'อนุทิน'สั่ง กทม. เร่งระบายน้ำเดิม รับมือฝนหนัก 4-10 ต.ค. ย้ำต้องกระทบประชาชนน้อยที่สุด

'อนุทิน’ สั่งเร่งระบายน้ำเดิมใน กทม. รับมือฝนหนัก 4-10 ต.ค. ห่วง ทำยังไงให้ ปชช. รับผลกระทบน้อยสุด พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ทำความเข้าใจ-ดูแลประชาชนเรื่องเยียวยา
เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 3 ต.ค. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว. มหาดไทย กล่าวถึงความกังวลช่วงฝนตกหนักในวันที่ 4-10 ต.ค. จะส่งผลกระทบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่า ปริมาณฝนชุกขึ้น และมีจำนวนมากขึ้นในช่วงวันที่ 4-10 ต.ค. ซึ่งเป็นการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา เราเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ต่างๆ ส่วนน้ำเดิมที่ยังคงอยู่ในพื้นที่ กทม.นั้น เราจะต้องเร่งระบายออกไปก่อน ถึงแม้ว่าจะมีปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้นจนทำให้เกิดน้ำท่วมขัง เราต้องระบายอยู่ดี เราคงไม่ปล่อย หรือบอกประชาชนว่ามันท่วมอยู่แล้ว อีก 2-3 วันมันจะมาอีกก็ปล่อยให้ท่วมต่อไปมันไม่ใช่แน่นอน เมื่อไหร่ที่ระบายได้ก็จะเร่งระบายออกไป ทั้งนี้การระบายน้ำจะต้องดูปัจจัยทุกด้านว่า เมื่อระบายออกไปแล้ว น้ำจะไหลไปจุดที่ยังรับน้ำได้หรือไม่ ไม่ใช่ระบายไปในพื้นที่ที่น้ำทะเลยังหนุนสูงอยู่ ถ้าทำอย่างนั้นน้ำก็ไหลกลับเข้ามาอยู่ดี ซึ่งทางกรมชลประทานมีการวางแผนการระบายน้ำตลอดเวลาอยู่แล้ว

นายกฯ กล่าวอีกว่า การประชุมทุกเช้าแบบนี้จะทำให้ทุกฝ่ายรับทราบข้อมูล ประสานข้อมูลในการบริหารจัดการเส้นทางน้ำให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เมื่อถามว่า ถ้าดูจากปริมาณน้ำที่คาดว่าจะมาเติมในช่วงที่ฝนตก นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไปถามอธิบดีกรมชลประทานซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติ ที่มีองค์ความรู้ มีข้อมูล และมีรายละเอียด
เมื่อถามว่า อยากให้มีการกำชับเรื่องการเยียวยา เนื่องจากขณะนี้ประชาชนยังไม่เข้าใจจำนวนมาก นายกฯ กล่าวว่า ตนให้กำชับความเข้าใจกับประชาชน โดยให้เจ้าหน้าที่ที่ต้องไปเจอกับประชาชนศึกษาข้อมูลให้เข้าใจ เพื่อไปแจ้งกับประชาชนได้รับทราบ โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกระทรวงมหาดไทย รับเป็นเจ้าภาพในการสำรวจรายชื่อที่จะต้องได้รับการเยียวยา ซึ่งเราก็ทำมาโดยตลอด
เมื่อถามย้ำว่า หมายถึงว่าเจ้าหน้าที่อย่าดุประชาชนได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เดี๋ยวต้องกำชับไปว่าต้องไม่ดุ ไม่ดุแน่นอน มีแต่เจ้าหน้าที่จะถูกดุ โดยนายกฯ ได้หันไปถาม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่า “ลูกน้องไปดุใคร” ทำให้นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ยืนอยู่ด้านหลังได้กล่าวขึ้นมาว่า “ลูกน้องผมครับ แต่ได้กำชับไปแล้ว”
เมื่อถามว่า ที่วันนี้นายกฯลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม นายกฯ กล่าวว่า การลงพื้นที่ของผู้รับผิดชอบทุกท่าน ทั้งรองนายกฯ ผู้ว่าราชการจังหวัด ทำให้เราเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น การตัดสินใจจะเข้าใจ สถานการณ์แต่ละพื้นที่ ทำให้มีความแม่นยำและถูกต้องมากที่สุด
เมื่อถามว่า นายกฯได้กำชับอะไรและเป็นห่วงอะไรหรือไม่ เนื่องจากกำชับเรื่องหน่วยงานรัฐถูกบูลลี่ นายกฯ กล่าวว่า เป็นห่วงทุกเรื่อง แต่ห่วงที่สุดคือจะทำอย่างไรให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจากสถานการณ์นี้ เพราะตั้งแต่ที่ 4 ต.ค. เป็นต้นไป จะมีฝนตกลงมาอีก ซึ่งจากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาจะมีมวลน้ำจากฝนเข้ามาเยอะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดภาคใต้ ทั้งนี้ในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลางสถานการณ์ยังเบาบาง แต่ต้องเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่
นายอนุทิน กล่าวว่า ด้านข้อมูลข่าวสารและการแจ้งเตือนภัย ขอให้หน่วยงาน ปภ. ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สื่อสารและแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่องด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง กระชับ เข้าใจง่าย และทันต่อสถานการณ์ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อให้ประชาชนสามารถเตรียมพร้อมและรับมือได้ทันเวลา นอกจากนี้ ขอเพิ่มเติมให้กระจายข้อมูลข่าวสารและสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนในเรื่องของสิทธิที่จะได้รับ หลักเกณฑ์จากการประกันภัยที่รัฐบาลได้จัดเตรียมไว้ให้จำนวน 30 ล้านครัวเรือน เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงสิทธิ
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ด้านการติดตามกำกับดูแล ขอให้หน่วยงาน ปภ. เป็นศูนย์กลางในการกำกับติดตามและประเมินสถานการณ์ในภาพรวมอย่างใกล้ชิด ตลอดจนเร่งประสานงานและแก้ไขข้อขัดข้องระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้มีข้อมูลเพียงชุดเดียวในการประเมินและตัดสินใจในด้านต่างๆ ซึ่งจะนำไปสู่การช่วยเหลือประชาชนด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

