จับหมอคางดำ เจอแล้ว161ตัว ที่เขื่อนลำปาว

จับหมอคางดำ
เจอแล้ว161ตัว
ที่เขื่อนลำปาว
เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ จับปลาหมอคางดำพุ่ง161ตัว ชาวประมงรับนโยบายรบ.เดินหน้าจับเพื่อใช้ประโยชน์ พร้อมปล่อยปลานักล่าคุมกำเนิด มั่นใจสกัดการแพร่พันธุ์ได้ทัน ขณะที่ต้นน้ำฝั่งอุดรธานียังปลอดภัยทุกหน่วยงานผนึกกำลังคืนสมดุลระบบนิเวศเขื่อนลำปาว
เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 รายงานสถานการณ์ปลาหมอคางดำในพื้นที่เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ยังคงถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำคณะลงพื้นที่มอบนโยบายเร่งด่วนเมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา ครอบคลุม 3 จุดสำคัญ ได้แก่ สะพานเทพสุดา ต.โนนบุรี อ.สหัสขันธ์, บ้านนาอวน ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรีและบ้านคำเขื่อนแก้ว ต.สำราญใต้ อ.สามชัย
ข้อมูลล่าสุดนับตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2569 จนถึงปัจจุบัน พบปลาหมอคางดำแล้วรวม 161 ตัว โดยเฉพาะช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่และชาวบ้านร่วมกันจับได้เพิ่มอีก 29 ตัว แบ่งเป็นบริเวณบ้านนาอวน 14 ตัว และบ้านคำเขื่อนแก้ว 15 ตัว ข่าวดีคือ จุดที่พบยังจำกัดอยู่เฉพาะเหนือเขื่อนลำปาว เท่านั้น ส่วนพื้นที่ใต้เขื่อนซึ่งเป็นแหล่งเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด ทั้งฟาร์มกุ้งก้ามกรามที่ ต.บัวบาน อ.ยางตลาด และฟาร์มปลาดุก-ปลาหมอที่ ต.กมลาไสย ยังไม่พบการระบาดแต่อย่างใด เกษตรกรยังเพาะเลี้ยงได้ตามปกติ
นายวิไล พละเอ็น ชาวประมงพื้นบ้านจาก ต.ทรายทอง อ.ห้วยเม็ก เล่าว่า แม้จะออกหาปลาเป็นประจำด้วยเบ็ดรอบเขื่อนลำปาวและแหล่งน้ำสาธารณะ แต่ยังไม่เคยจับปลาหมอคางดำได้เลยสักตัว ทั้งที่ปริมาณปลาที่จับได้โดยรวมลดลงเรื่อยๆ ทำให้เกิดคำถามว่าเป็นเพราะปลาธรรมชาติถูกปลาหมอคางดำล่ากิน หรือเป็นเพราะการทำประมงที่หนาแน่นขึ้นกันแน่ เขายืนยันพร้อมให้ความร่วมมือกับมาตรการ “เจอ แจ้งจับ จบ” ของภาครัฐอย่างเต็มที่
ด้าน นายพล บัวผัน จากบ้านโนนศิลาเลิง อ.ฆ้องชัย ตั้งข้อสังเกตว่าปลาหมอคางดำอาจแฝงตัวอยู่ในเขื่อนลำปาวมานานถึง 2-3 ปีแล้ว โดยอาจถูกชาวบ้านจับไปโดยไม่รู้ตัวเนื่องจากรูปร่างคล้ายปลานิล หรือถูกปลานักล่าในธรรมชาติอย่างปลาชะโด ปลากะพง และปลาช่อนกำจัดไปเองบางส่วน พร้อมเสนอแนวทางระยะยาวให้ภาครัฐสนับสนุนงบประมาณปล่อยปลานักล่าเพิ่มในแหล่งน้ำเพื่อควบคุมประชากรปลาหมอคางดำอย่างยั่งยืน แม้สถานการณ์จะยังไม่ถึงขั้นวิกฤต แต่ทุกภาคส่วนในกาฬสินธุ์ ทั้งภาครัฐและประชาชน ต่างเดินหน้าจับตาและร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดก่อนลุกลามไปยังพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญใต้เขื่อนลำปาว
ส่วนที่ จ.อุดรธานี นายทรงพล ประดิษฐ์ด้วง นายอำเภอศรีธาตุ เรียกประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ร่วมกันเฝ้าระวังและตรวจสอบแหล่งน้ำในพื้นที่ หากพบปลาหมอคางดำให้รีบแจ้งทางอำเภอทันที
จากนั้นได้นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจจุดแรกที่สะพานอำเภอศรีธาตุ รอยต่อกับอำเภอท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นสะพานข้ามลำน้ำปาวของทั้งสองจังหวัด พบว่าสองฝั่งลำน้ำมีการสร้าง “แพสะดุ้งยักษ์” จำนวนมาก ลักษณะเกือบปิดกั้นลำน้ำ เพื่อดักจับปลามาตั้งแต่ต้นฤดู โดยทำกันทั้งกลางวันและกลางคืนทั้งนี้ เขื่อนลำปาวตั้งอยู่ที่บ้านหนองกุงปาว หมู่ 4 ตำบลนายูง เป็นจุดที่ลำน้ำปาวไหลลงเขื่อน โดยต้นน้ำมาจาก “หนองหานกุมภวาปี” ไหลผ่าน 9 หมู่บ้านในตำบลตาดทอง ห้วยโปร่ง จำปี ศรีธาตุ และนายูง นอกจากนี้ยังมีลำห้วยสาขาอีกหลายสายไหลลงเขื่อนลำปาวเช่นกัน
จุดที่สอง เจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบสะพานข้ามลำน้ำกอกและลำน้ำโพธิ์ ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของเขื่อนลำปาว บนถนนสายอำเภอศรีธาตุ-อำเภอวังสามหมอ พบว่าลำห้วยใต้สะพานทั้งสองจุดเต็มไปด้วย “สะดุ้งยักษ์” ที่สร้างติดริมฝั่ง มีทั้งที่พักและสะพานไม้ไผ่สูงจากลำน้ำหลายเมตร ตั้งเรียงสลับกันเป็นฟันปลาตลอดแนว รวมถึงสะดุ้งขนาดต่างๆ ที่กระจายอยู่ทั่วลำห้วยสาขา หากยกสะดุ้งทั้งหมดขึ้นพร้อมกัน คาดว่าปลาที่ผ่านมาจะถูกจับได้เกือบครึ่งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม วันที่ลงสำรวจฝนไม่ตกและระดับน้ำลดลง
จึงไม่พบผู้คนออกมาจับปลา
นายทรงพล กล่าวว่า อำเภอศรีธาตุ ยังไม่มีตำแหน่งประมงอำเภอ จึงต้องรับหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่เองหลังได้รับรายงานจากประมงจังหวัด โดยเร่งประชาสัมพันธ์ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมเฝ้าระวังและตรวจสอบแหล่งน้ำทั่วพื้นที่ หากพบให้รีบรายงานผ่านทุกช่องทางที่มี เบื้องต้นได้ส่งภาพตัวอย่างและข้อมูลผ่านผู้นำชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจให้ชาวบ้านรู้ถึงต้นตอและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากพบปลาชนิดนี้ในแหล่งน้ำของตน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

