จ่ายแล้ว42จังหวัด เยียวยากว่า3พันล.

ปภ.เผยยอดโอนเงินเยียวยาน้ำท่วมแล้ว 3.03 พันล้านบาท ครอบคลุม 42 จังหวัด 390,366 ครัวเรือน รอโอนเพิ่มอีก 149,911 ครัวเรือน ด้านเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเดือดร้อน 18,774 ราย พื้นที่เสียหายกว่า 140,092 ไร่ และกระชังเลี้ยงสัตว์น้ำกว่า 2.25 แสนตารางเมตร ประเมินเสียหายกว่า 17,503ล้านบาท
เมื่อวันที่ 15 ต.ค.2569 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ปภ.และธนาคารออมสิน ได้ส่งข้อมูลและโอนเงินเยียวยาอุทกภัยให้กับพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลเวลา 07.30น.ธนาคารออมสินได้โอนเงินให้ผู้ประสบภัยสำเร็จแล้ว จำนวน 390,366 ครัวเรือน รวมเป็นเงิน 3,037.350 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ 42 จังหวัด ในวันที่ 15ต.ค.นี้ ปภ.ได้ส่งข้อมูลให้ธนาคารออมสิน เพื่อทำการโอนเงินให้กับประชาชน จำนวน 149,911ครัวเรือน เป็นเงิน 1,078.871 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ 17 จังหวัด รวมกรุงเทพมหานคร ได้แก่ กำแพงเพชร ฉะเชิงเทรา เชียงราย เชียงใหม่ ตราด นครนายก น่าน ปทุมธานี ปราจีนบุรี พิจิตร เพชรบูรณ์ สระแก้ว สระบุรี สิงห์บุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี รวมถึงกรุงเทพมหานคร เฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร จะมีการโอนเงินเยียวยาให้ผู้ประสบภัย จำนวน 65,778 ครัวเรือน โดยธนาคารออมสินจะทยอยโอนเงินเข้าบัญชีประชาชนที่ข้อมูลครบถ้วนและผูกเลขบัตรประจำตัวประชาชนกับบัญชีธนาคารพร้อมเพย์ (PromptPay) ตั้งแต่เวลา 11.00น.เป็นต้นไป
ด้าน นายมานพ หนุนสอน รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ข้อมูล ณ วันที่ 14ต.ค.2569 พบเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้รับผลกระทบ 18,774 ราย มีพื้นที่เพาะเลี้ยงเสียหายประมาณ 140,092 ไร่ และพื้นที่เลี้ยงสัตว์น้ำในกระชัง บ่อซีเมนต์ หรือลักษณะอื่นที่คล้ายคลึงกัน จำนวน 225,066 ตารางเมตร ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่า 17,503 ล้านบาท ขณะที่วงเงินช่วยเหลือคงเหลืออยู่ที่ 561.46 ล้านบาท สำหรับหลักเกณฑ์การช่วยเหลือตามมาตรการปี 2569 กำหนดอัตราชดเชยเบื้องต้น 3 ประเภท ได้แก่ การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล หรือหอยทะเล ช่วยเหลือไร่ละ 12,350 บาท ไม่เกิน 5 ไร่ต่อราย การเลี้ยงปลาและสัตว์น้ำอื่นในบ่อดิน นาข้าว หรือร่องสวน ช่วยเหลือไร่ละ 4,890 บาท ไม่เกิน 5 ไร่ต่อราย และการเลี้ยงสัตว์น้ำในกระชังหรือบ่อซีเมนต์ ช่วยเหลือตารางเมตรละ 390 บาท ไม่เกิน 80 ตารางเมตรต่อราย ทั้งนี้ เกษตรกรผู้มีสิทธิรับความช่วยเหลือต้องขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับกรมประมงก่อนเกิดภัย และอยู่ในพื้นที่ที่ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการช่วยเหลือให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด กรมประมงขอให้เกษตรกรติดตามการสำรวจและประกาศจากสำนักงานประมงจังหวัดอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และทั่วถึง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

