คอลัมน์ : เลียบวิภาวดี

น้ำไม่ลดแต่ตอผุด
ชาวสารขัณฑ์ถือเป็น “นักผลิตวาทกรรม” ระดับ “ดุดันกระชากวิญญาณ”และเป็น “นักขุดคุ้ย” ระดับ “มือเซียน” ทรงพลังยิ่งกว่าเครื่องจักร
เห็นได้จากการผลิตวาทกรรม “เล่นงาน” ผู้ทำให้เกิด “น้ำท่วมครั้งใหญ่ทั้งในกทม.และอีกหลายจังหวัด” ในครั้งนี้ที่ “ว้ากใส่” ได้ระดับ“ลี้คิมฮวง ปามีดสั้น และจางซูยี่ ขว้างมีดบิน”
ไล่ตั้งแต่ “เทพพิรุณ” ที่เป็นต้นเหตุสร้าง “ฝนตกแช่ยกกำลัง 5” จนชาวสารขัณฑ์ทั้งในกทม.และอีกหลายจังหวัดกลายเป็นลูกหลานพญานาคว่ายน้ำป๋อมแป๋มอย่างทุกข์ทรมานในเมืองบาดาลจนชาวสารขัณฑ์พร้อมใจกันดุด่า “เทพพิรุณ เป็นเทพซาดิสต์ที่อำมหิตกว่าเทพใดๆ”
“ส่วนท่านมิกกี้เมาส์ ผู้นำสารขัณฑ์ ท่านยักษ์เขียวทรงพลังผู้ว่าฯกทม. รวมถึงนักการเมือง และข้าราชการ ก็ถูกสวดกงเต๊ก จนกลายเป็นมนุษย์หูดับไปตามๆ กัน”
“สำหรับนายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ที่ถูกผู้บังคับบัญชากล่าวหาว่า “เอาหูไปนา เอาตาไปไร่” จนประชาชนชาวบ้านสร้างต้องกลายเป็นลูกหลานพญานาคนั้น”
“ดูเหมือนจะเจอะแจ๊กพอต ถูกท่านมิกกี้เมาส์ปากไวมอบวาทกรรม “ผู้น่าอับอาย” จนกลายเป็น “ข่าวดังสุดปัง” ไปทั่วสารขัณฑ์”
“เหลียวมาดู กรณีผู้ว่าจอมพลัง แก้ปัญหาน้ำท่วมกทม.แบบ “มือสมัครเล่น” ที่แก้ปัญหาได้อย่างอุ้ยอ้าย แบบ “จ้ำไม่ถึงพายถ่อไม่ถึงน้ำ” บ้าง”
ดูเหมือน “เหตุที่แก้ปัญหาน้ำท่วมไม่ได้” ถูกสส. “นักขุดคุ้ย” ระดับฝีมืออรหันต์ จาก “พรรครวมไทยสร้างชาติ” นำออกมา “ตีแผ่” ว่า“เกิดจากพื้นที่ซึ่งถูกกำหนดให้เป็น บึงรับน้ำ หรือ แก้มลิงกทม. ถูกท่านจอมพลัง “เปิดไฟเขียว” ให้เอกชน “นำไปสร้างเป็นหมู่บ้านจัดสรร”
เท่านั้นละครับท่านผู้ชม รายการ “น้ำท่วมไม่ทันลด ตอก็ผุดขึ้นมาโด่เด่” แบบนี้ ก็ทำให้ชาวสารขัณฑ์ทั้งประเทศ “รู้ซึ้งทันใด” ว่า
“รู้หน้าไม่รู้ใจ กาลเวลาเท่านั้นไซร้ จึงจะประจักษ์จริง ใครคือนักบุญคนบาป”
จากนี้ไป วาทกรรม “น้ำไม่ลดแต่ตอผุด” น่าจะมาแทนที่วาทกรรมโบราณ “น้ำลดตอโผล่” เป็นแม่นมั่น
กมลศักดิ์ ตั้งธรรมนิยม

