ส่องเบื้องหลังเวทีทูตไทย-รัสเซีย ชื่นชม สีหศักดิ์ ถก ลาฟรอฟ ต้นแบบ รมว.ต่างประเทศ เน้นงานจับต้องได้

16 สิงหาคม 2569 นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย นักวิคราะห์ข่าวต่างประเทศและการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความชื่นชมการทำงานของ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ภายหลังเดินทางเยือนกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย และมีกำหนดการหารือทวิภาคีกับ นายเซอเก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ระบุว่า
รัฐมนตรีที่ผมชอบ
…………….
14 สิงหาคม 2569
ที่กรุงมอสโก
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศไทย
นั่งลงหารือกับนายเซรเก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย
ภาพที่เราเห็นก็คงเหมือนภาพการทูตทั่วไป
โต๊ะยาว
ธงสองประเทศ
แฟ้มเอกสาร
ล่าม
เจ้าหน้าที่
ถ้วยชา
และคนสองคนนั่งพูดกันด้วยถ้อยคำสุภาพ
…………..
ผมมองภาพนั้นแล้วกลับคิดถึงคนอีกจำนวนมากซึ่งไม่ได้อยู่ในห้องนั้นเลย
คิดถึงชาวสวนผลไม้ที่จันทบุรี
ชาวนาในภาคอีสาน
เจ้าของโรงงานเล็ก ๆ
คนขับรถรับนักท่องเที่ยว
แม่ค้าที่อยากขายสินค้าไปต่างประเทศ
และเด็กหนุ่มสาวไทยซึ่งอาจมีอนาคตผูกอยู่กับประเทศที่ห่างจากบ้านของตนหลายพันกิโลเมตร
……..
ผมชอบนายสีหศักดิ์
มิใช่เพราะท่านพูดเสียงดัง
มิใช่เพราะชอบออกโทรทัศน์
และมิใช่เพราะมีถ้อยคำใหญ่โตชนิดที่ฟังแล้วต้องกลับบ้านไปเปิดพจนานุกรม
………
แต่ผมชอบวิธีที่ท่านทำงาน
………
การพบกับท่านลาฟรอฟครั้งนี้
ทั้งสองฝ่ายไม่ได้คุยกันเพียงเรื่องมิตรภาพอันสวยงามเหมือนคำอวยพรในงานแต่งงาน
ท่านคุยกันถึงเรื่องที่จับต้องได้
การเมือง
ความมั่นคง
การค้า
การลงทุน
การเกษตร
การท่องเที่ยว
และวัฒนธรรม
………
ฝ่ายไทยพยายามผลักดันให้ลดอุปสรรคทางการค้า
ขอให้รัสเซียสนับสนุนการเริ่มเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย หรือ EAEU ให้เร็วขึ้น
……….
เรื่องนี้ฟังดูเป็นภาษาราชการ
แต่หากแปลเป็นภาษาของชาวบ้าน
ก็หมายความง่าย ๆ ว่า
ทำอย่างไรของไทยจะขายง่ายขึ้น
ทำอย่างไรคนไทยจะค้าขายได้มากขึ้น
และทำอย่างไรประตูที่ปิดอยู่จะเปิดกว้างขึ้นอีกหน่อย
……….
ชาวนาคนหนึ่งอาจไม่รู้ว่า EAEU ย่อมาจากอะไร
แต่ถ้าวันหนึ่งผลผลิตของเขาขายได้ราคาดีขึ้น
เขาจะรู้ทันทีว่าประตูบานนั้นมีความหมายอย่างไร
……….
นี่แหละครับคือสิ่งที่ผมอยากเห็นจากรัฐมนตรีต่างประเทศ
โลกทุกวันนี้เหมือนหมู่บ้านใหญ่ที่กำลังทะเลาะกัน
บ้านหนึ่งโกรธบ้านหนึ่ง
อีกบ้านหนึ่งตั้งรั้ว
บางบ้านคว่ำบาตรกัน
บางบ้านยิงกัน
และบางบ้านประกาศเสียงดังว่าถ้าใครคุยกับคนที่ตนไม่ชอบ จะถือว่าเป็นศัตรูไปด้วย
………
ในโลกเช่นนี้ ประเทศเล็กอย่างไทยยิ่งต้องมีคนถือพวงมาลัยที่ใจเย็น
ไม่ใช่เห็นคนทะเลาะกันแล้วรีบคว้าไม้ไปช่วยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
……….
แต่ต้องรู้ว่าไทยมีผลประโยชน์อะไร
ประชาชนไทยต้องการอะไร
และเราจะรักษามิตรกับทุกฝ่ายอย่างมีศักดิ์ศรีได้อย่างไร
………….
ท่านสีหศักดิ์กับท่านลาฟรอฟไม่ได้พูดแต่เรื่องค้าขาย
ทั้งสองท่านยังคุยกันถึงภูมิรัฐศาสตร์ ความร่วมมืออาเซียน–รัสเซีย
สถานการณ์ในพม่า
รวมทั้งสถานการณ์ไทย–เขมร
……..
ในวันเดียวกันนั้น ท่านสีหศักดิ์และท่านลาฟรอฟยังลงนามในแผนการหารือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทยกับรัสเซีย ฉบับที่ 6 สำหรับ ค.ศ. 2026–2030
………
กระดาษหนึ่งฉบับอาจดูไม่มีชีวิต
แต่มิตรภาพระหว่างประเทศก็เหมือนต้นไม้
ถ้าไม่รดน้ำ
ไม่พรวนดิน
ไม่ไปเยี่ยมเยียนกัน
วันหนึ่งมันก็เหี่ยว
……….
พ.ศ.2570 ไทยกับรัสเซียจะครบรอบ 130 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูต
หนึ่งร้อยสามสิบปีนั้นยาวกว่าชีวิตมนุษย์หนึ่งคนเสียอีก
รัฐบาลเปลี่ยน
ผู้นำเปลี่ยน
โลกเปลี่ยน
ระบอบการเมืองของรัสเซียก็เปลี่ยนมาแล้ว
แต่ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนสองประเทศยังเดินต่อได้
……….
ผมนั่งมองภาพท่านสีหศักดิ์จับมือท่านลาฟรอฟแล้วรู้สึกอย่างหนึ่งว่า
ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องมีรัฐมนตรีต่างประเทศที่เดินไปทั่วโลกเพื่อบอกคนอื่นว่าเราเก่งเพียงใด
เราเพียงต้องการคนที่รู้ว่า ประเทศไทยอยู่ตรงไหนในโลก
และจะพาคนไทยเดินไปทางไหน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

