'ปฐม อินทโรดม' เตือน Data Center ไทยคิดนาน นักลงทุนกดสวิตช์ไปประเทศอื่นหมด

3 กันยายน 2569 นายปฐม อินทโรดม กรรมการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Pathom Indarodom เกี่ยวกับกระแสการลงทุน Data Center ในประเทศไทยที่กำลังเป็นที่ถกเถียงอย่างหนักในสังคมยิ่งกรณีบริเวณถนนพระราม 9 ด้วยแล้วที่มีการตรวจพบ การเก็บน้ำมันดีเซลกว่า 200,000 ลิตร โดยไม่มีใบอนุญาต ด้วยข้อความทั้งหมดว่า "คนไทยกำลังถกกันว่า Data Center ควรเข้ามาหรือไม่ แต่ต่างชาติไม่ได้ถกกับเราครับ ถ้าประเทศไทยตอบช้า เขาก็แค่กดสวิตช์ไปประเทศอื่น เรื่องที่สังคมเริ่มตั้งคำถามว่า Data Center กินไฟเท่าไร ใช้น้ำแค่ไหน สร้างงานให้คนไทยกี่ตำแหน่ง และควรตั้งอยู่กลางชุมชนหรือไม่ ถือเป็นเรื่องดีมาก เพราะ Data Center ไม่ใช่อาคารสำนักงานธรรมดา แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่อาจทิ้งต้นทุนระยะยาวไว้ให้ประเทศและคนในพื้นที่
กรณีพระราม 9 ยิ่งพิสูจน์ว่าความกังวลของประชาชนไม่ใช่เรื่องไร้สาระ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจพบการเก็บน้ำมันดีเซลกว่า 200,000 ลิตรโดยไม่มีใบอนุญาต ขณะที่ กทม.ยอมรับว่ากฎหมายยังมีช่องโหว่ เพราะ Data Center อาจยื่นขออนุญาตในรูปอาคารทั่วไปหรือสำนักงานได้ การที่รัฐบาลเริ่มทบทวนจึงเป็นเรื่องถูกต้อง เราไม่ควรเห็นตัวเลขลงทุนหลายแสนล้านบาทแล้วเปิดประตูรับทุกโครงการ โดยไม่ตรวจสอบเรื่องไฟ น้ำ สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย การจ้างงาน และประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจริง

แต่ปัญหาคือ ระหว่างที่เรากำลัง “ทบทวน” โลกไม่ได้หยุดรอเรา
Baker McKenzie ซึ่งให้คำปรึกษาแก่นักลงทุนระหว่างประเทศ ออกบทวิเคราะห์ต่อเนื่องว่าไทยกำลังเปลี่ยนทั้งหลักเกณฑ์การใช้ไฟ ขั้นตอนการอนุมัติโครงการ และโครงสร้างกำกับ Data Center โดยรายละเอียดบางส่วนยังไม่ชัดเจน พร้อมเตือนให้นักลงทุนนำขั้นตอนใหม่เหล่านี้ไปคำนวณในแผนงาน ระยะเวลา โครงสร้างการลงทุน และความเสี่ยงด้านสินเชื่อ แปลเป็นภาษาธุรกิจง่าย ๆ คือ นักลงทุนยังไม่ได้บอกว่าจะไม่มา แต่เริ่มเผื่อใจว่าโครงการอาจช้า ต้นทุนอาจเพิ่ม และกติกาอาจเปลี่ยนกลางทาง
Data Center ต่างจากโรงงานหลายประเภท เพราะข้อมูลสามารถวิ่งข้ามประเทศได้ภายในเสี้ยววินาที หากไทยตอบไม่ได้ว่าไฟจะพร้อมเมื่อไร ขออนุญาตกับใคร ใช้เวลากี่เดือน และสุดท้ายสร้างได้หรือไม่ นักลงทุนก็พร้อมสวิตช์ไปประเทศอื่นที่ให้คำตอบได้ชัดกว่า
เงินทุนไม่มีความรักชาติครับ และไม่จำเป็นต้องรอจนคณะกรรมการของเราประชุมครบทุกชุดไทยจึงต้องทำสองเรื่องที่ดูเหมือนขัดกันให้สำเร็จพร้อมกัน เราต้องตรวจสอบให้เข้มขึ้น แต่ต้องตัดสินใจให้เร็วขึ้นด้วย ควรมีเกณฑ์เดียว หน่วยงานหลักที่ให้คำตอบได้ และกรอบเวลาที่นักลงทุนกับประชาชนตรวจสอบได้เหมือนกัน
คำว่า “รอบคอบ” ไม่ควรเป็นข้ออ้างของความล่าช้า เช่นเดียวกับคำว่า “ส่งเสริมการลงทุน” ก็ไม่ควรเป็นข้ออ้างของการละเลยประชาชน นักลงทุนคุณภาพไม่ได้ต้องการประเทศที่ยอมทุกอย่าง แต่ต้องการประเทศที่กติกาชัด ใช้กับทุกคนเท่าเทียม และไม่เปลี่ยนกลางทาง
ผมดีใจที่ประเทศไทยไม่ได้เปิดรับ Data Center แบบไม่มีการตรวจสอบ แต่ก็กลัวว่า เมื่อถึงวันที่เราทำเกณฑ์ครบทุกข้อ ตั้งคณะกรรมการครบทุกชุด และตอบคำถามได้ครบทุกประเด็น เราอาจเปิดประตูออกมาแล้วพบว่า นักลงทุนกดสวิตช์ไปประเทศอื่นหมดแล้วประเทศไทยไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่าง “รับทุกโครงการ” กับ “ไม่รับเลย” เราต้องเลือกให้เป็น และเลือกให้ทัน เพราะในโลกดิจิทัล ประเทศที่ตัดสินใจช้าไม่ได้เสียเพียงเวลาแต่อาจเหลือไว้เพียงกติกาชั้นดีสำหรับนักลงทุนที่ไม่เหลืออยู่แล้วครับ [email protected]"
หลังจากที่โพสต์ของ นายปฐม อินทโรดม เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียล ทำเอาชาวเน็ตต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกัน เช่น
"ที่ location พระราม 9 ได้ benefits เรื่องระบบน้ำครับ เพราะเคยเป็นอาบอบนวด น้ำไม่ขาดแน่นอน"
"ใช่ครับ ต้อง balancing ให้ดี ระหว่างความเร็ว กับ ความเหมาะสม"
"เงินถึงก็เป็นอีกปัจจัยให้ง่ายขึ้นในการลงทุนของต่างชาติ"
"ไทยกำลังอยู่ในโหมดคนไม่รู้ความแต่เสียงดัง รัฐบาลจึงต้องตัดสินใจให้เด็ดขาดและทำให้เร็ว"
"จริงครับ คนเราต้องหัดเข้าใจว่าเเต่ละเกมส์เเต่ละธุรกิจตอนกำลังเจรจา ใครเป็นต่อ ใครเป็นคนกำหนดเกมส์ ใครมีทางเลือกเยอะกว่า ... เราจะได้รู้จักประมาณตนในการคุยครับ"
"เค้าน่าจะเถียงกันเรื่อง location มั้ยครับ มันไม่ควรมาอยู่กลางเมืองนะผมว่า"
"ถ้าต่างชาติไม่เข้า ก็หาว่าไทยไม่พัฒนา ล้าหลัง แต่พอต่างชาติเข้า ก็ บลา บลา &@฿(:/;)66(("



ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Pathom Indarodom
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

