“ซาบีดา” บุกศธ.คุย ประเสริฐ ผลักดันชุดไทยพระราชนิยม-ผ้าไทย บรรจุในหลักสูตรการเรียนรู้

“ซาบีดา” บุกกระทรวงศึกษาฯ คุย “ประเสริฐ” ผลักดันชุดไทยพระราชนิยม – ผ้าไทย บรรจุในหลักสูตรการเรียนรู้ของเยาวชน
วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เวลา 10.00 น. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมคณะ เดินทางไปยังกระทรวงศึกษาธิการ พบหารือกับนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมประชุมถึงแนวทางความร่วมมือขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการศึกษา เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านผ้าไทย ศิลปหัตถกรรม ประวัติศาสตร์ และความหลากหลายทางวัฒนธรรม เข้ากับการพัฒนาผู้เรียนและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อสร้างทักษะอาชีพและรายได้ให้ชุมชน โดยฝ่ายของกระทรวงวัฒนธรรม มี นายปารเมศ โพธารากุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางโชติกา อัครกิจโสภากุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม
ที่ประชุมเสนอแนวทางความร่วมมือ 5 ด้าน ได้แก่
1. ผ้าไทยและชุดไทยสู่การเรียนรู้และการออกแบบร่วมสมัย พัฒนาชุดองค์ความรู้กลางที่ถูกต้องและมีแหล่งอ้างอิง โดย วธ. ประสานผู้เชี่ยวชาญและชุมชน และ ศธ. นำไปพัฒนาสื่อและหนังสืออ่านเพิ่มเติมให้เหมาะกับแต่ละช่วงวัย รวมถึงบูรณาการในหลักสูตรเดิม สาระท้องถิ่น และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยไม่เพิ่มเวลาเรียน พร้อมร่วมตรวจทานความถูกต้องของสื่อและหนังสือเรียน ตลอดจนประยุกต์ใช้องค์ความรู้จากหนังสือ Thai Textiles Trend Book ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นบรรณาธิการบริหาร เพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษาเรื่องสี วัสดุ ลวดลาย และการออกแบบ แล้วนำไปพัฒนาผลงานที่รักษาอัตลักษณ์ท้องถิ่นและตอบโจทย์การใช้งานจริง
2. ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมไทย และความเป็นพลเมือง ส่งเสริมแนวคิด “พิพิธภัณฑ์คือห้องเรียน” โดยใช้พิพิธภัณฑ์ โบราณสถาน และชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้จากหลักฐานจริง เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจรากเหง้า พัฒนาทักษะคิดวิเคราะห์ และเคารพความหลากหลาย พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลแหล่งเรียนรู้ พัฒนาครูและสื่อร่วมกัน รวมถึงพิจารณาแนวทางลดข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ โดยมีข้อเสนอให้นักเรียนเข้าชมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
3. ช่างฝีมือไทย ชุดไทย และชุดประจำชาติ ต่อยอดสถานศึกษาอาชีวศึกษาและเครือข่ายฝึกอาชีพที่มีอยู่ เพื่อพิจารณาพัฒนาเป็นศูนย์หรือเครือข่ายฝึกทักษะผ้าไทยและศิลปหัตถกรรม โดยให้ความสำคัญกับการผลิตกำลังคนด้านช่างตัดเย็บซึ่งยังขาดแคลน เชื่อมโยงครูช่าง นักออกแบบ ผู้ประกอบการ และผู้ซื้อ เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกออกแบบ ผลิต ควบคุมคุณภาพ คำนวณต้นทุน และทดลองตลาด พร้อมพัฒนาทักษะภาษาและการตลาดดิจิทัล เพื่อยกระดับฝีมือและคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของตลาดสากล ต่อยอดสู่โอกาสมีงานทำและสร้างรายได้ โดยให้เครดิตและแบ่งปันประโยชน์แก่เจ้าของภูมิปัญญาอย่างเหมาะสม
4. ภาษาและวัฒนธรรมชาติพันธุ์ ต่อยอดการจัดการเรียนรู้แบบทวิภาษาหรือพหุภาษาโดยใช้ภาษาแม่เป็นฐาน (MTB-MLE) พัฒนาสื่อและวิธีสอนร่วมกับเจ้าของภาษาและผู้รู้ในชุมชน เพื่อให้เด็กเข้าถึงการเรียนรู้และพัฒนาภาษาไทยได้อย่างมั่นคง ควบคู่กับการรักษาภาษาแม่และอัตลักษณ์ของชุมชน รวมถึงบันทึกเรื่องเล่า คำศัพท์ และภูมิปัญญาด้านงานหัตถกรรมเพื่อส่งต่อสู่คนรุ่นใหม่ โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพิจารณาการเผยแพร่และนำข้อมูลไปใช้
5. การซ่อมแซมเครื่องดนตรีไทย จากการส่งเสริมให้เยาวชน นักเรียน และนักศึกษาเรียนรู้การเล่นเครื่องดนตรีไทยมากขึ้น แต่ยังขาดแคลนช่างฝีมือที่มีองค์ความรู้ถูกต้องในการซ่อมแซมเครื่องดนตรีไทย จึงเสนอให้ สพฐ. สกร. และหน่วยงานด้านอาชีวศึกษา ร่วมมือกับกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพิ่มหลักสูตรการซ่อมเครื่องดนตรีและเร่งผลิตกำลังคนด้านนี้ เพื่อรองรับการพัฒนาในทุกช่วงวัย
แนวทางการขับเคลื่อนความร่วมมือ การขับเคลื่อนความร่วมมือมุ่งใช้หลักสูตร สถานศึกษา และเครือข่ายที่มีอยู่เป็นฐาน โดยเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกำหนดผู้รับผิดชอบ พื้นที่นำร่อง กรอบเวลา และทรัพยากรที่เหมาะสม โดยต้องไม่เพิ่มภาระให้ผู้เรียนและผู้สอน พร้อมติดตามผลจากทักษะและสมรรถนะของผู้เรียน โอกาสมีงานทำ คุณภาพผลิตภัณฑ์ และรายได้สุทธิของชุมชน ควบคู่กับการสืบทอดภูมิปัญญา เพื่อให้ทุนทางวัฒนธรรมของไทยเชื่อมสู่ธุรกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) และเกิดประโยชน์จริงในพื้นที่ มุ่งพัฒนาพลเมืองไทยสู่สากลผ่านรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลายและทันสมัย นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในท้องถิ่นและสังคม
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ กล่าวว่า วธ.ให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดองค์ความรู้และภูมิปัญญาด้านงานช่างฝีมือไทย โดยมุ่งให้เด็กและเยาวชนเข้าใจรากเหง้า กระบวนการ และเทคนิคดั้งเดิมอย่างถูกต้อง เพื่อนำไปประยุกต์และต่อยอดอย่างสร้างสรรค์ ทั้งการพัฒนาทักษะฝีมือ การสร้างอาชีพและรายได้ ตลอดจนการถ่ายทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อรักษามรดกทางวัฒนธรรมควบคู่กับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ
นางสาวซาบีดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะผู้บริหารที่ให้ความสำคัญกับความร่วมมือในการส่งเสริมความเป็นไทยและพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นพลเมืองที่มีความรู้ ความเข้าใจ และภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทย โดยทั้งสองกระทรวงเห็นพ้องให้จัดตั้งคณะทำงานร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว โดยเฉพาะการส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน ทั้งพิพิธภัณฑ์ โบราณสถาน และแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม พร้อมบูรณาการองค์ความรู้และทรัพยากรของทั้งสองกระทรวง เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนเข้าถึง เรียนรู้ และสืบสานคุณค่ามรดกทางวัฒนธรรมไทยอย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง






