‘โป่ง หินเหล็กไฟ’ โผล่จี้วุฒิสภาลุยแก้ กม.ลิขสิทธิ์รับยุค AI ชี้ชัดเพลงยุคนี้ต้องแฟร์-ระวังคนสวมรอยโคลนเสียง

เดือดร้อนกันถ้วนหน้า "โป่ง หินเหล็กไฟ" โผล่สภาฯ จี้วุฒิสภาเร่งปฏิรูปกฎหมายลิขสิทธิ์เพลงให้ทันโลกยุคดิจิทัลและภัยคุกคามจาก AI ชี้ชัดถึงเวลาจัดสรรเงินทอง-ภาษีให้โปร่งใส เสนอ 4 ข้อเน้นๆ ทวงคืนความเป็นธรรมให้ศิลปิน-คนแต่งเพลง หวั่นอนาคตโดนก๊อปเสียงไปใช้หน้าตาเฉยโดยไม่ขออนุญาต
เมื่อวันที่ 5 ต.ค.68 ที่ผ่านมาที่อาคารรัฐสภา คณะทำงานศึกษาแนวทางการพัฒนากฎหมายลิขสิทธิ์และระบบบริหารจัดการลิขสิทธิ์ เพื่อคุ้มครองสิทธิของศิลปินผู้สร้างสรรค์และผู้ประพันธ์เพลง โดยมีนายพิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร สมาชิกวิฒิสภา (สว.) อดีตศิลปินชื่อดัง ในฐานะประธานคณะทำงานฯ ได้เรียกประชุมเพื่อสรุปปัญหาและอุปสรรคในการดูแลลิขสิทธิ์ของคนดนตรี
โดยการประชุมครั้งนี้มีไฮไลต์สำคัญคือการมาร่วมให้ข้อมูลและสะท้อนปัญหาจากปากศิลปินร็อกชื่อดังระดับตำนานอย่าง "โป่ง หินเหล็กไฟ" หรือนายปฐมพงษ์ สมบัติพิบูลย์ ซึ่งมาร่วมตีแผ่ความจริงในวงการเพลงให้คณะทำงานได้รับฟังกันแบบหมดเปลือก
สำหรับสาระสำคัญในการประชุมครั้งนี้ที่ประชุมยอมรับตรงกันว่า ระบบการบริหารจัดการลิขสิทธิ์ในปัจจุบันยังมีปัญหาหมักหมมหลายด้าน ทั้งเรื่องกระบวนการจัดเก็บและการแบ่งปันค่าลิขสิทธิ์ที่ไม่ลงตัว ความคลุมเครือในการตรวจสอบการใช้งานผลงาน และช่องโหว่ในการคุ้มครองสิทธิของศิลปินตัวจริงที่นับวันยิ่งเจอศึกหนักรอบด้าน
ด้าน "โป่ง หินเหล็กไฟ" ได้สะท้อนมุมมองในฐานะคนดนตรีตัวจริงเสียงจริงว่า อยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องช่วยกันทบทวนและจัดระบบเรื่องลิขสิทธิ์ให้เกิดความสมดุลและเป็นธรรมระหว่าง 3 ฝ่าย คือ ค่ายเพลง ศิลปิน และคนแต่งเพลง ให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
"เพราะว่าตอนนี้มันก็เป็นยุคดิจิทัลแล้ว ช่องทางการขายเพลงก็ติดตามกันได้ชัดเจน รับรู้รายได้ชัดเจน แบ่งอะไรกันเท่าไหร่ เสียภาษีกันเท่าไหร่ มันก็น่าจะมีปรับ เพราะว่าต่อไปมันจะเยอะ แล้วปีหน้านี้ผมว่าเอไอ มันก็มาแน่นอน การเตรียมตัวไว้ก่อนมันก็ดี เพราะเดี๋ยวจะมีการละเมิดอะไรกันบ้าง ไปโคลน วอยซ์ซิ่ง เสียงคนอื่นมาใช้อย่างเงี้ย มันเป็นสิทธิของเจ้าตัว เอาไปใช้บางทีก็ไม่ได้รับอนุญาต"
นอกจากนี้ ร็อกเกอร์รุ่นใหญ่ยังได้ยื่นข้อเสนอ 4 ประเด็นหลักที่ต้องเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วน ประกอบด้วย 1.ทบทวนระยะเวลาในการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ให้มีความเหมาะสม 2.กำหนดสิทธิในการเรียกคืนลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ เพื่อให้ศิลปินมีสิทธิ์ดึงงานของตัวเองกลับมาได้ 3.จัดตั้งฐานข้อมูลแห่งชาติ เพื่อรวบรวมข้อมูลลิขสิทธิ์ให้โปร่งใส ตรวจสอบได้จริง และ 4.กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของสัญญาในธุรกิจเพลง เพื่อป้องกันการเอาเปรียบและสร้างความเป็นธรรม
ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า จะเร่งเดินหน้าศึกษาปัญหาและเสนอปรับปรุงกฎหมายลิขสิทธิ์ให้เท่าทันโลกยุคปัจจุบัน เพื่อให้ระบบการจัดการลิขสิทธิ์มีความโปร่งใส เป็นธรรม และปกป้องคุ้มครองหยาดเหงื่อแรงงานของเจ้าของผลงานได้อย่างแท้จริงต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง











