ไขข้อข้องใจ! กลิ่นดอก “ต้นตีนเป็ด” มีพิษจริงหรือแค่ข่าวลือ?
20 ตุลาคม 2569 เวลา 15:31 น.

เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว หลายพื้นที่ทั่วประเทศมักอบอวลไปด้วยกลิ่นของดอก “ต้นตีนเป็ด” หรือ “พญาสัตบรรณ” ซึ่งก่อให้เกิดเสียงแตกออกเป็นสองฝั่ง ทั้งผู้ที่ชื่นชอบและผู้ที่รู้สึกเหม็นฉุนจนทนไม่ไหว พร้อมกับกระแสข่าวลือในโลกออนไลน์ที่ระบุว่ากลิ่นดังกล่าวมีสารไซยาไนด์และเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ล่าสุดผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อลดความตื่นตระหนกของประชาชนแล้ว
ต้นตีนเป็ด (Alstonia scholaris) เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่เติบโตเร็วและให้ร่มเงาได้ดี จึงนิยมปลูกตามริมถนน สวนสาธารณะ และอาคารบ้านเรือน โดยจะออกดอกสีขาวอมเหลืองเป็นช่อในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคมของทุกปี ซึ่งเป็นที่มาของกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ในช่วงต้นฤดูหนาว
สาเหตุที่ดอกของต้นตีนเป็ดมีกลิ่นรุนแรง ข้อมูลจากสำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่าเกิดจากสารเคมีในน้ำมันหอมระเหยของดอกไม้ที่มีมากกว่า 34 ชนิด โดยมีสาร “ลินาลูล” (Linalool) เป็นองค์ประกอบหลัก การผสมผสานของสารระเหยเหล่านี้ทำให้เกิดกลิ่นที่กระตุ้นการรับรู้ของแต่ละบุคคลแตกต่างกันไป บางคนจึงมองว่าหอม ในขณะที่หลายคนรู้สึกฉุนจัด
ส่วนประเด็นข่าวลือที่ว่ากลิ่นของดอกตีนเป็ดมีสารไซยาไนด์และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตนั้น ทางคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ยืนยันชัดเจนว่า ไม่เป็นความจริง และยังไม่มีรายงานทางวิทยาศาสตร์ใดที่ระบุถึงการพบสารไซยาไนด์ในส่วนต่าง ๆ ของต้นตีนเป็ด
อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มีสารพิษอันตราย แต่ความเข้มข้นของกลิ่นอาจส่งผลกระทบต่อผู้ที่แพ้สารระเหยหรือผู้ที่ไวต่อกลิ่น ทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ หรือรู้สึกไม่สบายตัวได้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากเริ่มมีอาการดังกล่าว ควรเคลื่อนย้ายตัวเองไปยังพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ต้นที่กำลังออกดอกเป็นเวลานาน
สำหรับประชาชนที่มีต้นตีนเป็ดอยู่ใกล้ที่พักอาศัย สามารถรับมือได้โดยการปิดหน้าต่างในช่วงที่มีกลิ่นลอยมาแรง และเปิดระบายอากาศเมื่อกลิ่นเริ่มจางลง ส่วนในพื้นที่สาธารณะ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพิจารณาใช้วิธีตัดแต่งกิ่งเพื่อควบคุมปริมาณดอกและลดความรุนแรงของกลิ่น ซึ่งเป็นวิธีบริหารจัดการที่เหมาะสมกว่าการตัดโค่นต้นไม้ทิ้งโดยไม่จำเป็น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

