เกษตรอำเภอฯเตือนชาวสวนระวัง! หลังพบเบาะแสทุเรียนจากที่อื่นซุกตู้ทึบสวมสิทธิ์ทุเรียนทองผาภูมิ

เกษตรอำเภอทองผาภูมิส่งสัญญาณเตือนชาวสวน หลังพบเบาะแสทุเรียนจากภาคใต้ซุกตู้ทึบสวมสิทธิ์ทุเรียนทองผาภูมิ หวั่นกระทบชื่อเสียงและพาหนอนเจาะเปลือกแพร่ระบาด เศรษฐกิจพัง
นายชยุติ โสไกร หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ขณะนี้ทุเรียนทองผาภูมิใกล้จะหมดแล้ว อย่าเอาทุเรียนตู้ทึบมาสวมสิทธิ์ทุเรียนทองผาภูมิ สิ่งที่น่าเป็นห่วงจากทุเรียนต่างถิ่นคือ ถ้าเราไม่ช่วยกันป้องกัน หนอนเจาะเปลือกอาจระบาดรุนแรงได้ในพื้นที่ทองผาภูมิและกาญจนบุรี จากเบาะแสเรารู้ตั้งแต่รถตู้ทึบขนทุเรียนของคุณผ่านด่านที่ไทรโยคแล้ว แต่ขอแจ้งเตือนกันไว้ก่อนที่จะใช้มาตรการอื่น
จากข้อมูลข้างต้น สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา นายจตุพร อิ่มจิตร เกษตรอำเภอทองผาภูมิ ได้ประกาศเตือนภัยทุเรียนสวมสิทธิ์และเฝ้าระวังหนอนเจาะเปลือก โดยเกษตรทองผาภูมิเตือนภัย! ระวังทุเรียนใต้สวมสิทธิ์เป็นทุเรียนทองผาภูมิ
เรื่องนี้สำคัญมาก อยากให้พี่น้องอ่านให้จบ ขณะนี้พบว่ามีทุเรียนจากตู้ทึบที่ขนมาจากภาคใต้ แอบอ้างสวมสิทธิ์เป็นทุเรียนทองผาภูมิ ซึ่งไม่เป็นธรรมทั้งกับผู้บริโภคและเกษตรกรตัวจริงในพื้นที่ของเรา ขอฝากถึงพ่อค้าแม่ค้าทุกท่าน ถ้าเป็นทุเรียนใต้ กรุณาบอกตามตรงว่าเป็นทุเรียนใต้ อย่าสวมสิทธิ์เป็นทุเรียนทองผาภูมิ เพราะตอนนี้ผลผลิตทุเรียนทองผาภูมิของเราใกล้จะหมดฤดูกาลแล้ว การสวมสิทธิ์แบบนี้จะทำให้ผู้บริโภคสับสน และเสียชื่อเสียงทุเรียนทองผาภูมิที่เกษตรกรตั้งใจปลูกกันมาทั้งปี
อีกเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังไม่แพ้กัน คือทุเรียนที่ขนมาจากภาคใต้แต่อาจมีหนอนเจาะเปลือกทุเรียนติดมาด้วย ซึ่งเสี่ยงที่จะแพร่ระบาดเข้าสู่สวนทุเรียนในพื้นที่ของเราได้ในอนาคต
ที่ผ่านมา สำนักงานเกษตรจังหวัดได้กล่าวถึงขบวนการหลอกลวงผู้บริโภค โดยนำทุเรียนจากภาคใต้มาแอบอ้างสวมสิทธิ์ขายเป็น "ทุเรียนทองผาภูมิ" ซึ่งกำลังเป็นปัญหาใหญ่ที่สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและชื่อเสียงของเกษตรกรในจังหวัดกาญจนบุรีอย่างมาก เนื่องจากทุเรียนทองผาภูมิได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ซึ่งมีราคาและมูลค่าในตลาดสูงกว่าทุเรียนข้ามถิ่นทั่วไป
หากถูกจับกุม โทษทางกฎหมายสำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่นำทุเรียนอื่นมาสวมสิทธิ์แอบอ้าง จะเข้าข่ายมีความผิดทางกฎหมายหลายกระทง ดังนี้ 1. ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2. ความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค เจตนาทำให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด สภาพ หรือคุณภาพของสินค้า มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ 3. ความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) แอบอ้างใช้ชื่อสินค้า GI เพื่อหลอกลวง มีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

