ฟันรง.ขยะพิษ ‘วราวุธ’ปิดแล้ว1แห่ง ขอ3วันรู้ผลน้ำปราจีน

ฟันรง.ขยะพิษ
‘วราวุธ’ปิดแล้ว1แห่ง
ขอ3วันรู้ผลน้ำปราจีน
“วราวุธ”เผย ผลปฏิบัติการตรวจสอบโรงงานรีไซเคิลและจัดการของเสียอุตสาหกรรม 105 และ 106 วันแรก 5 จังหวัด 80 โรงงาน สั่งหยุดกิจการชั่วคราว 1 แห่ง ปรับปรุงแก้ไข 63 แห่ง ลั่นลุยตรวจสอบต่อเนื่อง ยันเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีสารเคมีรั่วไหลน้ำท่วมปราจีนบุรี คาด 3 วัน รู้ผลตรวจค่าน้ำ-ดิน ย้ำบริษัทเอกชนต้องรับผิดชอบทุกบาททุกสตางค์ ขณะที่อุตสาหกรรมชลบุรีรุดตรวจโรงงานรีไซเคิล อ.บ่อทอง พบเครื่องจักรเกิน-ไร้ระบบกันไฟ ลงบันทึกประจำวันเตรียมดำเนินคดี
เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานผลการปฏิบัติการตรวจสอบโรงงานจากนายภาสกร ชัยรัตน์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และนายเดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการตรวจสอบ กำกับ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด หลังจากที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้เปิดปฏิบัติการตรวจสอบ กำกับ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับโรงงานประกอบกิจการลำดับที่ 105 และ 106 เพื่อให้การดำเนินกิจการเป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานที่กำหนด โดยตั้งเป้าตรวจสอบโรงงานทั่วประเทศจำนวน 3,049 แห่ง
50ทีมปูพรมตรวจโรงงาน80แห่ง
โดยการปฏิบัติการวันแรก ได้จัดทีมตรวจสอบจังหวัดละ 10 ทีม รวมทั้งสิ้น 50 ทีม มีผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นหัวหน้าคณะปฏิบัติงานแต่ละชุดลงพื้นที่กลุ่ม A ครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ปราจีนบุรี และสมุทรปราการ พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมโรงงานอุตสาหกรรม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นผลการตรวจสอบพบว่า สามารถเข้าตรวจโรงงานได้ทั้งหมด 80 แห่ง แบ่งเป็นโรงงานลำดับที่ 105 จำนวน 26 แห่ง โรงงานลำดับที่ 106 จำนวน 52 แห่ง และโรงงานลำดับอื่นอีก 2 แห่ง ได้แก่ โรงงานอัดเศษโลหะและโรงงานหลอมผลิตภัณฑ์จากพลาสติก
สั่งหยุดชั่วคราว1/ปรับปรุง63แห่ง
นายวราวุธ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพบโรงงานที่เข้าข่ายต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวม 64 แห่ง โดยมีคำสั่งให้หยุดประกอบกิจการชั่วคราว 1 แห่ง พร้อมให้ปรับปรุงแก้ไขโรงงานตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง และสั่งให้ปรับปรุงแก้ไขโรงงาน 63 แห่ง ตามมาตรา 37 วรรคหนึ่ง พร้อมกันนี้ ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจจากส่วนกลางยังได้ตรวจสอบข้อมูลโรงงานอีก 3 แห่ง ซึ่งอยู่ระหว่างเสนอคำสั่งปิดโรงงาน อันจะมีผลเป็นการเพิกถอนใบอนุญาต โดยโรงงานดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ชลบุรี และฉะเชิงเทรา คาดว่าจะสามารถดำเนินการตามขั้นตอนได้ในเร็ว ๆ นี้
“ครั้งนี้เป็นการระดมพลตรวจครั้งแรกของชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ ส่งผลให้ตรวจสอบโรงงานได้อย่างเข้มข้น โดยได้กำชับให้ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจทุกคนทำงานด้วยความมุ่งมั่น กล้าตัดสินใจภายใต้กรอบกฎหมาย ยึดประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง คำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจจะลงพื้นที่ต่อเนื่องไปตลอดระยะเวลาที่กำหนด จนกว่าจะครบเป้าหมาย พร้อมย้ำให้มีการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด” รมว.อุตสาหกรรม กล่าว
เร่งเยียวยากรณีสารเคมีรั่วไหล
นายวราวุธ กล่าวถึงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบสารเคมีรั่วไหลจากโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรีว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งติดตามการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสารเคมีในช่วงเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา หลังกรมโรงงานอุตสาหกรรมลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำและดินเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 31 ต.ค.เพื่อตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของปริมาณสารตกค้าง ซึ่งคาดว่า จะใช้เวลาตรวจประมาณ 1 สัปดาห์ และจะทราบผลในอีก 2–3 วันนี้ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า มีความกังวลเรื่องสารตกค้าง เนื่องจากเมื่อน้ำลดลง สารเคมีในลำน้ำและพื้นที่เกษตรอาจมีความเข้มข้นเพิ่มขึ้น
จี้บริษัทจ่ายทุกบาททุกสตางค์
“ได้ขอให้บริษัทรับผิดชอบเยียวยาประชาชนทุกบาททุกสตางค์ โดยประชาชนต้องการให้หน่วยงานราชการเป็นคนกลางเจรจากับผู้ประกอบการ นายกรัฐมนตรีจึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการทำงานร่วมกัน ทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้ขอให้นายอำเภอเป็นคนกลางหารือเรื่องค่าเสียหาย พร้อมเร่งสำรวจผลกระทบเพื่อให้การเยียวยาครอบคลุมประชาชนทุกพื้นที่” นายวราวุธ กล่าว
ยันดีลจีนไม่เกิดช่องขนขยะเข้าไทย
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้มีมติอนุมัติให้กระทรวงอุตสาหกรรมรับเงินสนับสนุนจากประเทศจีน สำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียวและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งมีความกังวลว่าอาจเป็นช่องว่างนำเข้าขยะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ นายวราวุธ กล่าวว่า เป็นการดำเนินงานระหว่างหน่วยงานรัฐกับหน่วยงานรัฐโดยตรง เพื่อศึกษาแนวทางกำจัดอย่างถูกวิธี และจะไม่นำไปสู่การทิ้งกากอุตสาหกรรมอย่างผิดกฎหมาย พร้อมแก้ไขตัวเลขที่มีการกล่าวถึงว่าเป็นสามแสนดอลลาร์ ไม่ใช่สามแสนล้านสิ่งที่น่ากังวลคือ การลักลอบนำเข้าโดยไม่มีเอกสาร การสำแดงเท็จ และการซุกซ่อนในตู้คอนเทนเนอร์หรือผ่านช่องทางธรรมชาติ ซึ่งตรวจสอบได้ยาก ท่ามกลางตู้คอนเทนเนอร์ที่เข้าประเทศวันละหลายหมื่นตู้
ตรวจโรงงานรีไซเคิลอ.บ่อทอง
นายดวงจันทร์ อุ่นชาติ อุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรีได้ร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม เข้าตรวจสอบ บริษัท ฟู่ฉี รีไซคลิ่ง เทคโนโลยี จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 102 หมู่ที่ 1ต.ธาตุทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นโรงงานได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการถอดแยกมอเตอร์ บดย่อยสายไฟเก่า และคัดแยกวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นของเสียอันตราย (ใบอนุญาตเลขที่ 10200025225651)พบประเด็นสำคัญดังนี้ ขณะเข้าตรวจ โรงงานหยุดประกอบกิจการชั่วคราวตามนโยบายบริษัท เพื่อปรับปรุงแก้ไขกระบวนการผลิต ตรวจพบเศษวัสดุไม่ใช้แล้วลักษณะเป็นก้อนแข็ง มีส่วนผสมของโลหะสีเทาเงิน ไม่มีกลิ่นเหม็น บรรจุถุงบิ๊กแบ็กจำนวน 27 ถุง จัดเก็บอยู่ภายในอาคาร (อยู่ระหว่างระบุน้ำหนัก) พบระบบบ่อตกตะกอน แม้ยังไม่พบการระบายน้ำทิ้งออกนอกพื้นที่ แต่บ่อตกตะกอนมีความเสี่ยงสูงที่จะไหลล้นออกสู่ภายนอก ตรวจพบระบบ Wet Scrubber จำนวน 4 ชุด ซึ่งยังไม่ได้แจ้งการติดตั้งตามมาตรา 19 แห่ง พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535
ตรวจพบการติดตั้งและเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมีกำลังเครื่องจักรรวม 1,445 แรงม้า (จากสิทธิเดิมที่ได้รับอนุญาต 1,415 แรงม้า) ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 19 แห่ง พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 พบการก่อสร้างอาคารเพิ่มเติม 5 หลัง พื้นที่รวม 5,470 ตารางเมตร เพื่อใช้เก็บวัตถุดิบโดยไม่มีการติดตั้งระบบป้องกันอัคคีภัย รวมถึงอาคารโรงงานเดิมก็ไม่มีระบบป้องกันอัคคีภัยและขาดการตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปี 2569 มีการจัดเก็บเศษวัสดุติดไฟง่ายภายในอาคารเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดเพลิงไหม้
ลงบันทึกประจำวัน สภ.บ่อทอง
เจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.โรงงาน และ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ได้ทำการเก็บตัวอย่างเศษวัสดุต้องสงสัย จำนวน 2 ตัวอย่าง ส่งตรวจวิเคราะห์ว่าเป็นวัตถุอันตรายหรือของเสียอันตรายหรือไม่ พร้อมอาศัยอำนาจตามมาตรา 35(3) แห่ง พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และมาตรา 54(3) แห่ง พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ทำการยึดอายัดของเสียดังกล่าวไว้เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี ได้นำหลักฐานและข้อเท็จจริงทั้งหมดเข้าลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ณ สภ.บ่อทอง หากผลการตรวจพิสูจน์ยืนยันว่าเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน กฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางแพ่งกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจนถึงที่สุดต่อไป
ปชน.เผยสารหนูพิษลุกลาม
นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน กล่าวถึงสถานการณ์การปนเปื้อนสารหนูในแหล่งน้ำและการสะสมสารหนูในร่างกายประชาชนว่า ล่าสุด พบผู้มีสารหนูอนินทรีย์ หรือสารหนูพิษในปัสสาวะเกินค่าปลอดภัยแล้ว 79 คน จาก 7 จังหวัดภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภาคเหนืออีกต่อไป แต่กำลังขยายวงไปยังพื้นที่ลุ่มน้ำโขงในภาคอีสานด้วย
สำหรับผลการตรวจในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยกรมควบคุมโรคพบผู้มีสารหนูพิษในปัสสาวะเกินค่าปลอดภัย 39 คน จากกลุ่มเสี่ยงบริเวณแนวแม่น้ำโขง 520 คน แบ่งเป็น จ.เลย 6 คน จ.หนองคาย 17 คน จ.บึงกาฬ 6 คน และจ.นครพนม 10 คนขณะที่ภาคเหนือพบผู้มีสารหนูพิษเกินค่าปลอดภัย 40 คน ได้แก่ จ.เชียงราย 31 คน และ จ.เชียงใหม่ 7 คน ในพื้นที่ฝั่งแม่น้ำกก และจ.แม่ฮ่องสอนอีก 2 คน ในพื้นที่ฝั่งแม่น้ำสาละวิน ทั้งนี้ ยังอยู่ระหว่างรอผลการตรวจประชาชนในพื้นที่ฝั่งแม่น้ำสาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการตรวจพบสารหนูในน้ำในระดับสูง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

