เพจดัง จี้ ไทยพีบีเอส เปิดเผยข้อมูลการสนับสนุน 8 สำนัก 'เครือข่ายสื่ออิสระ' แฉบางแห่งพึ่งพาน้ำเลี้ยงต่างชาติ แต่ถูกตัดความช่วยเหลือ

จากกรณีก่อนหน้านี้ที่ นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และคณะ สส.พรรคภูมิใจไทย เสนอร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ซึ่งปรับแก้ระบบเงินบำรุงขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส ที่ได้รับจากภาษีสุราและยาสูบ เป็นการรับเงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีของรัฐบาล จนกลายเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากบนโลกออนไลน์ ว่ามีความเสี่ยงต่อการถูกรัฐบาลควบคุมแทรกแซงหรือไม่นั้น จนกลายเป็นเรื่องราวร้อวแรงของสังคม มีการวิพากษ์วิจารณ์ถกเถียงกันอย่างหนัก
ล่าสุดวันนี้ 5 ตุลาคม 2569 เพจเฟซบุํก Thailand Vision โพสต์เฟซบุ๊กร่ายยาวเกี่ยวกับเครือข่ายภายใต้ ไทยพีบีเอส ด้วยข้อความทั้งหมดว่า "เปิดเครือข่ายสื่อสันติภาพ ใต้เงา ไทยพีบีเอส จับตาทุนต่างชาติ–ความโปร่งใสเงินสาธารณะ ท่ามกลางข้อเสนอเปลี่ยนระบบงบประมาณ
กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งวงการสื่อสารมวลชนและความมั่นคงของประเทศ เมื่อมีการเปิดเผยเบื้องหลังโครงการ "ห้องทดลองระบบนิเวศสื่อสาธารณะเพื่อสันติภาพ" (Public Media Ecosystem Laboratory for Peace) ของ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) องค์กรสื่อสาธารณะ โดยเข้าไปสนับสนุนและเป็นพี่เลี้ยงให้แก่เครือข่ายสื่ออิสระระดับภูมิภาค 8 สำนัก ซึ่งเครือข่ายเหล่านี้บางแห่งมีประวัติพึ่งพาน้ำเลี้ยงจากต่างชาติ โดยเฉพาะ National Endowment for Democracy (NED) ของสหรัฐฯ ซึ่งกำลังเผชิญวิกฤตระงับงบประมาณครั้งประวัติศาสตร์ พร้อมกับถูกฝ่ายความมั่นคงตั้งคำถามอย่างหนักถึงเนื้อหาที่หมิ่นเหม่ต่อความมั่นคงแห่งรัฐ
บทความของ Locals Thai PBS ระบุว่า โครงการมุ่งพัฒนาความร่วมมือระหว่างสื่อ โดยใช้เวทีแลกเปลี่ยนและกระบวนการให้คำปรึกษาด้านเนื้อหา เพื่อรายงานเรื่องชีวิตชุมชน ประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์ของผู้คนในพื้นที่ขัดแย้ง
ไทม์ไลน์ชนวนเหตุ: จากฟ้าผ่าทำเนียบขาว สู่มรสุมตัดท่อน้ำเลี้ยง
-----------------------------------
ปี 2547 – 2555: สำนักข่าวอิสระชั้นนำ เช่น ประชาไท เริ่มรับทุนสนับสนุนจากต่างชาติอย่างเปิดเผย ทั้ง Open Society Foundation (OSF) และทุน NED ของสหรัฐฯ เพื่อรักษาความเป็นอิสระจากการถูกแทรกแซงโดยกลุ่มทุนและรัฐในประเทศ
ปี 2564 – 2565: กรมสรรพากรเปิดปฏิบัติการใช้มาตรการภาษีเข้าตรวจสอบเอกสารการเงิน สัญญาการรับทุน NED และรายชื่อผู้บริจาคขององค์กรภาคประชาสังคมและสื่ออย่างน้อย 6 แห่ง เช่น iLaw และ HRLA
20 มกราคม 2568: โดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่ 2 และออกคำสั่งฟ้าผ่าระงับเงินช่วยเหลือต่างประเทศ ส่งผลให้ USAID หยุดจ่ายงบ 90 วัน โครงการที่องค์กร Internews ทำร่วมกับสื่อไทยถูกสั่งยกเลิกกลางอากาศทันที
กุมภาพันธ์ – มีนาคม 2568: สภาคองเกรสสหรัฐฯ ระงับการจ่ายงบประมาณของ NED อย่างเป็นทางการ ตัดเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงสื่อทางเลือกในไทยจนเกิดภาวะขาดสภาพคล่องขั้นวิกฤต บังคับให้สื่อต้องรัดเข็มขัดและลดสเกลงานลงอย่างหนัก
กันยายน 2569 เป็นต้นมา: แรงกระเพื่อมสะท้อนกลับสู่ไทยพีบีเอส ฝ่ายการเมืองเตรียมยื่นแก้กฎหมาย พ.ร.บ. ส.ส.ท. ล้างท่อน้ำเลี้ยงภาษีบาป 2,000 ล้านบาท หลังเจอมรสุมขาดทุนสะสม 3 ปีซ้อนและปัญหาความโปร่งใสภายใน
องค์กรร่วมเครือข่าย นำเสนอประเด็นใดบ้าง
-----------------------------------
ธันวาคม 2568: เว็บไซต์ไทยพีบีเอส ลงบทความระบุว่า ไทยพีบีเอส จึงริเริ่มชวนเพื่อนสื่ออิสระ 8 องค์กร จัดตั้ง “ห้องทดลองระบบนิเวศสื่อสาธารณะเพื่อสันติภาพ” เพื่อพัฒนากลไกความร่วมมือระหว่างสื่อหลักและสื่อภูมิภาคในการผลิตและเผยแพร่เนื้อหาที่ลดอคติและสร้างการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมพหุวัฒนธรรม
"บทบาทของไทยพีบีเอส คือ หน่วยประสาน สนับสนุนทรัพยากรงบประมาณการผลิตเนื้อหา และจัดตั้งกลไกสำคัญ 2 ส่วน ได้แก่ เวทีระดมสมอง (Think Tank) เพื่อกำหนดทิศทางการสื่อสาร และ กองบรรณาธิการร่วม (Editorial Board) เพื่อคัดสรรและให้คำปรึกษาเชิงเนื้อหา โดยมีหัวหน้ากองบรรณาธิการผู้เชี่ยวชาญด้านความขัดแย้งเป็นพี่เลี้ยงกำกับกระบวนการ"
ขณะที่สื่ออิสระทั้ง 8 องค์กรที่ในพื้นที่ภูมิภาครู้จักกันดี ได้แก่ สำนักข่าวชายขอบ Lanner The Isaan Record Louder ประชาไท Sound Isan Wartani และ The Motive รับบทเป็นผู้ปฏิบัติการหลัก ร่วมกันกำหนดประเด็น ผลิตสื่อ และออกแบบรูปแบบการสื่อสารที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ของชายแดน โดยคำนึงถึงความละเอียดอ่อนทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรม และยังร่วมพัฒนาแนวคิดและกิจกรรมเพื่อเปิดพื้นที่การพูดคุยแลกเปลี่ยน ลดการผลิตซ้ำอคติและวาทกรรมแห่งความเกลียดชัง
ความร่วมมือนี้ไม่เพียงมุ่งสร้างสื่อคุณภาพ แต่ยังวางรากฐานของการสื่อสารเชิงสันติในระยะยาว ผ่านการถอดบทเรียนและสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายสาธารณะ
เพื่อให้ “สื่อ” กลับมาเป็นพื้นที่กลางของการทำความเข้าใจ และสร้างอนาคตร่วมกันของผู้คนในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างแท้จริง
ไทยพีบีเอสและกลุ่มสื่อชี้ว่าเป็น "กระบวนทัศน์สร้างสันติภาพเชิงบวก" (Positive Peace) เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนตัวเล็กตัวน้อยและทลายกระแสชาตินิยม แต่ก็มีประเด็นที่ถูกสังคมจับตาและวิพากวิจารณ์ อาทิเช่น
1. Lanner (ลานเนอร์) - ภาคเหนือ:
ถูกจับตาเรื่องการรื้อฟื้นประวัติศาสตร์บาดแผลการกดขี่ล้านนาในอดีต รวมถึงการตั้งคำถามต่อกระแสชาตินิยมและเจาะลึกสิทธิแรงงานข้ามชาติ/เด็กไร้สัญชาติ
สถานะทุน: ได้รับผลกระทบจาก Internews และถูก NED แจ้งยุติการให้ทุนชั่วคราวในเดือน ก.พ. 2568 จนเงินติดบัญชีเหลือเพียงหลักหมื่นบาท ต้องดิ้นรนหารายได้ผ่านคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์
2. The Isaan Record (เดอะ อีสานเรคคอร์ด) - ภาคอีสาน:
ชูแนวคิด "อีสานไม่ใช่สถานที่แต่คือผู้คน" และรื้อฟื้นประวัติศาสตร์เหตุการณ์กบฏผีบุญ ซึ่งฝ่ายความมั่นคงมองว่าอาจถูกขยายผลไปสู่การปลุกปั่นแนวคิดการปกครองตนเอง (Self-governance) หรือแนวคิดต่อต้านอำนาจศูนย์กลาง
สถานะทุน: เคยรับงบหลักล้านและโดนตัดงบมาตั้งแต่ปี 2564 ปัจจุบันมีเงินสำรองพยุงตัวราว 2 ปี และหาทางกระจายแหล่งทุนไปยังสหภาพยุโรป (EU)
3. ประชาไท (Prachatai) - สื่อออนไลน์ระดับชาติ:
สื่อทางเลือกที่เคยได้รับทุนจาก NED, USAID (โครงการ SAPAN) และ OSF อย่างต่อเนื่อง ถูกฝ่ายความมั่นคงเพ่งเล็งเรื่องการเป็นหัวหอกตรวจสอบอำนาจรัฐ และการนำเสนอข้อมูลผลกระทบปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งสวนกระแสความมั่นคงชายแดน
4. Wartani (วาร์ตานี) - ชายแดนใต้:
ถอดบทเรียนความขัดแย้ง 21 ปีในพื้นที่ปาตานีมาเทียบกับชายแดนไทย-กัมพูชา โดยชี้ว่าประชาชนถูกรัฐกดทับ ซึ่งถูกตั้งคำถามจากสังคมว่าสุ่มเสี่ยงต่อการสนับสนุนอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดน
5. The Motive (เดอะ โมทีฟ) - ชายแดนใต้:
วางเป้าหมายเป็นกระบอกเสียงอัตลักษณ์มลายู เน้นกระบวนการสันติภาพที่ให้ประชาชนมีอำนาจเหนือการเจรจาระหว่างรัฐกับ BRN ซึ่งฝ่ายความมั่นคงมองว่าอาจสร้างแรงกระเพื่อมต่อเสถียรภาพการปกครองในพื้นที่พิเศษ
6. สำนักข่าวชายขอบ - พื้นที่ชายแดน/ชายขอบ:
ใช้มิติประวัติศาสตร์และโบราณคดี (เช่น ทวงคืนโบราณวัตถุ) มาลดทอนความตึงเครียดทางสังคม แต่การเปิดประเด็นสิทธิชนกลุ่มน้อยและข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชามักกลายเป็นเป้าโจมตีว่าลดทอนพลังชาตินิยมของรัฐ
7. Louder (ลาวเด๋อ) - ภาคอีสาน:
เคยถูกโจมตีทางโซเชียลอย่างหนักจากการทำแคมเปญ "No War" และนำเสนอผลกระทบสงครามต่อธุรกิจชุมชนเพื่อหักล้างคำกล่าวของอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งถูกมองว่าเป็นการบั่นทอนขวัญกำลังใจและจุดยืนด้านความมั่นคงทางทหาร
8. Sound Isan (ชาวอีสาน) - ภาคอีสาน:
มุ่งเน้นสะท้อนบาดแผลทางจิตใจ (PTSD) และความสูญเสียของชาวบ้านจากเหตุการณ์กระสุนปืนใหญ่ตกใส่ในพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งแตะประเด็นอ่อนไหวเรื่องความพร้อมและผลกระทบจากปฏิบัติการทางทหารตามแนวชายแดน
การนำเสนอประวัติศาสตร์ท้องถิ่น อัตลักษณ์มลายู และแนวคิดการกระจายอำนาจ ถูกนักวิจารณ์บางส่วนในสื่อสังคมออนไลน์ตั้งคำถามว่าอาจขยายความขัดแย้งกับรัฐส่วนกลาง
ทุนต่างชาติสะดุด กระทบสื่อบางแห่ง
-----------------------------------
อีกประเด็นที่เกี่ยวข้องคือความเปราะบางด้านรายได้ของสื่ออิสระ หลังสหรัฐฯ ระงับและทบทวนความช่วยเหลือต่างประเทศในช่วงต้นปี 2568
เอกสารที่รวบรวมข้อมูลอ้างถึงคำสัมภาษณ์ผู้บริหาร Lanner และ The Isaan Record ว่าความเปลี่ยนแปลงของแหล่งทุนส่งผลต่อการวางแผนงาน และทำให้ต้องหารายได้จากช่องทางอื่น เช่น งานผลิตเนื้อหา โฆษณา และการกระจายแหล่งทุน ทั้งนี้ ประวัติการรับทุนต้องตรวจสอบเป็นรายองค์กร ไม่ควรเหมารวมว่าสื่อทั้งแปดแห่งได้รับเงินจาก NED หรือ USAID
สำหรับ National Endowment for Democracy หรือ NED องค์กรระบุว่าไม่สามารถเข้าถึงเงินที่สภาคองเกรสจัดสรรไว้ตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม 2568 ก่อนที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะเริ่มคืนการเข้าถึงเงินบางส่วนในวันที่ 10 มีนาคมปีเดียวกัน เหตุการณ์นี้จึงแตกต่างจากการที่คองเกรสมีคำสั่งยกเลิกทุนทั้งหมด และการคืนเงินบางส่วนก็ไม่ได้ยืนยันว่าผู้รับทุนทุกรายได้รับเงินกลับคืนทันที
ข้อกังวลด้านความมั่นคงแห่งรัฐ
-----------------------------------
นอกจากนี้ ยังมีการเชื่อมโยงวาทกรรมระดับโลกเข้ากับบริบทการเมืองไทย โดยอ้างอิงรายงานของกระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (MFA) ที่ตราหน้า NED ว่าเป็น "ถุงมือขาว" (White gloves) ให้แก่รัฐบาลสหรัฐฯ ในการแทรกแซงทางการเมือง ยุยงให้เกิดการปฏิวัติสี (Color Revolution) และสนับสนุนกลุ่มแบ่งแยกดินแดนซินเจียงอุยกูร์ (World Uyghur Congress) วาทกรรมนี้ถูกนำมาผลิตซ้ำในไทยเพื่อลดทอนความชอบธรรมของ NGO และสื่ออิสระ โดยกล่าวหาว่าสื่อที่รับเงิน NED ดำเนินการเป็น "นอมินี" หรือตัวแทนมหาอำนาจตะวันตกเพื่อบั่นทอนความมั่นคงของรัฐไทย
ในช่วงปี พ.ศ. 2564–2565 กรมสรรพากรได้เข้าตรวจสอบเอกสารทางการเงิน สัญญาการรับทุนจาก NED และรายชื่อผู้บริจาคขององค์กรภาคประชาสังคมและสื่ออย่างน้อย 6 แห่ง เช่น โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และมูลนิธิสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (HRLA) ซึ่งถูกกลุ่ม NGOs มองว่าเป็นการใช้อำนาจภาษีเป็นเครื่องมือสอดส่องและบีบปิดปากองค์กรที่เห็นต่างจากรัฐบาล และปลุกระดมให้มีการต่อต้าน พ.ร.บ.ตรวจสอบองค์กรอิสระในเวลาต่อมา
ข้อกังวลเหล่านี้ทวีความร้อนแรงยิ่งขึ้น เมื่อสังคมกำลังจับตาการชำแหละงบประมาณไทยพีบีเอส 2,000 ล้านบาท การตรวจสอบโดย สตง. รวมทั้งประเด็นการเรียกร้องให้ตรวจสอบ NGOs รับเงินต่างชาติ
เงินบำรุงไทยพีบีเอสกับข้อเสนอเปลี่ยนแหล่งรายได้
-----------------------------------
ไทยพีบีเอสมีรายได้หลักจากเงินบำรุงองค์การที่จัดเก็บเพิ่มเติมจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีสุราและยาสูบ อัตราร้อยละ 1.5 โดยกฎหมายกำหนดเพดานไว้ปีงบประมาณละ 2,000 ล้านบาท
ร่างแก้ไขกฎหมายที่เสนอโดยศุภชัย ใจสมุทร และคณะ เสนอเปลี่ยนแหล่งรายได้ดังกล่าวเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปี พร้อมยกเลิกมาตราที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บเงินบำรุง ประเด็นที่ต้องพิจารณาจึงครอบคลุมทั้งการตรวจสอบการใช้เงินและผลต่อความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ
ด้านการเงิน มีรายงานข่าวว่าไทยพีบีเอสมีรายจ่ายสูงกว่ารายได้ต่อเนื่องในปี 2565–2567 และมีการเข้าตรวจสอบข้อร้องเรียนด้านการจัดซื้อจัดจ้างโดย สตง. ในปี 2569 อย่างไรก็ตาม ต้องแยกข้อร้องเรียนและการตรวจสอบออกจากข้อยุติว่ามีการกระทำผิด อีกทั้งข้อมูลที่ไทยพีบีเอสเผยแพร่ระบุว่า ปี 2568 มีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายสุทธิ จึงควรนำข้อมูลล่าสุดมาประกอบการประเมินด้วย
คำถามที่ไทยพีบีเอสควรเปิดเผยให้ตรวจสอบได้ คือโครงการนี้ใช้งบประมาณเท่าใด แต่ละเครือข่ายได้รับการสนับสนุนรูปแบบใด ใช้หลักเกณฑ์อะไรในการคัดเลือก และมีระบบประเมินความถูกต้อง ความสมดุล และประโยชน์สาธารณะของเนื้อหาอย่างไร
การเปิดเผยรายละเอียดเหล่านี้จะช่วยให้สังคมประเมินความคุ้มค่าได้จากหลักฐาน และทำให้ข้อถกเถียงเรื่องบทบาทของสื่อสาธารณะมีข้อมูลที่ชัดเจนขึ้น
#เจาะลึกสื่อ #ไทยพีบีเอส #ThaiPBS #NED #ความมั่นคง #สื่อท้องถิ่น #กบฏผีบุญ #แบ่งแยกดินแดน #ข่าวสืบสวนเชิงลึก #งบประมาณแผ่นดิน
-------------------------------
แหล่งข่าว
https://www.thaipbs.or.th/.../yywf28buv7sb85d9s54onb9s-
https://www.the101.world/us-politics-and-thai-local-press/
https://www.nationthailand.com/in-focus/30164659
https://prachatai.com/journal/2022/02/97204
https://www.thaipbs.or.th/news/content/316202
https://www.thairath.co.th/news/politic/2963520
https://nextnewsth.com/.../general/6ac0e59b7e137f9a87337593
-------------------------------
ติดตามข้อมูลข่าวสาร รู้ไทย รู้โลก กับ Thailand Vision ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/thvi5ion
Youtube : https://www.youtube.com/c/Thailandvision"

หลังจากที่โพสต์ของ เพจเฟซบุํก Thailand Vision เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ ทำเอาชาวเน็ตต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงคสามคิดเห็นกัน เช่น
"ร่วมด้วย ช่วยแชร์ ขอบคุณครับ"
"เสรีของคนกลุ่มหนึ่ง เอาคำว่า เสรีภาพ แปะหัวไว้ จากนั้นจะพูดอะไรก็ได้"
"เหยื่อคนเมาแล้วขับ ได้รับการดูแลดีเท่านี้ไหมครับ ทั้งที่ภาษีมาจากคนที่มีส่วนต่อเหตุทั้งนั้น"
"ประชาไทไปเกี่ยวกับ Thai PBS ตั้งแต่เมื่อไหร่ เกี่ยวข้องอย่างไร ช่วยอธิบายให้ฟังที"
"คุณเอาข้อมูลที่เขาทำกิจกรรมร่วมกัน มาเชื่อมโยงแบบมั่วๆ เลยว่า Thai PBS ให้ทุนองค์กรอื่นๆ เหล่านี้ นี่มันเลือกหยิบเอามาโจมตีกันชัดๆ ถ้าจะเชื่อมโยงจากกิจกรรมที่ทำร่วมกัน Thai PBS มันก็ทำงานกับองค์กรมูลนิธิ ภาครัฐ ภาคเอกชนทั่วประเทศ ทำไมไม่หยิบมานำเสนอให้หมด นำเสนอแต่องค์กรที่ตนเองไม่ชอบ และก็เอามาใส่ไฟทุเรศตจริงๆ"
"สนุกเลยสิครับสื่ออิสระ..จัดซื้อจัดจ้างกัน..แบ่งพวกผมประชาชนจมน้ำบ้างก็ดีนะ...อยากเป็นประชาชนอิสระ"
"ไปร่วมกับ brn คนไทยก็ไม่เอาแล้ว"
"โอแม่เจ้า กูไม่อยากจะเชื่อเลย"
"อาจเป็นรูปภาพของ หนึ่งคนขึ้นไป และ ข้อความ"
"อยากเห็นของ สสส ด้วยค่ะ"
"แต่ละตัวนี้. . .ฉ่ำๆ จาก ภาษีเลยนร้าาาาาาา~*"








ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เพจเฟซบุํก Thailand Vision
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

