ไทยงานเข้า! สหรัฐฯแฉยับ 40 ประเทศช่วยจีนเลี่ยงภาษีทรัมป์ ทำสูญรายได้ 8.6 แสนล้าน

15 สิงหาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทำเนียบขาวสหรัฐฯ ได้เผยแพร่รายงาน The Great Transshipment Scam โดยรายงานนี้มีการระบุว่า มากกว่า 40 ประเทศ ที่ช่วยจีนหลีกเลี่ยงมาตรการภาษีของสหรัฐด้วยการส่งออกผ่านประเทศที่สามซึ่งถูกจัดเก็บอัตราภาษีนำเข้าที่ต่ำกว่า ประเทศที่ถูกระบุอยู่ในรายงานดังกล่าว อาทิเช่น ไทย สิงคโปร์ แคนาดา อินเดีย สหภาพยุโรป เม็กซิโก ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
ทำเนียบขาว ระบุว่า ประเทศเหล่านี้ได้ช่วยจีนหลีกเลี่ยงภาษีมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย ประเทศไทยติดอยู่ใน เทียร์ 2 ร่วมกับบราซิล อินโดนีเซีย มาเลเซีย ตุรกี และเวียดนาม ที่ถูกระบุว่าเป็นกลุ่มประเทศที่มีความเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานของจีนอย่างมีนัยสำคัญ จากที่มีการแบ่งกลุ่มออกเป็น 3 ระดับ โดยพิจารณาจากขนาด ลักษณะการไหลเวียนทางการค้าและการเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานของจีน
รายงานฉบับนี้ของทำเนียบขาวซึ่งอ้างการประเมินจากภาครัฐและภาคเอกชน ระบุว่า มีสินค้ามูลค่าระหว่าง 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จนถึง 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้ถูกเคลื่อนย้ายจากประเทศที่มีอัตราภาษีสูงผ่านไปยังประเทศที่มีอัตราภาษีต่ำกว่า
ก่อนจะถึงจุดหมายปลายทาง ซึ่งทำเนียบขาวประเมินว่าการดำเนินการดังกล่าวทำให้รัฐบาลสหรัฐสูญเสียรายได้จากภาษีที่ประมาณ 19,000-26,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 6.3-8.6 แสนล้านบาท ต่อปี
โดยสหรัฐฯได้ออกมากล่าวหาจีนว่าใช้ประเทศที่สามเป็นจุดแวะพักและมีการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์สินค้าเพื่อปกปิดแหล่งกำเนิดที่แท้จริง เพื่อหวังจะเสียภาษีในอัตราที่ต่ำลง และอธิบายกระบวนการนี้ว่าเป็น "การฉ้อโกงที่อำพรางมาในรูปแบบของเอกสาร"
รายงานฉบับนี้ ระบุอีกว่า สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปใน กลโกงการขนถ่ายสินค้าครั้งใหญ่ ในปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงแค่ความรวดเร็วและขนาดของการลักลอบขนส่งสินค้าในรูปแบบใหม่นี้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงขอบเขต ความลึกซึ้ง และความซับซ้อนของเครือข่ายการขนถ่ายสินค้าแบบลับทั่วโลก ซึ่งเป็นช่องทางที่จีนใช้ในการหลบเลี่ยงภาษีในขณะนี้
สหรัฐจะนำระบบ Detective Border ซึ่งขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ควบคู่ไปกับมาตรการอื่นๆ เพื่อช่วยปราบปรามการขนถ่ายสินค้าอย่างผิดกฎหมายด้วย
ต่อมาทางสำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า นายปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาด้านการค้าของทำเนียบขาว กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า สิ่งนี้ได้ทำให้งานของชาวอเมริกันและรายได้หลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐสูญหายไป
ด้านโฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีน ประจำกรุงวอชิงตัน ได้ออกมาตอบโต้ว่า สงครามการค้าไม่มีผู้ชนะ ทางสถานทูตคัดค้านมาตรการขึ้นภาษีของสหรัฐและการใช้อำนาจรัฐเพื่อมุ่งเป้าเล่นงานบริษัทต่างๆ ของจีน การดำเนินการหรือข้อตกลงใดๆ ฝ่ายเดียวที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่มีการขนถ่ายผ่านประเทศที่สาม จะต้องไม่มุ่งเป้าหรือสร้างความเสียหายต่อผลประโยชน์ของบุคคลที่สาม
การเผยแพร่รายงานฉบับนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการคว่ำบาตรตอบโต้กันระหว่างสหรัฐฯ และจีน และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีกำหนดจะพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่กรุงวอชิงตัน ในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้

