สหรัฐฯสอบแก้เกี้ยว ถล่มงานแต่งอิหร่าน

สหรัฐฯสอบแก้เกี้ยว
ถล่มงานแต่งอิหร่าน
รัฐบาลสหรัฐฯสั่งสอบเหตุโจมตีงานแต่งงานทางตอนใต้ของอิหร่าน ริมฝั่งช่องแคบฮอร์มุซ มีผู้บาดเจ็บมากกว่า 70 คน ตาย 5 ศพในจำนวนนี้มีเด็ก 4 ขวบด้วย เผยผลสอบที่ผู้เชี่ยวชาญประเมินจากภาพถ่าย-คลิปวิดีโอเบื้องต้น ชี้แนวโน้มเป็นอาวุธของสหรัฐฯมุ่งโจมตีโดยตรง มากกว่าเป็นการพลาดเป้า
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานความคืบหน้าเหตุโจมตีงานฉลองงานแต่งงานทางตอนใต้ของอิหร่านใกล้หมู่บ้านคูเฮสตัก เขตสิริก ริมชายฝั่งช่องแคบฮอร์มุซ พื้นที่ที่ถูกกองทัพสหรัฐอเมริกาโจมตีทางอากาศอย่างหนัก
เมื่อวันที่ 1 กันยายน ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 5 ราย บาดเจ็บเกือบ 70 คน ทำให้สหประชาชาติและหลายประเทศทั่วโลกออกมาประณามการโจมตีดังกล่าว พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าเหตุดังกล่าวอาจเกิดจากปฎิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ
ล่าสุด ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธทางทหาร 4 ราย ได้ตรวจสอบภาพถ่ายและวิดีโอจากที่เกิดเหตุ ซึ่งผ่านการตรวจสอบความถูกต้องโดยสำนักข่าวรอยเตอร์พบว่า รูปแบบความเสียหายสอดคล้องกับการถูกอาวุธโจมตีโดยตรงมากกว่าเป็นความเสียหายจากอาวุธที่แฉลบมาจากเป้าหมายอื่น
จากการตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญ 3 รายประเมินว่า อาวุธที่ใช้โจมตีมีแนวโน้มเป็นอาวุธของสหรัฐฯ มากกว่าขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านที่ยิงพลาด ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญอีกรายมองว่า อาวุธดังกล่าวอาจพลาดเป้าหมายที่ตั้งใจโจมตี อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการว่าสหรัฐฯ เป็นผู้โจมตีงานแต่งงานดังกล่าว และรัฐบาลสหรัฐฯยังไม่ได้ยอมรับความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์
ด้านเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯเปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมระบุว่าสหรัฐฯ ต้องการทราบว่าเกิดอะไรขึ้น และหากกองทัพทำผิดพลาดก็จะนำบทเรียนไปปรับปรุงปฏิบัติการ
เช่นเดียวกับ กองทัพสหรัฐฯที่รับทราบรายงานของทางการอิหร่านแล้ว แต่ยืนยันจุดยืนว่า ไม่เคยกำหนดเป้าหมายโจมตีพลเรือน
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯรายหนึ่งเปิดเผยเพิ่มเติมว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาความเป็นไปได้หลายแนวทางเกี่ยวกับสาเหตุของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ทั้งการถูกโจมตีโดยอาวุธของสหรัฐฯ การแฉลบของขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่าน หรือกรณีขีปนาวุธสกัดกั้นของอิหร่านยิงพลาดเป้า
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในพื้นที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า หลังครอบครัวและประชาชนเดินทางเข้าร่วมพิธีศพของผู้เสียชีวิต ซึ่งในจำนวนผู้เสียชีวิตรายหนึ่งคือ อาเมียร์-โมฮัมหมัด คารีมี เป็นเด็กชายวัยเพียง 4 ขวบ ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุโจมตีทางตอนใต้ของประเทศ
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อิหร่านประกาศเตือนสหรัฐฯว่าจะตอบโต้ด้วยกำลังอย่างรุนแรงต่อการโจมตีของอิสราเอลบนสันเขาทางตอนใต้ของเลบานอน ซึ่งมีกำลังทหารอิหร่านซ่อนตัวอยู่ร่วมกับฮิซบอลเลาะห์ คำเตือนดั้งกล่าวสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมโดยตรงอย่างต่อเนื่องของอิหร่านกับฮิซบอลเลาะห์ ในการสู้รบภาคพื้นดินในเลบานอนตอนใต้ และความพร้อมตอบโต้การโจมตีของอิสราเอลในพื้นที่ดังกล่าว ขณะที่สงครามระดับภูมิภาคเข้าสู่เดือนที่ 7 แล้ว
แหล่งข่าวความมั่นคงของเลบานอนเผยว่า ได้เบาะแสกลุ่มฮิซบอลเลาะห์สร้างศูนย์บัญชาการใต้ดินและคลังเก็บอาวุธไว้ภายใน สันเขาอาลี อัล-ทาเฮอร์ ทางตอนใต้ของเลบานอน ซึ่งสามารถมองเห็นสิ่งแวดล้อมของเลบานอนโดยรอบได้อย่างชัดเจน และกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่แย่งชิงกันมากที่สุดในสงครามระหว่างอิสราเอล และฮิซบอลเลาะห์
กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ออกแถลงการณ์ต่อสาธารณะว่า กลุ่มของตนควบคุมเนินเขาแห่งนี้อยู่ และจะต่อต้านการรุกคืบใดๆของอิสราเอล ที่เข้ายึดครองพื้นที่จำนวนมากทางตอนใต้ของอาลี อัล-ทาเฮอร์ และระบุว่าสันเขาแห่งนี้เป็นหนึ่ง”เป้าหมายปฏิบัติการหลัก” ในแถลงการณ์ต่อสาธารณะ
“อิหร่านขู่ว่าหากอิสราเอลเปิดฉากโจมตี สันเขาอาลี อัล-ทาเฮอร์ เต็มรูปแบบ อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการโจมตีครั้งใหญ่เช่นกัน”เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ระบุ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้ไม่ถูกต้อง ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นใดๆ จากคณะผู้แทนถาวรของอิหร่านในเจนีวา กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือกระทรวงการต่างประเทศของโอมาน ส่วนกองทัพอิสราเอลปฏิเสธแสดงความเห็น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

