชร์ งามประดิษฐ์ , พ.ต.ท.สุรศักดิ์ หญีตบึ้ง รอง ผกก.1 บก.ปคม. และ พ.ต.ท.ธนกร จาวรุ่งวณิชสกุล รอง ผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ปคม.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.นนทพัทธ์ กาวชู สว.กก.1 บก.ปคม., ร.ต.อ.สุทธิรักษ์ แก่นจันดา, ร.ต.อ.เจตนารมณ์ อัตถาวงศ์ รอง สว.กก.1 บก.ปคม., ว่าที่ ร.ต.ต.จีระพันธ์ คำมุข รอง สว.(ป.) กก.1 บก.ปคม. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปคม.
ร่วมกันจับกุม นายเกรียงไกร อายุ 24 ปี ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ 632/2567 ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน พรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล เพื่อกำไร หรือเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย, พาบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม
สถานที่จับกุม บริเวณปากซอยกาญจนาภิเษก 25 แยก 1-6 แขวงทับช้าง เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อช่วงต้นปี 2567 หญิงสาวผู้เสียหาย ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้รู้จักกับ นายเกรียงไกร ผ่านทาง Facebook จนกระทั่งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2567 ผู้ต้องหาได้ทักข้อความแชตออกอุบายชักชวนผู้เสียหายไปเดินเที่ยวเล่นที่ตลาดแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยขับขี่รถจักรยานยนต์มารับผู้เสียหายถึงบ้านพัก แต่เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อซ้อนท้ายรถไปด้วย ผู้ต้องหากลับไม่ได้พาไปตลาดตามที่ตกลงกันไว้ กลับออกนอกเส้นทางและพาผู้เสียหายเลี้ยวเข้าไปยังโรงแรมแห่งหนึ่งในเขตอำเภอวังน้อย ก่อนจะใช้โอกาสดังกล่าวร่วมหลับนอนกับผู้เสียหาย โดยที่ผู้เสียหายไม่ยินยอมพร้อมใจ
ทั้งนี้ ผู้ต้องหายังได้วางแผนแอบติดตั้งกล้องบันทึกภาพวิดีโอไว้โดยที่ผู้เสียหายไม่รู้ตัว เพื่อหวังใช้เป็นเครื่องมือในการควบคุม และข่มขู่ในอนาคต
ต่อมาช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2567 ผู้เสียหายเริ่มพยายามตีตัวออกห่าง และขอยุติความสัมพันธ์
แต่ผู้ต้องหากลับไม่ยินยอม และได้ส่งคลิปวิดีโอที่แอบบันทึกภาพวิดีโอขณะร่วมประเวณีกับผู้เสียหายกลับมา พร้อมทั้งข่มขู่ว่า หากตัดสัมพันธ์จะนำคลิปไปเผยแพร่ประจาน ทำให้ผู้เสียหายตกอยู่ในภาวะจำยอมและหวาดกลัว กระทั่งเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2567 เพื่อนร่วมชั้นเรียนได้นำคลิปวิดีโอลามกอนาจารมาให้ ผู้เสียหายดู เพื่อสอบถามว่าเป็นบุคคลในคลิปดังกล่าวหรือไม่ พร้อมแจ้งว่าคลิปดังกล่าวได้ถูกส่งต่อและแพร่กระจายไปทั่วโรงเรียน สร้างความอับอาย เสียชื่อเสียง และส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผู้เสียหายอย่างรุนแรง
ผู้เสียหายจึงตัดสินใจนำเรื่องราวทั้งหมดเข้าปรึกษามารดา จากนั้นมารดาจึงพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.วังน้อย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย จนนำไปสู่การขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปคม. ได้ทำการสืบสวนแกะรอยติดตามจับกุมผู้ต้องหาซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับ จนกระทั่งสืบทราบว่าผู้ต้องหา ได้หลบหนีมากบดานพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ แขวงทับช้าง
เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงพื้นที่เฝ้าสังเกตการณ์อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งพบบุคคลที่มีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ ปรากฏตัวอยู่บริเวณปากซอยกาญจนาภิเษก 25 แยก 1-6
แขวงทับช้าง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบ และแสดงหมายจับ พบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง จึงดำเนินการจับกุมตัว พร้อมแจ้งสิทธิและข้อกล่าวหาตามกฎหมาย ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังน้อย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เตือนภัย ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอฝากเตือนภัยไปยังผู้ปกครอง ควรดูแลเอาใจใส่ และให้คำแนะนำบุตรหลานในการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างใกล้ชิด หมั่นสังเกตพฤติกรรมหรืออารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น มีอาการซึมเศร้า เก็บตัว หรือวิตกกังวลผิดปกติ หากพบสิ่งผิดปกติควรเปิดใจรับฟังปัญหาด้วยความเข้าใจและใจเย็น หลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์หรือการคาดคั้น เพื่อให้เด็กกล้าพูดความจริง
ทั้งนี้ หากตกเป็นเหยื่อของการถูกข่มขู่ แบล็กเมล หรือการล่วงละเมิดในลักษณะดังกล่าว อย่าเก็บไว้เพียงลำพัง ให้รีบแจ้งผู้ปกครอง ครู หรือติดต่อขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทันที เพื่อยับยั้งความเสียหายและนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

