โอนแล้ว48,600หลัง เงินค่าเยียวยาน้ำท่วม

โอนแล้ว48,600หลัง
เงินค่าเยียวยาน้ำท่วม
กระทรวงมหาดไทยสรุปยอดโอนเงินแล้ว 48,600 ครัวเรือน ขณะที่ กทม. ส่งทีมแพทย์-สหวิชาชีพเดินเท้าถึงบ้านหลังน้ำลด ดูแลสุขภาพประชาชน-สัตว์เลี้ยงขยายเวลา 12 จุดบริการ ด้านกระทรวงพาณิชย์เปิด “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าสู้ภัยน้ำท่วม” 20 จุดทั่วกรุง ลดราคาสินค้าสูงสุด 62% เดินหน้าจัดโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ” ทั่วประเทศ
เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 10 ตุลาคม 2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย มีข้อสั่งการในช่วงท้ายของการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ว่า ขอให้กรมชลประทานร่วมมือกับจังหวัด อำเภอ และฝ่ายปกครอง ให้ความสำคัญกับการสื่อสารแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าทุกครั้งก่อนดำเนินการระบายน้ำที่อาจส่งผลกระทบ พร้อมทั้งกำกับดูแลและบริหารจัดการสถานการณ์อย่างรอบคอบเพื่อลดผลกระทบและป้องกันความขัดแย้งในพื้นที่ กรณีที่เกิดขึ้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรานั้น ทุกฝ่ายควรพยายามบริหารสถานการณ์เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะคารม เนื่องจากทั้งฝ่ายการเมืองและข้าราชการต่างปฏิบัติงานเพื่อประชาชนเช่นเดียวกัน ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่เท่านั้นที่จะต้องตัดสินใจและบริหารสถานการณ์ โดยไม่สามารถให้ทุกคนเข้ามาร่วมหรือหักล้างการตัดสินใจของผู้มีอำนาจได้
เร่งคืนพื้นที่ให้ปชช.โดยเร็ว
นายกฯ กล่าวว่า นอกจากนี้ ขอให้เร่งทำความสะอาด ตรวจสอบความปลอดภัย และคืนพื้นที่ให้ประชาชนโดยเร็ว กรุงเทพมหานครและทุกจังหวัดต้องเร่งระดมทรัพยากรช่วยทำความสะอาด เก็บขยะมูลฝอย และฟื้นฟูพื้นที่หลังสถานการณ์คลี่คลาย เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ทันที ขอความร่วมมือจากหน่วยทหาร ส่วนราชการ กระทรวง กรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการสนับสนุนกำลังคน เครื่องมือ เครื่องจักร และทรัพยากรที่จำเป็น เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้น ให้เร่งถอนทรัพยากรเพื่อนำไปซ่อมแซมและเตรียมความพร้อมสำหรับปฏิบัติการในภูมิภาคอื่นๆ ต่อไป
โอนเงินเยียวยาแล้ว48,600ครัวเรือน
นายกฯ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้สรุปการโอนเงินค่าเสียหายแล้วจำนวน 48,600 ครัวเรือน หรือประมาณร้อยละ 12 ของการคาดการณ์ ซึ่งการจ่ายเงินจะต้องจ่ายตามจริงและสำรวจความเสียหายตามความเป็นจริง ไม่ควรพยายามปรับข้อมูลให้เข้าเกณฑ์เพียงอย่างเดียว เนื่องจากงบประมาณมีจำกัดและต้องนำไปใช้ช่วยเหลือในด้านอื่นๆ ด้วย การดำเนินการจึงต้องทำด้วยความรอบคอบ ยุติธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ และตรงตามความเป็นจริงและหลักเกณฑ์ทุกประการ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดจากการตรวจสอบในภายหลัง
ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางก่อน
“รัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดการสูญเสียชีวิตของประชาชน การประชาสัมพันธ์ การให้ข้อมูล และการเฝ้าระวังดูแลประชาชนในชุมชนที่ประสบภัยอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยรักษาชีวิตผู้คนได้ ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องลงพื้นที่ตรวจสอบความจริงและสำรวจจำนวนผู้ป่วยติดเตียงที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ในแต่ละครัวเรือน เพื่อเตรียมพร้อมอพยพบุคคลกลุ่มนี้ออกมาก่อนหากเกิดภัยพิบัติ และขอผู้ว่าราชการทุกจังหวัดสั่งการทีมงานให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและทราบตำแหน่งของกลุ่มเปราะบางเพื่อเตรียมการเคลื่อนย้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ โดยนำบทเรียนจากกรณีผู้ป่วยติดเตียงอพยพไม่ทันในพื้นที่หาดใหญ่เมื่อปีที่แล้วมาเป็นข้อควรระวัง” นายกฯกล่าว
สำรวจพื้นที่อย่างใกล้ชิดทันที
นายอนุทิน กล่าวว่า การสำรวจพื้นที่อย่างใกล้ชิดถือเป็นข้อปฏิบัติที่ต้องดำเนินการทันที สำหรับจังหวัดที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำรวจเครื่องมือเครื่องจักรของทางราชการ เช่น รถสุขา เครื่องปั๊มน้ำ รถบรรทุก และรถขุด เพื่อขึ้นบัญชีไว้สำหรับระดมสรรพกำลังไปช่วยเหลือจังหวัดอื่นเมื่อเกิดเหตุจำเป็น อย่างไรก็ตาม แต่ละจังหวัดควรช่วยเหลือตนเองให้มากที่สุดก่อนโดยใช้งบทดรองราชการ และเตรียมความพร้อมจัดหาเครือข่ายผู้ประกอบการรถบรรทุกหรือรถขุดในพื้นที่ไว้ล่วงหน้าเพื่อการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างทันท่วงทีโดยไม่ต้องรอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานอื่น พร้อมทั้งให้จัดทำแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินในแต่ละระดับเตรียมไว้ด้วย
กทม.ส่งทีมดูแลหลังน้ำลด
ด้าน นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวในระหว่างลงพื้นที่ติดตามการทำงานของหน่วยแพทย์และสาธารณสุขเคลื่อนที่ในพื้นที่เขตลาดกระบัง พร้อมสั่งการปรับแผนการดำเนินงาน เพื่อฟื้นฟูสุขภาพประชาชนหลังสถานการณ์น้ำท่วม ว่า เนื่องจากช่วงนี้เป็นระยะฟื้นฟูหลังน้ำลดและตรงกับวันหยุด ประชาชนส่วนใหญ่กำลังเร่งทำความสะอาดเคลียร์บ้านเรือน อาจไม่สะดวกเดินทางมารับบริการที่จุดตั้งหน่วยในช่วงเช้า กทม. จึงให้สำนักการแพทย์และสำนักอนามัยระดมบุคลากรทางการแพทย์และสหวิชาชีพกว่า 300 คน ลงพื้นที่เดินเท้าเข้าชุมชน โดยกำชับให้มีแพทย์ร่วมทีม เพื่อให้บริการทำแผล และแจกยาสามัญประจำบ้าน ยาน้ำกัดเท้า พร้อมแจ้งประชาชนให้ทราบถึงจุดให้บริการหน่วยแพทย์และสาธารณสุขเคลื่อนที่ซึ่งจะมีการให้บริการตรวจรักษา รวมถึงมียาสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ตลอดจนวัคซีนบาดทะยักด้วย
เก็บข้อมูลผู้ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ทีมพูดคุยประเมินความต้องการและเก็บข้อมูลผู้ที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เช่น ผู้ป่วย คนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หรือเด็กนักเรียนที่ต้องการหนังสือหรืออุปกรณ์การเรียนทดแทนของที่เสียหายจากน้ำท่วม รวมถึงประเมินความเครียดหลังประสบภัย เพื่อประสานความช่วยเหลือให้ตรงกับความต้องการของแต่ละครัวเรือน
ขณะเดียวกัน ทีมสัตวแพทย์จะให้บริการตรวจรักษาสัตว์เลี้ยงเบื้องต้น ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ฉีดฝังไมโครชิปและจดทะเบียนสัตว์เลี้ยงในจุดที่กำหนด พร้อมแจกจ่ายอาหารสุนัขและแมวแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย
เปิด‘ไทยช่วยไทย ธงฟ้าสู้ภัยน้ำท่วม’
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การกำกับดูแลของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เดินหน้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าสู้ภัยน้ำท่วม” โดยกรมการค้าภายในร่วมกับผู้ผลิตและภาคเอกชน นำสินค้าอุปโภคบริโภคและอุปกรณ์ทำความสะอาดมาจำหน่ายในราคาประหยัด เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในช่วงฟื้นฟูบ้านเรือนหลังน้ำลด โดยจัดจุดจำหน่ายในกรุงเทพมหานครรวม 20 จุด ระหว่างวันที่ 9–18 ตุลาคม 2569
จัดรถจำหน่ายสินค้าเคลื่อนที่
นางสาวลลิดา กล่าวว่า กรมการค้าภายในได้จัดรถจำหน่ายสินค้าเคลื่อนที่ (Mobile) ลงพื้นที่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม วันละ 2 จุด เวลา 09.00–20.00 น. รวมสินค้า 10 หมวด กว่า 30 รายการ ทั้งอาหาร ของใช้จำเป็น และอุปกรณ์ทำความสะอาด เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ใกล้บ้าน โดยนายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้ลงพื้นที่ติดตามการจำหน่ายสินค้า ณ โครงการอาคารเช่าปากบึง เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569
สำหรับสินค้าราคาประหยัด อาทิ ข้าวหอมมะลิ 5 กิโลกรัม ราคา 120 บาท ลด 37% ไข่ไก่คละเบอร์ 2–3 จำนวน 30 ฟอง ราคา 110 บาท จากราคาตลาด 140 บาท ลด 21% น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม ราคา 22 บาท ลด 19% และน้ำมันปาล์ม 1 ลิตร ราคา 42 บาท ลด 16% นอกจากนี้ ยังมีของใช้ประจำวันลดสูงสุด 58% ผลิตภัณฑ์ชำระร่างกายลดสูงสุด 44% ผลิตภัณฑ์ซักล้างลดสูงสุด 51% และสินค้าอาหารลดสูงสุด 42% โดยเฉพาะอุปกรณ์ทำความสะอาดบ้าน เช่น แปรงขัดพื้น ไม้ถูพื้น และไม้กวาด ลดราคาสูงสุด 62%
ขยาย‘ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ’
นอกจากการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมแล้ว กระทรวงพาณิชย์ยังเตรียมขยายโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ” ระยะนำร่อง 3 เดือน ตั้งแต่เดือน ต.ค.–ธ.ค. 2569 รวม 3,036 ครั้งทั่วประเทศ โดยเริ่มจัดกิจกรรมพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. 2569 แบ่งเป็นกรุงเทพมหานคร 300 ครั้ง และภูมิภาค 76 จังหวัด รวม 2,736 ครั้ง เพื่อเพิ่มช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาประหยัดอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ กรมการค้าภายในได้ประสานผู้ผลิต ห้างค้าส่งค้าปลีก และผู้ประกอบการให้ดูแลปริมาณสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการ พร้อมติดตามราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา โดยประชาชนสามารถตรวจสอบวัน เวลา และสถานที่จำหน่ายสินค้าได้ที่เว็บไซต์กรมการค้าภายใน www.dit.go.th และเฟซบุ๊ก “กรมการค้าภายใน DIT” หากพบการจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม หรือไม่ปิดป้ายแสดงราคา สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

