ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยนายกฯ ล่องเรือศึกษาคู คลองในเกาะรัตนโกสินทร์ '10 ปี แห่งการพัฒนาสายน้ำแห่งชีวิต'

ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยนายกฯ และคณะ ล่องเรือศึกษาคู คลองในเกาะรัตนโกสินทร์ '10 ปี แห่งการพัฒนาสายน้ำแห่งชีวิต' พร้อมแลกเปลี่ยนความเห็นและรับข้อเสนอแนะทุกภาคส่วน เพื่อบูรณาการสู่การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ตามหลักการทรงงาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา
เมื่อวันที่ 30 ส.ค.2569 พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ ผู้แทนจากกองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน จัดกิจกรรมนำ “พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 120 รูป ล่องเรือชมคู คลองในเกาะรัตนโกสินทร์” โดยมีสมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์
นายอนุทิน เผยว่า การร่วมลงเรือในครั้งนี้ เป็นโอกาสที่จะได้เห็นการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ ที่ร่วมกันพัฒนาคูคลองและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในกรุงเทพมหานคร โดยส่วนตัวได้ติดตามโครงการลักษณะนี้มาแล้วประมาณ 2-3 โครงการ และเห็นว่าเป็นโครงการที่เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ทั้งในด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน การลดมลพิษ ตลอดจนการปรับปรุงพื้นที่ให้มีความสวยงามและน่าอยู่มากยิ่งขึ้น
"การได้ลงพื้นที่ทางน้ำในครั้งนี้ ทำให้เห็นมุมมองอีกด้านหนึ่งของกรุงเทพมหานคร และเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของคูคลองจากอดีตเมื่อประมาณ 10-20 ปีที่ผ่านมา ซึ่งในอดีตสภาพคูคลองบางพื้นที่อาจมีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพน้ำ จึงมีการบูรณะและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น โดยเฉพาะบริเวณคลองมหานาคที่วันนี้เริ่มเห็นน้ำมีความใสขึ้นกว่าที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้เราเห็นเป้าหมายปลายทางร่วมกัน และเชื่อว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลในทุกด้านจะมองเห็นความสำคัญของการพัฒนาคูคลอง ซึ่งรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนในทุกด้าน เพราะเรื่องนี้มีผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน รวมถึงเศรษฐกิจของประเทศ
นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาคูคลอง จะขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ให้เกิดการพัฒนาสายน้ำอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
ทั้งนี้ โครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย ได้อาราธนาพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 120 รูปจาก 5 วัดสำคัญในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ 1. วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) 2. วัดราชนัดดาราม วรวิหาร 3. วัดเทวราชกุญชร วรวิหาร 4. วัดสุนทรธรรมทาน (วัดแคนางเลิ้ง) และ 5. วัดบรมนิวาส ราชวรวิหาร ล่องเรือศึกษาคู คลองและเส้นทางประวัติศาสตร์รอบเกาะรัตนโกสินทร์ชั้นกลางและชั้นนอก ระยะทางประมาณ 19 กิโลเมตร ผ่านเส้นทางคลองสำคัญ ได้แก่ คลองมหานาค คลองผดุงกรุงเกษม คลองโอ่งอ่าง และคลองบางลำพู ซึ่งหน่วยราชการในพระองค์ได้ประสานความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร หน่วยงานภาครัฐ เอกชน พร้อมทั้งชุมชนริมคลอง น้อมนำแนวพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาดำเนินโครงการพัฒนาคู คลองในเกาะรัตนโกสินทร์ตลอด 10 ปี ที่ผ่านมา โดยการประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทำให้สามารถขุดลอกคู คลองให้กลับมาระบายน้ำ เชื่อมการสัญจรในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ และใช้ประโยชน์ได้ในปัจจุบัน
ตลอดเส้นทางพระภิกษุสงฆ์ได้รับฟังการบรรยายจากหน่วยราชการในพระองค์หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร มัคคุเทศก์อาสาจากกรุงเทพมหานคร และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่มาร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมา บทบาท ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างคู คลอง วัด ชุมชน และวิถีชีวิตของผู้คน โดยได้รับการสนับสนุนเรือจากบริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด
ภายหลังการล่องเรือ สมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค 11 เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร พร้อมพระภิกษุสงฆ์ผู้แทนจากทั้ง 5 วัด ผู้แทนชุมชนที่อยู่ริมคลองในเกาะรัตนโกสินทร์จากคลองผดุงกรุงเกษม คลองมหานาค คลองโอ่งอ่าง คลองบางลำพู ผู้แทนชุมชนจากคลองเปรมประชากร และคลองแสนแสบ ที่เข้ามาร่วมกิจกรรม ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นให้ข้อเสนอแนะ แนวทางการปรับปรุงพื้นที่ให้มีความสอดคล้องกับบริบทของชุมชน และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง
สำหรับกิจกรรม “พระภิกษุสงฆ์ 120 รูป ล่องเรือชมคู คลองในเกาะรัตนโกสินทร์” ที่อยู่ริมคลองในเกาะได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างวัด ชุมชน และภาคส่วนต่าง ๆ ในการส่งเสริมการดูแลสิ่งแวดล้อมและพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน โดยกิจกรรมดังกล่าวน้อมนำหลักการทรงงานตามแนวพระราชดำริ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการ “สืบสาน รักษา ต่อยอด” มาเป็นแนวทางการดำเนินงาน เริ่มจากการเรียนรู้สภาพพื้นที่และรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ก่อนต่อยอดสู่การฟื้นฟูคูคลอง พัฒนาพื้นที่สีเขียวพื้นที่สาธารณะ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนพลังความร่วมมือของวัด ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการสืบสานคุณค่าการพัฒนาเกาะรัตนโกสินทร์โดยมีแผนที่จะยกระดับการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณภูเขาทอง วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ป้อมมหากาฬ วัดราชนัดดาราม วรวิหาร และวัดเทพธิดาราม วรวิหาร ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประวัติศาสตร์ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตามพระบรมราโชบายสืบไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


















