สืบภาค 5 แท็กทีม! รวบ 2 หนุ่มโคราชซิ่งแหกด่าน พร้อมยึดยาบ้า 14 กระสอบ-รวมกว่า 2.8 ล้านเม็ด

ตำรวจสืบภาค 5 สนธิกำลัง 3 โรงพัก รวบ 2 หนุ่มโคราชซิ่งแหกด่านถนนชายแดนแม่สาย-เชียงแสน ผงะยึดยาบ้า 14 กระสอบ รวมกว่า 2.8 ล้านเม็ด เผยรับจ้างขับแลกเงิน 1.3 แสน
วันที่ 3 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.5 ร่วมกับ ชุดสืบสวน ภ.จว.เชียงราย, สภ.เชียงแสน, สภ.เกาะช้าง และ สภ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้สืบทราบว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดลำเลียงยาบ้าล็อตใหญ่ ใช้เส้นทางเลี่ยงด่านตรวจบนถนนสายหลักพหลโยธิน โดยใช้ถนนเลียบชายแดนจาก อ.แม่สาย มุ่งหน้าไปยัง อ.เชียงแสน
กระทั่งเจ้าหน้าที่พบรถยนต์อเนกประสงค์ โตโยต้า สีบรอนซ์เงิน (MPV 5 ประตู) ทะเบียน จ.เชียงใหม่ ขับผ่านหมู่บ้านสันถนน มุ่งหน้าไปทางบ้านด้าย หมู่ 11 ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน ตรงตามเบาะแส จึงนำกำลังเข้าสกัดและส่งสัญญาณให้หยุดตรวจ แต่รถคันดังกล่าวกลับเร่งเครื่องขับหลบหนีไปทางบ้านจอมกิตติ หมู่ 6 ต.เวียง อ.เชียงแสน เจ้าหน้าที่จึงขับรถไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด จนรถต้องสงสัยไปจอดบริเวณสวนสาธารณะในหมู่บ้าน จากนั้นคนขับได้เปิดประตูวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังไล่ล่าและเข้าตรวจสอบตัวรถ พบกระสอบฟางสีรุ้งซุกซ่อนอยู่ภายในห้องโดยสารและท้ายรถจำนวน 14 ใบ บรรจุ ยาบ้าใบละประมาณ 200,000 เม็ด รวมของกลางทั้งสิ้นประมาณ 2,800,000 เม็ด
ขณะเดียวกัน ชุดไล่ล่าสามารถรวบตัวคนขับรถขนยาเสพติดไว้ได้ขณะวิ่งหนีไปได้ไม่ไกล ทราบชื่อคือ นายอนุชา (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ชาว อ.เทพารักษ์ จ.นครราชสีมา จากการเค้นสอบสวน นายอนุชารับสารภาพว่ามีรถยนต์นำทางอีก 1 คัน คาดว่ากำลังขับเข้าเขต อ.แม่จัน เจ้าหน้าที่จึงประสานกำลังตั้งด่านสกัดจับรถนำไว้ได้สำเร็จ พร้อมควบคุมตัวคนขับคือ นายถาวร (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี ชาว อ.ขามสะแกแสง จ.นครราชสีมา
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายอนุชา ให้การว่า ตนไปเช่ารถอเนกประสงค์คันดังกล่าวมาเพื่อใช้ขนยาบ้า โดยได้รับการว่าจ้างจากนายทุนให้ไปรับยาเสพติดมาจากพื้นที่ อ.แม่สาย ได้ค่าจ้างจำนวน 130,000 บาท ซึ่งยังไม่ได้รับเงิน โดยคนจ้างสั่งให้ขับรถมุ่งหน้าไปเรื่อยๆ แล้วจะแจ้งพิกัดจุดส่งมอบยาบ้าในภายหลัง แต่มาถูกตำรวจสกัดจับได้เสียก่อน เช่นเดียวกับ นายถาวร คนขับรถนำ ที่ให้การรับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างในราคา 130,000 บาทเท่ากันและยังไม่ได้รับเงินเช่นกัน
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ประสานฝ่ายปกครองและพนักงานสอบสวน นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายพร้อมของกลางยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด ไปสอบสวนขยายผล เพื่อติดตามจับกุมผู้สั่งการและผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง






