'ปราชญ์ สามสี' แฉ The Motive จี้ Thai PBS เปิดงบหนุน เลิกผลักคนด่าเป็นขบวนการ IO

จากกรณีของดรามา ไทยพีบีเอส ที่ยังเป็นกระแสร้อนแรงอย่างต่อเนื่องของสังคม ยิ่ง เพจเฟซบุ๊ก Thailand Vision ออกมาโพสต์ร่ายยาวเกี่ยวกับเครือข่ายสื่อสันติภาพ ไทยพีบีเอส จับตาทุนต่างชาติ–ความโปร่งใสเงินสาธารณะ ท่ามกลางข้อเสนอเปลี่ยนระบบงบประมาณ ก่อนหน้านี้
ล่าสุดวันนี้ 10 ตุลาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก ปราชญ์ สามสี โพสต์ร่ายยาวเกี่ยวกับเพจ The Motive ด้วยข้อความทั้งหมดว่า "เปิดตัวตน The Motive ใครอยู่เบื้องหลังสื่อปาตานี? แล้วทำไมคนไทยที่ตั้งคำถามกับไทยพีบีเอส ถึงถูกมองว่าเป็น IO? โดย ปราชญ์ สามสี พี่น้องครับ… ข้าพเจ้าอ่านข่าวที่มีการกล่าวอ้างว่า พบขบวนการ IO ปั่นกระแสเรียกร้องให้ยุบไทยพีบีเอส โดยอ้างผลวิเคราะห์ข้อความออนไลน์ 4,629 ข้อความ และพบข้อความเรียกร้องให้ยุบองค์กรที่ถูกคัดลอกไปโพสต์ซ้ำ 101 ครั้ง ใน 38 เพจ แล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่า วันนี้เรากำลังตรวจสอบพฤติกรรมผิดปกติบนโลกออนไลน์ หรือกำลังทำให้ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับไทยพีบีเอสถูกมองเป็นผู้ต้องสงสัยกันแน่

ข้าพเจ้าไม่ได้ปฏิเสธว่าโลกออนไลน์อาจมีการจัดตั้งเครือข่ายปั่นกระแสจริง แต่การพบข้อความซ้ำไม่ได้หมายความว่าคนไทยทุกคนที่เรียกร้องให้ตรวจสอบหรือยุบไทยพีบีเอสเป็น IO เพราะคนจำนวนหนึ่งอาจมีเหตุผลของตัวเองในการไม่เชื่อมั่นคุณภาพการทำงานขององค์กร
ก่อนจะมองว่าคนอื่นกำลังใส่ร้าย ข้าพเจ้าอยากให้ไทยพีบีเอสลองเอากระจกส่องตัวเองสักหน่อยว่า มีเรื่องอะไรบ้างที่ทำให้ประชาชนไม่พอใจ โดยเฉพาะการใช้เงินสาธารณะและความร่วมมือกับเครือข่ายสื่อที่นำเสนอประเด็นอ่อนไหวด้านความมั่นคง
วันนี้ข้าพเจ้าจึงอยากชวนมารู้จักสื่อแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า The Motive
The Motive คือใคร ใครก่อตั้ง และเกี่ยวข้องกับไทยพีบีเอสอย่างไร?
จากข้อมูลประวัติที่ The Motive เผยแพร่เอง สื่อแห่งนี้ก่อตั้งเมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2563 โดยมี มูฮำหมัดอัณวัร หะยีเต๊ะ หรืออันวาร์ เป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มสำคัญ ร่วมกับบุคคลในเครือข่ายสื่อชายแดนใต้ ได้แก่ ซาฮารี เจ๊ะหลง และซุลกิฟลี กาแม
ก่อนหน้านั้น อันวาร์มีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อตั้งสื่อ Wartani ซึ่งเป็นสื่อที่นำเสนอเรื่องราวการเมือง อัตลักษณ์มลายู และกระบวนการสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ที่น่าสนใจคือ อันวาร์เคยให้สัมภาษณ์กับ The Active ของไทยพีบีเอส เมื่อปี พ.ศ. 2565 ถึงแนวคิดการก่อตั้ง The Motive โดยอธิบายว่าต้องการสร้างพื้นที่กลางสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาชายแดนใต้
ขณะเดียวกัน ในบทสัมภาษณ์อีกแห่งหนึ่ง อันวาร์อธิบายว่า โลโก้ตัว M สองตัวของ The Motive มีความหมายถึง Motive และ Malay ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์มลายูของผู้ก่อตั้ง
เรื่องอัตลักษณ์ไม่ใช่ความผิดครับ แต่เมื่อสื่อแห่งหนึ่งประกาศแนวทางการทำงานเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมืองและอัตลักษณ์ในพื้นที่ที่มีปัญหาการแบ่งแยกดินแดน ประชาชนก็มีสิทธิตรวจสอบว่าเนื้อหาของสื่อนั้นมีความสมดุลเพียงใด
แล้วใครเป็นเจ้าของ The Motive?
จากการตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคล พบชื่อ บริษัท เดอะ โมทีฟ กรุ๊ป จำกัด (THE MOTIVE GROUP CO., LTD.) เลขทะเบียน 0945565000680 จดทะเบียนเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ตั้งสำนักงานอยู่ในอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี โดยประกอบกิจการเกี่ยวกับการผลิตสื่อ วิดีโอ เว็บไซต์ และงานกราฟิก
อย่างไรก็ตาม ยังต้องตรวจสอบทะเบียนผู้ถือหุ้นและเอกสารบริษัทเพิ่มเติม เพื่อยืนยันความสัมพันธ์ทางกฎหมายระหว่างบริษัทดังกล่าวกับสำนักข่าว The Motive รวมถึงผู้ถือหุ้นและผู้มีอำนาจควบคุมกิจการในปัจจุบัน
แล้ว The Motive เกี่ยวอะไรกับไทยพีบีเอส?
ประเด็นนี้ต่างหากที่ข้าพเจ้าอยากให้ประชาชนสนใจ
ไทยพีบีเอสมีโครงการชื่อว่า “ห้องทดลองระบบนิเวศสื่อสาธารณะเพื่อสันติภาพ” ซึ่งเชิญสื่ออิสระหลายองค์กรเข้ามาร่วมทำงาน และ The Motive ก็เป็นหนึ่งในเครือข่ายดังกล่าว ข้อมูลโครงการระบุว่า ไทยพีบีเอสทำหน้าที่ประสานงาน สนับสนุนทรัพยากรและงบประมาณการผลิตเนื้อหา ตลอดจนจัดให้มีกลไกกองบรรณาธิการร่วมและเวทีระดมความคิดเห็น ข้าพเจ้าอยากถามว่า เงินสนับสนุนเหล่านี้มาจากงบประมาณส่วนใด มีวงเงินเท่าไหร่ และ The Motive ได้รับเงินโดยตรงหรือได้รับการสนับสนุนในรูปแบบอื่นมากน้อยเพียงใด จนถึงขณะนี้ ข้าพเจ้ายังไม่พบเอกสารที่ยืนยันจำนวนเงินที่ The Motive ได้รับจากโครงการดังกล่าว และยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่าได้รับเงินโดยตรงจากองค์กรทุนต่างประเทศแห่งใด
แต่การยังไม่พบหลักฐาน ไม่ได้หมายความว่าประชาชนหมดสิทธิถาม เพราะไทยพีบีเอสเป็นองค์กรสื่อสาธารณะที่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อประชาชนทีนี้ลองดูภาพประกอบบทความที่ข้าพเจ้านำมาให้ชมกันครับ
วันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 The Motive เผยแพร่บทความชื่อ “บีอาร์เอ็นในสายตาของประชาชนปาตานี ประชาคมอาเซียนและสังคมนานาชาติ” โดยระบุว่าแปลจากวารสาร Surat ฉบับที่ 103
ข้าพเจ้าอยากให้ทุกคนลองคิดดูว่า การนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับ BRN ในลักษณะนี้ มีการตรวจสอบข้อกล่าวอ้างของขบวนการอย่างไร มีการนำเสนอเสียงของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงควบคู่กันหรือไม่ และสื่อได้แยกการรายงานข้อมูลออกจากการขยายข้อเสนอทางการเมืองของขบวนการอย่างชัดเจนเพียงใด
แน่นอนว่าการนำบทความของ BRN มาเผยแพร่ ไม่ได้พิสูจน์ว่าสื่อแห่งนั้นสนับสนุน BRN โดยอัตโนมัติ แต่ก็เป็นเรื่องที่สังคมสามารถตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์ได้ โดยเฉพาะเมื่อสื่อนั้นเข้าร่วมโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรสื่อสาธารณะ
ข้าพเจ้าอยากเห็นไทยพีบีเอสเปิดเผยรายละเอียดโครงการให้ชัดเจน ทั้งรายชื่อคู่สัญญา จำนวนเงิน หลักเกณฑ์การคัดเลือกสื่อ และผลงานที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ว่าเงินถูกใช้ไปอย่างไร
ส่วนประเด็นการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ก็ควรแยกตรวจสอบตามข้อเท็จจริง เพราะไทยพีบีเอสชี้แจงเมื่อวันที่ 8 ตุลาคมว่า ยังไม่ได้รับผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ จึงยังไม่อาจสรุปความผิดจากข่าวที่เผยแพร่ออกมาได้
แล้วทั้งหมดนี้เกี่ยวอะไรกับข้อกล่าวหาเรื่อง IO?
เกี่ยวตรงที่ประชาชนมีเหตุผลมากมายในการตั้งคำถามต่อไทยพีบีเอสครับ ทั้งคุณภาพรายการ การใช้เงินสาธารณะ ความโปร่งใสของการจัดจ้าง และความเหมาะสมของการสนับสนุนเครือข่ายสื่อ
การตั้งคำถามเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ใครกลายเป็น IO
ข้าพเจ้าไม่ได้บอกว่าไทยพีบีเอสไม่มีสิทธิตรวจสอบเครือข่ายปั่นกระแส หากมีหลักฐานว่าบัญชีใดทำงานประสานกันเพื่อชี้นำสังคม ก็เปิดเผยวิธีวิเคราะห์และตรวจสอบกันอย่างตรงไปตรงมา แต่ในเวลาเดียวกัน ไทยพีบีเอสก็ต้องยอมรับว่าประชาชนมีสิทธิวิจารณ์ มีสิทธิไม่เชื่อมั่น และมีสิทธิเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงหรือแม้แต่ยุบองค์กรตามกระบวนการทางกฎหมาย
สุดท้ายข้าพเจ้าจึงอยากถามว่า
คนไทยที่ตั้งคำถามว่า The Motive เป็นของใคร รับเงินจากไหน และไทยพีบีเอสใช้งบประมาณสนับสนุนเครือข่ายสื่ออย่างไร คนเหล่านี้เป็น IO ด้วยหรือเปล่าครับ? หรือทุกครั้งที่ประชาชนเริ่มตรวจสอบองค์กรสื่อสาธารณะ จะต้องถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการโจมตีองค์กรไปเสียทั้งหมด
ข้าพเจ้าคิดว่าเรื่องนี้ตอบได้ด้วยการเปิดเผยข้อมูล ไม่ใช่การตีตราคนเห็นต่างเพราะเงินสาธารณะต้องตรวจสอบได้ และประชาชนที่ตั้งคำถามก็ไม่จำเป็นต้องมีใครมาสั่งให้ถาม #ปราชญ์สามสี #ThaiPBS #ไทยพีบีเอส #TheMotive #IO #สื่อสาธารณะ #เงินภาษีประชาชน #BRN #ชายแดนใต้ #ตรวจสอบเงินสาธารณะ"

หลังจากที่โพสต์ของ เพจเฟซบุ๊ก ปราชญ์ สามสี เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลนื ทำเอาเชาวเน็ตต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกัน เช่น
"ยุบทิ้งไปเถอะ tpbs (io รับเงินได้จากทางไหน)"
"งบแต่ละปีทีช่องได้ร่วมทั้งแอฟวิภาทีช่องทำคู่กันทีเเอฟเพือความรู้แต่สุดท้ายก็ยังสู้เอฟทีวีเอกชนไม่ไหว"
"นำเสนอแบบมีนัยยะไม่อธิบายแต่เน้นกับนิยามของช่อง? ไม่ทักไม่ท้วงก็บ้าแล้ว"
"ปาตานี เรื่องนี้ไม่ใช่สิทธิเสรีภาพในการที่จะแบ่งแยกดินแดนนะ มันเป็นความมั่นคงภายในของราชอาณาจักรไทย"
"คนที่บอกคนด่า tpbs เป้นไอโอ ส่วนใหญ่มันไม่ดูช่องนี้ด้วยซ้ำด้วยคับ และยิ่งแปลกที่ สส ส้มไม่แตะ เรื่องนี้ ต้องเอ๊ะเลยว่ามีอะไร"
"งั้นไทยพีบีเอสตัองของบจากBRNแล้วละ"




ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก ปราชญ์ สามสี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

