บุคคลแนวหน้า : 9 ตุลาคม 2569 (รักษ์ ปฐวี)

nn แนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา
..nn “รักษ์ ปฐวี” สะกิดไปเมื่อคราวที่แล้วว่า กรณี “ไทยพีบีเอส” การไปจำกัดอยู่แค่เรื่องที่มาของเงินว่าจะมาจาก “ภาษีบาป” แบบเดิม หรือจะเปลี่ยนไปเข้าสู่วิธีงบประมาณตามปกติไม่พอ ต้องถามลึกไปกว่านั้นว่า ในฐานะ “สื่อสาธารณะ” ที่ดำเนินการด้วยภาษีของรัฐที่เก็บจากประชาชนร่วม 2 พันกว่าล้านบาท/ปี “ไทยพีบีเอส” ทำงานได้คุ้มค่าใช้จ่ายหรือไม่?
..nn ผ่านมาไม่กี่วัน “สื่อสังคมออนไลน์” เริ่มขุด“สื่อสาธารณะ” กันอย่างขะมักเขม้น พบปมสะกิดใจคนอยู่ไม่น้อย อาทิ “ไทยพีบีเอส” มีพนักงาน เครื่องไม้เครื่องมืองบประมาณจำนวนมากกว่าสื่อทั่วไปในภาคเอกชน แต่ทำไมยังต้องจัดจ้างองค์กรภายนอกทำสารคดีเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ อีกทั้งเป็นการจ้างโดยวิธี“จำเพาะเจาะจง” ด้วย
..nn นอกจากนี้ เรื่องของการจัดจ้างผู้ดำเนินรายการในราคาสูงลิ่ว ตอนละ 40,000 บาท ก็เกิดคำถามด้วยว่านี่เป็นการจัดจ้างที่แพงเกินจริงหรือไม่? และเป็นการ“เอื้อประโยชน์” ให้พวกพ้องหรือไม่?
..nn นอกจากเรื่องที่มาของเงินดำเนินการ “สื่อสาธารณะ” จะมาภาษีบาป หรืองบประมาณปกติแล้ว “รักษ์ ปฐวี” ขอให้สังคมช่วยกันตั้งคำถามต่อว่ารูปแบบของ “สื่อสาธารณะ” หลังจากการจัดตั้ง “ไทยพีบีเอส” ในปี 2551 ผ่านมา 18 ปี การมีสถานีโทรทัศน์ช่องใหญ่ ใช้งบประมาณ ใช้บุคลากร เครื่องไม้เครื่องมือมหาศาล ยังสอดคล้องกับสถานการณ์ด้านสื่อสารมวลชนอยู่หรือไม่?
..nn ในเมื่อสังคมให้ความสนใจวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางแล้ว “รักษ์ ปฐวี” คิดว่าควรใช้โอกาสนี้ทบทวนทั้งเนื้อหา และ “รูปแบบ” ของ “สื่อสาธารณะ” กันอย่างจริงจังเสียที
..nn ไม่ใช่ “สื่อสาธารณะ” ไม่จำเป็น แต่คำถามก็คือ โดยภูมิทัศน์ของสื่อปัจจุบัน ที่สื่อภาคเอกชนพากันลดขนาดลง แต่คงประสิทธิภาพ “สื่อสาธารณะ” ที่ดำเนินการโดยภาษีของรัฐยังจำเป็นต้องใช้เงินมหาศาลเพื่อทำองค์กรใหญ่ ที่มีประสิทธิภาพไม่ได้มากไปกว่า “สื่อเอกชน” หรือไม่?
..nnพ้นเดือนกันยายนเข้าสู่ปีงบประมาณใหม่ บรรดาข้าราชการอาวุโสที่อายุครบเกษียณราชการก็ถึงเวลาได้พักผ่อนเสียที แต่มีบางคนคงไม่นึกว่าเกษียณไปไม่กี่วันก็กลายเป็นข่าวดราม่า
..nn “รักษ์ ปฐวี” หมายถึงกรณี “นฤชา โฆษาศิวิไลซ์” อธิบดีกรมการปกครอง ลงนามคำสั่งให้ “เสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ” นายอำเภอบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ไปช่วยราชการที่วิทยาลัยการปกครอง ตามมาด้วยเสียงตำหนิ “นายอำเภอเสฏฐวุฒิ” อย่างรุนแรงจาก “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯและรมว.มหาดไทย
..nn ต่อมามีการเผยแพร่ผ่านสื่อว่าผู้ที่ชงเรื่องให้ย้าย “นายอำเภอเสฏฐวุฒิ”คือ “วีระพันธ์ ดีอ่อน” ที่เพิ่งเกษียณอายุราชการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีไปเมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา โดย “วีระพันธ์” ให้เหตุผลว่ามีความบกพร่องในการทำงานช่วยเหลือประชาชน ผิดกับภาพที่ออกทางโซเชียล
..nn อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่ “วีระพันธ์” พูดผ่านสื่อสวนทางกับข่าวจากสื่อมวลชนที่สะท้อนเสียงจากคน
ในพื้นที่ว่า “นายอำเภอเสฏฐวุฒิ” ปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนอย่างจริงจัง นอกจากนั้น ยังเป็น
คนที่ต่อต้านการก่อสร้างโรงงานขยะในพื้นที่ด้วย..nn ขณะที่ “อดีตผู้ว่าฯ วีระพันธ์” กลับเริ่มโดนขุดย้อนหลังหลายเรื่อง อาทิ กรณีตั้งคนจีนเป็นที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัด จนเกิดความเคลือบแคลงสงสัยในการทำงาน
..nn ที่ฟังดูย้อนแย้งอีกอย่างคือ “อดีตผู้ว่าฯวีระพันธ์” บอกว่า คิดเรื่องนี้มานานแล้ว แต่มาทำหนังสือลงนามในวันที่ 30 กันยายน วันสุดท้ายของชีวิตข้าราชการ
..nn ปัญหาจากท้องถิ่นระดับอำเภอ กำลังกลายเป็นเรื่องไปถึงระดับรัฐบาล ประการหนึ่งเพราะ “นายกฯ
อนุทิน” แม้ไม่ได้ลงนามคำสั่งย้าย และไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ แต่ก็ออกตัวเต็มแรงว่าถึงขนาดแสดงความเห็นว่า “น่าอับอายที่เรามีคนอย่างนี้อยู่ในระบบราชการ”
..nn“รักษ์ ปฐวี” ขอบอกว่าเรื่องนี้ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก ถ้าไม่เร่งรีบเคลียร์ให้กระจ่างโดยเร็ว ก็จะส่งผลอย่างหนักต่อคะแนนนิยมที่ตกต่ำระดับหนึ่งอยู่แล้วให้ต่ำลงไปอีก อย่าเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กๆ ไม่สำคัญก็แล้วกัน..nn
รักษ์ ปฐวี

