ใต้ฝนตกหนัก รับมือ24-26ตุลาคม สั่งป้องกันหาดใหม่

ใต้ฝนตกหนัก
รับมือ24-26ตุลาคม
สั่งป้องกันหาดใหม่
สทนช.เตือน 10 จว.ภาคใต้ เตรียมรับมือฝนตกหนักช่วง 24-26ตุลาคม เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากดินโคลนถล่มหลังนราธิวาส มีฝนตกสูงสุด 123 มิลลิเมตร กำชับเตรียมเครื่องสูบน้ำพร้อม 100% นายกฯย้ำเตรียมป้องกันหาดใหญ่ อย่างเต็มที่ หลังชาวหาดใหญ่กังวลน้ำท่วมซ้ำรอยเดิม ยันเร่งโอนเงินเยียวยาน้ำท่วมต่อเนื่อง ไม่รอสถานการณ์คลี่คลาย หลังครม.อนุมัติงบกว่า1หมื่นล้านบาท โอนเงินถึงมือปชช.แล้ว7แสนครัวเรือน “สุริยะ”สั่งกรมชลประทาน พร้อมรับมือฝนตกหนักภาคใต้เน้นเฝ้าระวังพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก พร้อมเร่งซ่อมแซมคลอง ร.1 คาดแล้วเสร็จเดือนพฤศจิกายนนี้
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 8/2569 ว่า กรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ประเมินว่าภาคใต้ยังมีฝนตกต่อเนื่องโดยช่วงวันที่ 22–23ตุลาคม จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ และช่วงวันที่ 24–26 ตุลาคม ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ส่วน“พายุจำปี”ที่กำลังเคลื่อนตัวไปทางไต้หวัน ไม่มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง
ทั้งนี้รายงานสถานการณ์น้ำของ สทนช. วันที่ 21 ตุลาคม 2569 เวลา 07.00 น. พบว่า จังหวัดนราธิวาสมีปริมาณฝนสูงสุดของประเทศ 123 มิลลิเมตร รองลงมาคือจังหวัดจันทบุรี 45 มิลลิเมตร สะท้อนถึงปริมาณฝนที่ตกหนักในบางพื้นที่ ขณะที่ภาคใต้ยังมีแนวโน้มฝนตกต่อเนื่องในระยะต่อไป
เตือน10จว.ใต้ฝนตกหนัก24-26ตุลา
สทนช.จึงออกประกาศเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำช่วงวันที่ 23–26 ตุลาคม ครอบคลุม 10 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา สตูล ยะลา และนราธิวาส โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม รวมถึงเฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและน้ำล้นตลิ่งในลุ่มน้ำสำคัญ ได้แก่ แม่น้ำตาปีและแม่น้ำพุมดวง จังหวัดสุราษฎร์ธานี แม่น้ำตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ตลอดจนแม่น้ำสายบุรี แม่น้ำโก-ลก และคลองตันหยงมัส จังหวัดนราธิวาส
ย้ำเตรียมเครื่องสูบน้ำพร้อม100%
สำหรับมาตรการรับมือ สทนช.กำชับกรมชลประทานตรวจสอบความพร้อมของเครื่องสูบน้ำและเครื่องจักรในพื้นที่ให้พร้อมใช้งาน 100% พร้อมประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมแผนระบายน้ำ โดยเฉพาะเขื่อนในภาคใต้ ที่มีปริมาณน้ำเกิน 80% ของความจุเก็บกัก ให้เตรียมพร่องน้ำล่วงหน้าเพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำไหลเข้า โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อนควบคู่กัน ทั้งนี้ ยังต้องเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีปริมาณน้ำเกิน 80% ในจังหวัดระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และสตูล
นายชยันต์ กล่าวว่า สทนช.จะติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานหน่วยงานและจังหวัดเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ภาคกลาง ควบคู่กับการเตรียมรับมือฝนตกหนักในภาคใต้ที่กำลังเข้าสู่ฤดูฝนเพื่อป้องกัน และบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยและดินโคลนถล่มต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด
นายกฯยันเร่งโอนเงินเยียวยาน้ำท่วม
ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยเปิดเผยถึงการโอนเงินเยียวยาภายหลังคณะรัฐมนตรีอนุมัติงบเยียวยาน้ำท่วมแล้วกว่า10,508ล้านบาทไปเมื่อวานนี้จะมีการโอนเงินให้ประชาชนเมื่อใดว่าเมื่อการสำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้วและส่งข้อมูลมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)จะโอนเงินมาเรื่อยๆ เพราะไม่ได้รอให้การรวบรวมเสร็จเป็นจังหวัด หรือรอให้สถานการณ์น้ำท่วมหมดสิ้นเหมือนเมื่อก่อน ขณะนี้หากใครเข้าข่ายสามารถขึ้นทะเบียนและจะผ่านการคัดกรองว่าไม่ซ้ำ ได้รับความเดือดร้อนและต้องตีความว่าเป็นผู้เช่า หรือเจ้าของ ความเดือดร้อนเป็นอย่างไร เข้าเกณฑ์หรือไม่ ต้องทำให้ละเอียดให้แต่ละหลังคาเรือนได้รับความเป็นธรรมเท่ากัน เมื่อผ่านแล้วก็จะโอนเงินทันที ขณะนี้โอนเงินเยียวยาถึงมือประชาชนแล้ว 700,000 กว่าครัวเรือน
เตรียมป้องกันหาดใหญ่อย่างเต็มที่
ส่วนความกังวลของประชาชนในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา น้ำจะท่วมซ้ำรอยหรือไม่ขณะนี้มีปริมาณน้ำฝนสูงถึง 100มิลลิเมตร นายกฯกล่าวว่า เตรียมการป้องกันอย่างเต็มที่ เมื่อถามอีกว่านายกฯยืนยันได้หรือไม่ว่าจะไม่ท่วม เหมือนครั้งที่ผ่านมา นายอนุทิน กล่าวว่า เราเตรียมการป้องกันอย่างเต็มที่ ย้ำคำเดิมว่า เตรียมการป้องกันอย่างเต็มที่
‘วรศิษฎ์’เกาะติดตามน้ำภาคใต้ใกล้ชิด
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ในฐานะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคใต้ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาว่า สถานการณ์ขณะนี้ โดยเฉพาะในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ได้มีการจัดทำวอร์รูมเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอยู่แล้วทุกวัน โดยมีการติดตามสถานการณ์น้ำในภาคใต้ไว้ประมาณ 2-3 ครั้งต่อวัน โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจเช่นอ.หาดใหญ่ และตัวเมืองสงขลา ได้มีหน่วยงานดูแลเรื่องการรับมือและซ้อมภัยตามขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐานสำหรับจัดการสถานการณ์อุทกภัย(SOP)ที่ควรจะทำ รวมถึงการเตรียมความพร้อมของกำลังพลและเครื่องจักร
รมช.มหาดไทยกล่าวว่าขณะนี้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.)มีการเก็บข้อมูลของเครื่องจักรทั้งประเทศไว้เมื่อไหร่ก็ตามที่มีเหตุ และแต่ละพื้นที่ต้องการการสนับสนุนจะสามารถเคลื่อนย้ายเครื่องมือเข้าไปในพื้นที่ได้ทันที โดยหลัก คือ หากวันนี้มีเหตุ เราห้ามฟ้าห้ามฝนไม่ได้ แต่ถ้าเกิดขึ้นเราต้องเข้าไปช่วยเหลือประชาชนให้ได้เร็วที่สุด
“สุริยะ”สั่งกรมชลฯรับมือฝนถล่มใต้
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์กล่าวว่า ได้สั่งการกรมชลประทานเตรียมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคใต้ช่วงวันที่ 24–26 ตุลาคม โดยเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก เช่น จังหวัดเพชรบุรีและนครศรีธรรมราช ให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และตรวจสอบความพร้อมของอ่างเก็บน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดผลกระทบต่อประชาชน
สำหรับความคืบหน้าการซ่อมแซมคลองภูมินาถดำริ (คลอง ร.1) จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นคลองระบายน้ำสำคัญ ได้รับรายงานจากกรมชลประทานว่าการดำเนินงานใกล้แล้วเสร็จ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยคลองดังกล่าวสามารถรองรับการระบายน้ำได้ถึง 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีแผนลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าด้วยตนเองในเร็ว ๆ นี้
ส่วนสถานการณ์ฝนตกในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เมื่อคืนวันที่ 20 ตุลาคม ส่งผลให้บางพื้นที่มีน้ำหลากเล็กน้อย กรมชลประทาน รายงานว่าสถานการณ์ยังอยู่ในระดับที่สามารถรับมือได้ โดยได้กำชับหน่วยงานในสังกัดติดตามสถานการณ์ พร้อมแจ้งเตือนและเตรียมเข้าช่วยเหลือประชาชนทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
อธิบดีกรมชลฯย้ำจุดเสี่ยง-พร้อมช่วยปชช.
ด้าน นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่าได้กำชับสำนักงานชลประทานและโครงการชลประทานในพื้นที่ภาคใต้ตรวจสอบจุดเสี่ยงอุทกภัยตามแผนรับมือสถานการณ์อุทกภัยปี 2569 พร้อมเตรียมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และเจ้าหน้าที่ให้พร้อมปฏิบัติงาน รวมถึงติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับแผนระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์
สำหรับการเตรียมความพร้อมในพื้นที่ สำนักงานชลประทานที่ 15ได้ติดตั้งและเตรียมเครื่องสูบน้ำในจุดเสี่ยงจังหวัดนครศรีธรรมราชโดยเฉพาะบริเวณทุ่งท่าลาด อำเภอเมือง และพื้นที่อำเภอปากพนัง พร้อมเร่งกำจัดผักตบชวาและสิ่งกีดขวางทางน้ำในพื้นที่อำเภอท่าศาลา ชะอวด และเชียรใหญ่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดปัญหาน้ำท่วมขัง
ส่วนสำนักงานชลประทานที่ 16 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่จังหวัดสงขลา ได้ติดตามสถานการณ์น้ำและเตรียมรับมืออุทกภัย รวมถึงตรวจสอบและทดสอบเครื่องกว้านบานระบายน้ำ ตลอดจนหารือแนวทางซ่อมแซมคลองระบายน้ำ ร.1 เพื่อให้ระบบระบายน้ำมีความพร้อมรองรับฝนตกหนักในระยะต่อไป
ขณะที่สำนักงานชลประทานที่ 17 ได้เตรียมเครื่องสูบน้ำในพื้นที่จังหวัดปัตตานี โดยเฉพาะบริเวณโรงพยาบาลหนองจิก โรงพยาบาลโคกโพธิ์ และโรงพยาบาลยะหริ่ง เพื่อลดความเสี่ยงน้ำท่วมสถานพยาบาลและชุมชนโดยรอบ พร้อมเร่งกำจัดผักตบชวาและสิ่งกีดขวางทางน้ำในพื้นที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ทั้งบริเวณบ้านกัวลอต๊ะ บ้านชุมบก บ้านสันติสุข และบ้านเกาะสะท้อน รวมถึงคลองส่งน้ำและคลองระบายน้ำในพื้นที่จังหวัดปัตตานี
ทั้งนี้ กรมชลประทานได้กำชับทุกหน่วยงานในพื้นที่ให้เตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนทันทีหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลและแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างทั่วถึง โดยประชาชนที่ได้รับผลกระทบหรือต้องการความช่วยเหลือด้านน้ำ สามารถแจ้งผ่านสายด่วนกรมชลประทาน 1460 เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการช่วยเหลือ
‘ชัชชาติ’น้ำท่วมกทม.ดีขึ้นเหลือ2เขต
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่ากทม.ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำและการเยียวยาในพื้นที่กรุงเทพฯว่าสถานการณ์ตอนนี้ดีขึ้นมาก มีเพียง เขตลาดกระบังและเขตหนองจอก โดยเฉพาะบริเวณที่อยู่ติดกับคลองแสนแสบ มีการรับน้ำจากพื้นที่ข้างเคียงเช่นฉะเชิงเทรา ปทุมธานีและนครนายก เชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายขึ้น ทั้งนี้ เนื่องจากกรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีความหนาแน่นสูง มีสองปัญหาหลักคือขยะและการเยียวยา เมื่อน้ำเริ่มลด เราเก็บขยะไปทั้งหมด 25,000 ตัน ขอบคุณเจ้าหน้าที่กทม.ทุกเขตรวมถึงเจ้าหน้าที่จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กรมชลประทาน กรมทางหลวงและเอกชนที่ช่วยกัน
ส่วนเรื่องเยียวยา เชื่อว่ารัฐบาลก็ทำได้เร็ว ในส่วนของแอปพลิเคชันทางรัฐ แต่อาจจะมีเรื่องข้อมูลที่ส่งไม่ครบ ต้องมาส่งเพิ่มเติมที่สำนักงานเขต ซึ่งเราได้ขยายระยะเวลาในการยื่นขอเยียวยาไปถึงวันที่ 30 พ.ย.69 แล้ว ดังนั้นประชาชนสามารถทยอยมาได้ทั้งวัน
ยื่นเยียวยายพุ่ง1.6ล้านอนุมัติแล้ว4แสน
นายชัชชาติ ยืนยันว่า“กทม.ไม่ได้ล่าช้า เรามีคนยื่นขอเยียวยาจำนวนมากเป็น 1.6ล้านคน เจ้าหน้าที่อนุมัติไปแล้ว 4แสนกว่าคน ถือเป็นตัวเลขที่สูง คาดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์ จะพิจารณาอนุมัติงบประมาณได้แล้วเสร็จ เพราะต้องรอดูเรื่องอุทธรณ์”และว่าครั้งนี้ถือว่าเยียวยาได้เร็วกว่าที่ผ่านมา โปรแกรมรัฐบาลง่ายดี ให้ไปก่อน 9,000 5,000 ตามเกณฑ์เพื่อให้บรรเทาภาระประชาชนไปได้
นายชัชชาติกล่าวว่าเราไม่เคยโทษแอปฯทางรัฐ ขอบคุณด้วยซ้ำที่ทำให้ได้งานเร็วขึ้น อะไรที่เป็นข้อจำกัดต้องมาปรับปรุงเพิ่มเติม อนาคตแอปฯอาจจะเพิ่มรูปได้ก็ดี แต่ถ้าเพิ่มไม่ได้ก็เป็นเงื่อนไขที่ต้องปรับปรุงเป็นสาเหตุที่ทำให้ขยายเวลาการแจ้ง เพิ่มจำนวนคอมพิวเตอร์ 85 เครื่อง ที่เขตสายไหม เราไม่เคยโทษแอปฯทางรัฐ รวดเร็วดีมีการแบ่งเป็นเลนสีเขียว สีเหลือง สีแดง ต้องขอบคุณด้วยซ้ำ ที่ทำให้มีการเยียวยาอนุมัติเยียวยาประชาชนได้ 4 แสนกว่าคนแล้ว
ส่วนการยื่นขอเยียวยาเท็จ ถือเป็นคดีทางอาญา เราได้มีการติดป้ายเตือนไว้ ที่คอมพิวเตอร์ที่สำนักงานเขต กรณีให้ข้อมูลที่ผิด ถือเป็นความผิดทางอาญา ทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานยากขึ้นและกระทบกับประชาชนที่เดือดร้อนจริงๆหากไม่แน่ใจให้ถามเจ้าหน้าที่ซึ่งจะมีระบบการตรวจสอบย้อนหลัง ตอนนี้มีกรณีขอเยียวยาเท็จแจ้งเข้ามาแล้วแต่ยังไม่ทราบตัวเลขที่แน่ชัด
‘บุญรวี’แฉปัญหาขยะพิษน้ำท่วมลามหนัก
ที่รัฐสภา นายบุญรวี ยมจินดา สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรครวมใจไทย แถลงถึงปัญหาขยะพิษได้ก่อให้เกิดปัญหาที่จังหวัดปราจีนบุรี จากเหตุน้ำท่วมภาคตะวันออกว่า ขอเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งกวาดล้างขั้นเด็ดขาดการลักลอบนำเข้ากากขยะอิเล็กทรอนิกส์ของกลุ่มทุนเทาเข้ามาในประเทศไทย ทั้งนี้ พรรครวมใจไทยได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจ.ชลบุรีและระยอง ถึงการลักลอบนำขยะพิษ แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์จากจีนส่งมาฝังกลบในเขตนิคมอุตสาหกรรมต่างๆในจ.ชลบุรีและจ.ระยอง ล่าสุด เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจค้นโกดังบริษัทเอกชนที่อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี พบขยะบดย่อยผสมดิน เตรียมขายในรูปปุ๋ยคอกให้เกษตรกร รวม 300ตัน และที่อ.พัฒนานิคม จ.ระยอง มีการลักลอบใส่ตู้คอนเทนเนอร์จากจีนมาซุกไว้ที่โกดังบริษัทเอกชนสูงท่วมหลังคา ถือเป็นมหันตภัยมืดร้ายแรงที่คุกคามสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่จะต้องจัดการก่อนสายเกินแก้ ปัญหาที่เกิดขึ้นมีกลุ่มทุนเทาอยู่เบื้องหลังทำให้ประเทศไทยกลายเป็นถังขยะพิษของโลกอาศัยช่องทางผ่านท่าเรือเช่นท่าเรือแหลมฉบัง โดยสำแดงรายการในตู้คอนเทนเนอร์เป็นเศษโลหะวัตถุรีไซเคิล เศษเหล็ก ตบตาเจ้าหน้าที่ลำเลียงเข้าสู่โกดังในภาคตะวันออกเป็นมหันตภัยคุกคามสิ่งแวดล้อมสุขภาพประชาชน
จี้นายกฯเร่งแก้ด่วน-ยก”วาระแห่งชาติ”
นายบุญรวี กล่าวต่อว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดขณะนี้คือการนำกากขยะพิษมาผสมกับดินในรูปปุ๋ยคอก ขายให้เกษตรกรทำกันมานานแล้ว สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือเมื่อเกษตรกรหลงเชื่อ นำปุ๋ยคอกดังกล่าว ไปใช้กับพืชผล สารพิษอันตรายและสารหนูจะซึมลงสู่ชั้นดินไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ทำลายระบบนิเวศรุนแรง สารพิษจะสะสมในตะกอนดิน ทำให้สัตว์น้ำตาย วงจรชีวิตพืชถูกทำลาย น้ำเปลี่ยนสี ส่งกลิ่นเหม็นเน่า เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดภาคตะวันออก ขณะเดียวกันประชาชนที่ใช้น้ำอุปโภค-บริโภค หรือทำการเกษตรจะได้รับสารพิษสะสมเข้าสู่ร่างกายส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เจ็บป่วยเรื้อรัง เสี่ยงเกิดโรคมะเร็ง
“จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาล นายกรัฐมนตรีและหน่วยงานรัฐเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง พร้อมทั้งผลักดันให้เป็น”วาระแห่งชาติ”เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม รักษาวิถีเกษตรกรรมและความปลอดภัยในชีวิตของเกษตรกรไทยต่อไป เพื่อไม่ให้ประเทศไทย กลายเป็น ถังขยะพิษของโลก” นายบุญรวี กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

