ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ชำแหละ 3 รูรั่ว โครงสร้างท้องถิ่น เมื่อขบวนการโกงสอบ พยายามมุดช่องโหว่กลับเข้าระบบ

4 กันยายน 2569 ณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เมื่อขบวนการโกงสอบพยายาม "มุดช่องโหว่" กลับเข้าระบบ: บททดสอบธรรมาภิบาลและอำนาจกำกับส่วนท้องถิ่น
ตอนที่เห็นข่าวภาครัฐสามารถตรวจจับและสั่งเพิกถอนรายชื่อกลุ่มผู้ทุจริตแก้ไขคะแนนสอบบรรจุข้าราชการ/พนักงานส่วนท้องถิ่นออกไปได้ บอกตรงๆ ว่ารู้สึกใจชื้นและดีใจที่ระบบตรวจสอบยังทำงานได้จริง และคืนความเป็นธรรมให้กับคนที่อ่านหนังสือสอบเข้ามาด้วยความสามารถอย่างบริสุทธิ์ใจ
แต่ความจริงที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ขบวนการนี้ไม่ได้หยุดแค่นั้น เพราะกลุ่มคนที่ถูกเพิกถอนชื่อยังมีความพยายามหาทาง “วนกลับเข้าสู่ระบบราชการเดิม” โดยอาศัยเทคนิคแปลงสภาพเป็น “สัญญาจ้างเหมาบริการ” หรือสัญญาจ้างภายนอกใน อปท. เดิมที่ตนเคยไปสอบบรรจุไว้ สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาการทุจริตเชิงโครงสร้างในระดับท้องถิ่นมีรากฐานและความเชื่อมโยงกับผู้มีอำนาจในพื้นที่ลึกซึ้งกว่าที่เราคาดการณ์ไว้มาก จนล่าสุดกระทรวงมหาดไทย โดยนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ (รมช.มท.) ต้องออกมาสั่งการกำชับไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอให้เร่งตรวจสอบและ “ชะลอ” การรับบุคคลเหล่านี้กลับเข้าทำงานในทันที
ในฐานะนักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม ปรากฏการณ์นี้ฉายภาพปัญหาเชิงโครงสร้าง 3 ประการที่สังคมต้องมองให้ทะลุ:
1. ภาพลวงตาของการกระจายอำนาจ กับช่องว่างการกำกับดูแล (Decentralization vs. Accountability)
ความยากของเรื่องนี้อยู่ที่ว่า ตามโครงสร้างการกระจายอำนาจ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ไม่มีอำนาจสั่งการโดยตรงว่า อปท. แห่งใดจะจ้างหรือไม่จ้างใครในตำแหน่งลูกจ้างหรือจัดจ้างเหมาบริการ การใช้อำนาจจึงอยู่ที่ผู้บริหารท้องถิ่นและคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัด เมื่ออำนาจกระจายแต่ขาดกลไกตรวจสอบแบบ Data Monitoring ที่เชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์ระหว่างส่วนกลางกับท้องถิ่น ช่องว่างนี้จึงกลายเป็น “ประตูลับ” ให้ผู้มีเส้นสายหรือเครือข่ายอุปถัมภ์พากลุ่มคนที่ถูกเพิกถอนชื่อมุดกลับเข้ามาได้
2. ช่องโหว่ระหว่าง “วินัยข้าราชการ” กับ “ระเบียบพัสดุฯ จัดซื้อจัดจ้าง”
มาตรฐานข้าราชการ: พ.ร.บ. ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 มีเกณฑ์คุณสมบัติชัดเจนเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตและความประพฤติเสื่อมเสีย
ช่องทางเลี่ยงกฎหมาย: เมื่อถูกตัดสิทธิ์จากการเป็นข้าราชการ หลายแห่งเลือกเลี่ยงไปใช้ พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 จ้างเหมาบริการรายบุคคล ซึ่งมองว่าบุคคลเหล่านั้นเป็นเพียง “คู่สัญญาภายนอก” ทำให้มาตรฐานทางจริยธรรมของข้าราชการไม่ถูกนำมาเป็นเงื่อนไขบังคับใช้ในการคัดกรอง
3. ความเสี่ยงเชิงระบบและต้นทุนภาษีของประชาชน
แม้ทางคดีอาญาหรือการชี้มูลของ ป.ป.ช. จะยังอยู่ในขั้นตอนการสรุปสำนวน แต่ในเชิงการบริหารความเสี่ยงระดับยุทธศาสตร์ (Risk Management) ผู้ที่มีรายชื่อพัวพันกับการแก้ไขคะแนนถือเป็น “บุคคลกลุ่มเฝ้าระวังสูงสุด” การเปิดช่องให้กลับเข้ามารับเงินงบประมาณจากภาษีประชาชน ไม่เพียงแต่ทำลายระบบคุณธรรม (Merit System) แต่ยังส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งระบบ
ทางออกเชิงยุทธศาสตร์เพื่อปิดประตูตายถาวร:
Central Integrity Registry (ระบบขึ้นทะเบียนคัดกรองกลาง): สร้างฐานข้อมูลเชื่อมโยงผู้มีประวัติทุจริตหรืออยู่ระหว่างการตรวจสอบระหว่าง ป.ป.ช., ป.ป.ท., ก.พ. และ สถ. เพื่อบังคับใช้ระบบคัดกรองประวัติ (Background Vetting) กับผู้ปฏิบัติงานทุกประเภทในหน่วยงานรัฐ
บังคับใส่เกณฑ์จริยธรรมใน TOR งานจ้างเหมา: กำหนดมาตรฐานกลางจากกรมบัญชีกลางและกระทรวงมหาดไทย ให้สัญญาจ้างเหมาบริการทุกระดับต้องมีข้อกำหนดห้ามทำสัญญากับบุคคลที่ถูกเพิกถอนชื่อจากการสอบแข่งขันอันเนื่องมาจากการทุจริต
การปราบปรามการทุจริตจะไม่มีวันสำเร็จ หากเราทำได้เพียงแค่ “ไล่จับ” แต่ไม่ยอม “ปิดรูรั่ว” ของกติกา เพราะตราบใดที่ช่องโหว่ทางกฎหมายยังเปิดอยู่ ขบวนการเหล่านี้ก็จะหาวิธีกลายพันธุ์กลับมาสูบกินงบประมาณรัฐได้เสมอ
ชวนแลกเปลี่ยนความคิดเห็น: ทุกท่านคิดว่าการใช้ "สัญญาจ้างเหมาบริการ" ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรถูกกำหนดเกณฑ์มาตรฐานจริยธรรมแบบเดียวกับข้าราชการประจำหรือไม่? หรือมีกลไกไหนที่ประชาชนอย่างเราจะช่วยกันตรวจสอบได้ดีกว่านี้? มาร่วมแชร์มุมมองกันในคอมเมนต์ด้านล่างนี้ได้เลยครับ
ณัฏฐ์ มงคลนาวิน
นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม
4 กันยายน 2569
#ณัฏฐ์มงคลนาวิน #ณัฏฐ์มงคลนาวินวิเคราะห์ #วิเคราะห์ข้อมูล #ยุทธศาสตร์สังคม #ธรรมาภิบาลภาครัฐ #ปราบทุจริต #โกงสอบท้องถิ่น #การกระจายอำนาจ #ระบบราชการไทย #นโยบายสาธารณะ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

