จีน เตือน 'ซูเปอร์เอลนีโญ' รุนแรงสุดเป็นประวัติการณ์ สะเทือนสภาพอากาศโลกเดือดข้ามปี

29 กันยายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของจีน คาดการณ์ว่าปรากฏการณ์ 'ซูเปอร์เอลนีโญ' มีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ โดยคาดว่าดัชนีอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกแถบเส้นศูนย์สูตรจะพุ่งสูงสุดที่ระดับ 3.2 - 3.5 องศาเซลเซียสในช่วงเดือนพฤศจิกายน
ศูนย์ภูมิอากาศแห่งชาติจีน (National Climate Center-NCC) พบว่าพื้นที่ตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกแถบเส้นศูนย์สูตรได้เข้าสู่สภาวะเอลนีโญตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีนี้ ดัชนีอุณหภูมิผิวน้ำทะเลปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.09 องศาเซลเซียสในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม และแตะระดับ 2.59 องศาเซลเซียสในเดือนสิงหาคม นับตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นมา อุณหภูมิผิวน้ำทะเลยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยค่าดัชนีพุ่งเกินระดับ 3 องศาเซลเซียสเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ทั้งในเกณฑ์การวัดรอบ 5 วัน และ 10 วัน
ก่อนหน้านี้เคยมีการบันทึกเหตุการณ์เอลนีโญระดับรุนแรงที่สุด มาแล้ว 3 ครั้ง ได้แก่ ช่วงปี 1982-1983, 1997-1998 และ 2015-2016
ดร.เถา ชิงเฉิน ผู้อำนวยการศูนย์ภูมิอากาศแห่งชาติจีน กล่าวว่า ทั้งค่าดัชนีอุณหภูมิน้ำทะเลในปัจจุบันและอัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมินั้นสูงกว่าระดับที่พบในช่วงเวลาเดียวกันของเหตุการณ์ทั้ง 3 ครั้งดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญ ตามมาตรฐานแห่งชาติของจีน ปรากฏการณ์เอลนีโญจะถูกจัดว่าเป็นระดับรุนแรงที่สุด เมื่อค่าดัชนีสูงสุดแตะระดับหรือเกินกว่า 2.5 องศาเซลเซียส

คาดว่าปรากฏการณ์ 'ซูเปอร์เอลนีโญ' ที่กำลังก่อตัวนี้จะยังคงส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศของจีนต่อเนื่องไปจนถึงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำฝนสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติในพื้นที่ส่วนใหญ่ของภาคกลางและภาคตะวันออกของจีนในช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน โดยเฉพาะในพื้นที่ชายฝั่งทางตอนใต้ของแม่น้ำแยงซีและบางส่วนของภาคตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งคาดว่าปริมาณน้ำฝนจะสูงกว่าปกติถึงร้อยละ 50 - 80 ส่งผลให้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะเกิดฝนตกหนักรุนแรงและภัยพิบัติที่เกี่ยวข้อง
สำหรับฤดูหนาวในช่วงเดือนธันวาคม 2026 ถึงกุมภาพันธ์ 2027 คาดว่าอุณหภูมิโดยรวมทั่วประเทศจีนจะสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ แม้ว่าจะอาจเกิดคลื่นความหนาวเย็นบ่อยครั้งขึ้นเล็กน้อยและทำให้อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันก็ตาม มีการคาดการณ์ว่าปรากฏการณ์ 'ซูเปอร์เอลนีโญ' จะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วและสิ้นสุดลงในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนปี 2027 แต่ผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศคาดว่าจะยังคงอยู่ โดยจะเกิดปรากฏการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว รวมถึงคลื่นความร้อนในฤดูร้อนที่รุนแรงและแผ่ขยายเป็นวงกว้างยิ่งขึ้น
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุในรายงานสถานการณ์ 'ซูเปอร์เอลนีโญ' ฉบับล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กันยายนว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวได้ก่อตัวขึ้นอย่างชัดเจนและคาดว่าจะทวีความรุนแรงขึ้นจนถึงระดับสูงสุดในช่วงปลายปี ทั้งนี้ การคาดการณ์โดย องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ชี้ว่ามีความเป็นไปได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ที่ 'ซูเปอร์เอลนีโญ' จะยังคงดำเนินต่อไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปี 2027
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

