มท.ค้น4ผับจีน สะเทือนระยอง เจ้าของครวญ เพิ่งเคลียร์จนท.

มท.ค้น4ผับจีน
สะเทือนระยอง
เจ้าของครวญ
เพิ่งเคลียร์จนท.
“พลพีร์” เปิดปฏิบัติการ “สิงห์ปราบห้องลับ” ตรวจ KTV 4 แห่งในระยอง พบความผิดอื้อ แถมอ้างเคลียร์หลายหน่วยงาน ล่าสุด จับกุมส่งตำรวจแล้ว 15 ราย พบสารเสพติด 10 ราย
วันที่ 17 ตุลาคม 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจจัดระเบียบสังคมเข้าตรวจ KTV จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ Qing Ren KTV, ซิงเหว่ KTV, World Party KTV และ Grand Hyatt KTV
ผลการตรวจสอบพบว่า ทั้ง 4 แห่งไม่มีใบอนุญาตประกอบสถานบริการ และจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่า นักท่องเที่ยวกว่า 99% เป็นชาวจีน และแต่ละแห่งมีพนักงานหญิงให้บริการมากกว่า 100 คน
เจ้าหน้าที่ยังพบชาวต่างชาติทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต ทั้งชาวจีนและชาวเวียดนาม โดยประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนผู้ที่ถูกจับกุมและส่งให้ตำรวจดำเนินคดีแล้วมี 15 ราย ขณะเดียวกันพบผู้มีสารเสพติดในร่างกายประมาณ 10 ราย เตรียมดำเนินการตามขั้นตอน
ชุดเฉพาะกิจเตรียมขยายผลตรวจสอบโครงสร้างธุรกิจ ผู้ถือหุ้นแทนคนต่างด้าว เส้นทางการเงิน และผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง รวมถึงตรวจสอบประเด็นที่อาจเกี่ยวข้องกับการจัดหาให้มีการค้าประเวณี
กรณีมีข้อมูลว่าพนักงานร้านแห่งหนึ่งโทรศัพท์หาบุคคลที่อ้างว่าเป็นผู้จัดการ และกล่าวถึงการจ่ายเงินให้หลายหน่วยงาน เจ้าหน้าที่จะส่งข้อมูลให้ตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริงและสืบสวนผู้ที่ถูกกล่าวอ้างต่อไป
พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. เปิดเผยว่า จากกรณีตรวจสอบสถานบันเทิง 4 แห่งในพื้นที่ จ.ระยอง ซึ่งพบชาวจีนกว่า 100 คน ได้สั่งการ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 ตั้งคณะกรรมการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ โดยเฉพาะสถานะการเข้าเมือง ประเภทการตรวจลงตรา ระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตลอดจนพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง หากตรวจพบการกระทำผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมกันนี้ยังสั่งตรวจสอบข้อกล่าวอ้างว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีการจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่ หากพบพยานหลักฐานว่ามีการกระทำผิดจริง จะดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด โดยย้ำให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส และเป็นธรรม
พล.ต.ท.นพศิลป์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องพบชาวต่างด้าวที่เข้าข่ายกระทำความผิด ดังนี้ หญิงสัญชาติ ลาว 3 คน เมียนมาร์ 6 คน และหญิงบุคคบไร้สัญชาติ 1 คน มีความผิดฐานะ “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้” ทั้งนี้ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะกรณีคนต่างด้าวที่อาจเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานกระทำผิด เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและเฝ้าระวังการกระทำผิดของคนต่างด้าวทั่วประเทศ พร้อมบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับคนต่างด้าวที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัย หรือการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ ได้ที่สายด่วน สตม. 1178 ตลอด 24 ชั่วโมง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

