อิหร่านแฉยับ ฝีมือสหรัฐ-ยิว ฆ่าหมู่ครู/นร.

เวที UN เดือด! “ปธน.อิหร่าน”กร้าวไม่ยอมสยบคำขู่สหรัฐฯชี้ “อิหร่าน” ต่างหากเป็นเหยื่อก่อการร้าย ยกเหตุโจมตี “รร.ประถม-สังหารผู้นำสูงสุด-นักวิทยาศาสตร์อิหร่าน»ตอกหน้าทรัมป์จนตัวแทนสหรัฐฯทนฟังความจริงไม่ไหว ลุกหนีออกจากห้องประชุม เตือนผู้นำมะกัน การคว่ำบาตรหรือกดดันเป็นการรังแกกัน จะทำให้แรงต่อต้านของคนอิหร่านแรงขึ้น
เมื่อวันที่ 24 กันยายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานความเคลื่อนไหวการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (United Nations General Assembly: UNGA) ครั้งที่ 81 ที่มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 22-28 กันยายน ซึ่งมีประเด็นที่ทั่วโลกจับตาว่าที่ประชุมฯจะหารือ คือวิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครน และสงครามในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน
ล่าสุดประธานาธิบดีอิหร่าน นายมาซูด เปเซชเคียน ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน สหรัฐฯและอิสราเอลเข้าสู่เดือนที่ 7 โดยผู้นำอิหร่านย้ำจุดยืนที่ไม่ยอมสยบต่อการข่มขู่ และเรียกร้องความยุติธรรมให้กับประเทศ
ประธานาธิบดีอิหร่านใช้โอกาสนี้ตอบโต้สุนทรพจน์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ที่ระบุว่าอิหร่านเป็นผู้ก่อการร้าย โดยโต้กลับว่าอิหร่านต่างหากที่เป็นเหยื่อของการก่อการร้าย พร้อมยกตัวอย่างเหตุโจมตีโรงเรียนประถมในเมืองมินาบ จังหวัดโฮรมุซกอน ของอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ซึ่งเป็นฝีมือสหรัฐฯ และอิสราเอล ทำให้มีเด็กนักเรียนเสียชีวิตอย่างน้อย 120 คนและครู 26 คน รวมถึงการสังหารอดีตผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี และนักวิทยาศาสตร์ชาวอิหร่านอีกหลายคน ในการโจมตีครั้งที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียนกล่าวถึงการโจมตีสังหารเด็กและประชาชน ผู้แทนของสหรัฐฯเพียงคนเดียวในห้องประชุมลุกเดินออกไปทันที
ประธานาธิบดีเปเซชเคียนยืนยันด้วยว่า เทคโนโลยีนิวเคลียร์ของอิหร่านมีไว้เพื่อความก้าวหน้าอย่างสันติ เช่น การเกษตรและการผลิตไฟฟ้า ไม่ใช่เพื่อสร้างอาวุธข่มขู่ใคร อิหร่านไม่ยอมรับการที่เทคโนโลยีนิวเคลียร์จะเป็นสิ่งเฉพาะสำหรับประเทศแค่หยิบมือ และจะไม่ยอมละทิ้งสิทธิ์อันชอบธรรมนี้ โดยระบุชัดเจนว่าอิหร่านไม่เอาอาวุธนิวเคลียร์ แต่ต้องไม่มีการจำกัดเทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อสันติ เขายังชี้ให้เห็นอีกว่า การพัฒนาระบบป้องกันประเทศและกำลังทางทหารเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อไม่ให้ใครกล้ามาวางแผนทิ้งระเบิดใส่เมืองต่างๆ ของอิหร่านแล้วรอดไปได้โดยไม่มีการตอบโต้
“อิหร่านจะไม่ยอมให้ประเทศใดใช้ช่องแคบฮอร์มุซรุกรานหรือสร้างความไม่มั่นคงต่ออิหร่าน ในขณะที่กีดกันไม่ให้เตหะรานเข้าถึงน่านน้ำของตนเอง สื่อถึงการที่สหรัฐฯ กำลังใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเล เพื่อสกัดเรือสินค้าของอิหร่าน และปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน”เปเซชเคียนประกาศกร้าว
ประธานาธิบดีอิหร่านยังได้เตือนทรัมป์ด้วยว่า การกดดัน มาตรการคว่ำบาตรและการรังแกกัน มีแต่จะทำให้การต่อสู้และแรงต้านของชาวอิหร่านเพิ่มสูงขึ้น อิหร่านจะไม่มีวันก้มหัวหรือยอมสยบ พร้อมเตือนว่าโลกที่ใช้กำลังทหารแทนความชอบธรรม ใช้การก่อการร้ายแทนการเมือง และใช้สงครามแทนการเจรจา จะเป็นโลกที่ไม่ปลอดภัย อิหร่านพร้อมยื่นมือสร้างความร่วมมือกับทั่วโลกเพื่อสันติภาพที่แท้จริง เพราะเชื่อว่าในภูมิภาคนี้จะไม่มีใครปลอดภัยได้เพียงลำพัง ถ้าไม่สร้างความมั่นคงร่วมกัน ก็ต้องเผชิญความไม่มั่นคงไปด้วยกัน
ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีเปเซชเคียน เป็นการตอบโต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่ใช้โอกาสกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมใหญ่สหประชาชาติ ชี้แจงถึงการทำสงครามกับอิหร่านว่าเป็นไปเพื่อยับยั้งไม่ให้เตหะรานพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมออกคำเตือนอย่างรุนแรงว่า เขาอาจบดขยี้สาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้ให้สิ้นซาก หากไม่มีการบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

