หมอคางดำโผล่ลำปาว! ยอดจับพุ่ง 118 ตัว ไข่เต็มท้อง-ชาวบ้านขู่จับทำ ‘ปลาร้า’ เจริญรอยตามหอยเชอรี่

ปลาหมอคางดำโผล่ลำปาว! ยอดจับพุ่ง 118 ตัว ไข่เต็มท้อง ชาวบ้านเชื่อคนแอบปล่อย-ขู่จับทำ ‘ปลาร้า’ เจริญรอยตามหอยเชอรี่
วันที่ 23 กันยายน 2569 จังหวัดกาฬสินธุ์กำลังเผชิญกับความท้าทายด้านระบบนิเวศครั้งใหม่ เมื่อพบการแพร่ระบาดของ ‘ปลาหมอคางดำ’ สัตว์น้ำต่างถิ่นที่กำลังสร้างความปั่นป่วนในหลายพื้นที่ของประเทศ ล่าสุดเข้าประชิดพื้นที่ลุ่มน้ำลำปาวแล้ว สร้างความตื่นตัวให้กับชาวประมงรอบแหล่งน้ำสาธารณะใต้เขื่อนลำปาวหลายจุด ที่ต่างเร่งเตรียมพร้อมรับมือ ก่อนสถานการณ์จะบานปลาย
จากการสำรวจพบว่าแม้ชาวบ้านในพื้นที่จะไม่ได้ตื่นตระหนกจนเกินเหตุ แต่ก็ยอมรับว่าหากภาครัฐยังไม่เร่งออกมาตรการจัดการอย่างเด็ดขาด การระบาดครั้งใหญ่คงหนีไม่พ้น เนื่องจากปลาหมอคางดำที่จับได้ส่วนใหญ่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ และมีไข่เต็มท้อง ซึ่งหมายถึงศักยภาพในการขยายพันธุ์ที่รวดเร็วอย่างน่ากังวล เพราะเชื่อว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ปลาจะมาโผล่ที่เขื่อนลำปาว
นายนิกร อายุ 58 ปี ชาวบ้านโคกสำราญ ชุมชนติดอ่างเก็บน้ำห้วยสีทน ต.หนองกุง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ วิเคราะห์สถานการณ์อย่างมีเหตุผลว่า ปลาหมอคางดำที่พบในเขื่อนลำปาวไม่น่าจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เพราะเส้นทางน้ำของลำปาวไม่ได้เชื่อมต่อกับแหล่งน้ำภาคกลางหรือพื้นที่ที่เคยมีการระบาดมาก่อน ขณะที่สมมติฐานเรื่องปะปนมากับลูกปลานิลจากบ่อกระชังก็ฟังไม่ขึ้น เพราะเกษตรกรผู้เลี้ยงปลามีความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ยากที่จะปล่อยให้เกิดการปนเปื้อนเช่นนี้ หากมีการปนเปื้อนจริงตั้งแต่ต้น ป่านนี้คงระบาดไปหลายจังหวัดในภาคอีสานแล้ว แต่นี่มีแค่กาฬสินธุ์ที่เดียว
นายนิกร ตั้งข้อสังเกตสิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ ตัวเลขปลาหมอคางดำที่จับได้ถึง 111 ตัวในพื้นที่กว้างใหญ่ของเขื่อนลำปาวนั้น เชื่อว่าเป็นเพียงส่วนน้อยของจำนวนจริงที่อาจซ่อนอยู่ในแหล่งน้ำ หากภาครัฐไม่เร่งดำเนินการกำจัดอย่างทันท่วงที มีความเป็นไปได้สูงที่การระบาดจะลุกลามมาถึงหน้าเขื่อนลำปาว และแพร่กระจายไปตามสายน้ำและแหล่งน้ำทั่วไปในไม่ช้า
ท่ามกลางความกังวล กลับมีมุมมองที่น่าสนใจจากชาวประมงในพื้นที่ ที่มองว่าปลาหมอคางดำก็เป็นอาหารได้เหมือนปลาทั่วไป และหากมันขยายพันธุ์เข้ามาจริง ก็อาจกลายเป็นแหล่งอาหารเสริมในยามที่ปลาธรรมชาติในแหล่งน้ำลดลงทุกวัน
นายนิกร กล่าวทิ้งท้ายอย่างมั่นใจว่า ตนและเพื่อนบ้านผู้ประกอบอาชีพประมงได้เตรียมอุปกรณ์ดักจับสัตว์น้ำตามภูมิปัญญาชาวบ้านไว้พร้อมแล้ว ทั้งตุ้ม ตาข่าย แห และเบ็ดราว พร้อมยกกรณีศึกษา ‘หอยเชอรี่’ ที่เคยระบาดหนักในอดีต แต่สุดท้ายแทบสูญพันธุ์ เพราะถูกคนอีสานจับกินจนหมด เป็นเครื่องยืนยันว่าครั้งนี้ก็เช่นกัน หากปลาหมอคางดำกล้ารุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ ก็คงหนีชะตากรรมเดียวกัน กลายเป็น ‘ปลาร้า’ บนโต๊ะอาหารของคนอีสานในที่สุด
ส่วนการพบปลาหมอคางดำ ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 69 ล่าสุดมีรายงานว่าชาวประมงบ้านคำเขื่อนแก้ว ตำบลสำราญใต้ อำเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ จับปลาหมอคางดำได้เพิ่มอีก 7 ตัว อยู่ที่บริเวณด้านตอนเหนือเขื่อนลำปาว ด้วยตาข่ายดักปลา ทำให้ปัจจุบันมียอดสะสมแล้ว 118 ตัว
ทั้งนี้ สำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ รายงานว่า ปลาหมอคางดำที่พบ ยังคงปรากฏเป็นปลาเพศเมียที่มีไข่ จำนวน 12 ตัว แต่ละตัวมีความหนาแน่นของจำนวนไข่ประมาณ 200-400 ฟอง ที่ยืนยันว่ายังไม่พบว่ามีปลาหมอตัวผู้อมไข่หรือตัวลูกปลาไว้ในปาก ดังนั้นการที่ไม่พบลูกปลาหมอคางดำขนาดเล็ก จึงยังถือเป็นสัญญาณที่ดี ที่ยังไม่เข้าข่ายว่ามีการระบาดรุนแรง
อีกทั้งปลาหมอคางดำที่พบทุกตัว เจ้าหน้าที่กรมประมงได้ตัดตัวอย่างคีบปลาหมอคางดำ เพื่อส่งตรวจดีเอ็นเอ ที่ศูนย์พัฒนาวิจัยประมงน้ำจืด กรมประมง เพื่อหาแหล่งที่มาว่าปลาหมอคางดำที่ระบาดในเขื่อนลำปาวมี ชนิดดีเอ็นเอ ตรงกับปลาหมอคางดำที่ระบาดไปแล้วหรือไม่ ที่ยังคงรอผลยืนยันการตรวจจากกรมประมงต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง







