หนูสั่งรับมือฝนระลอกใหม่ ห่วง14จว.ใต้ อุตุเตือนตกหนักทั้งภาค เร่งมือกู้ปราจีน-แปดริ้ว

หนูสั่งรับมือฝนระลอกใหม่
ห่วง14จว.ใต้
อุตุเตือนตกหนักทั้งภาค
เร่งมือกู้ปราจีน-แปดริ้ว
“นายกฯอนุทิน”นั่งหัวโต๊ะถก บกปภ.ช.เร่งฟื้นฟูเมืองหลังน้ำลด ลุยช่วยเหลือ ปราจีนฯ-แปดริ้วต่อเนื่อง พร้อมสั่งเตือนทุกจังหวัดตั้งรับ“ฝนระลอกใหม่”ช่วง10-13 ต.ค.นี้ ภาคใต้โดนหนักทั้ง14 จังหวัด ด้านกรุงเก่ายังอ่วมเกือบทุกอำเภอ
เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 10 ต.ค.69 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เหล่าทัพ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
ประสานทำงานไร้รอยต่อ
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ถึงแม้เป็นวันหยุดราชการเราก็ยังคงมาปฏิบัติหน้าที่ในการประชุม บกปภ.ช. เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน วันนี้ต้องถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญ เพราะน้ำที่เข้ามาในรอบแรกในพื้นที่หลักๆ ก็น่าจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว เหลือแต่เพียงพื้นที่ไม่กี่แห่งที่มีความเสียเปรียบทางด้านที่ตั้ง หรือทางด้านระดับของพื้นดิน ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เน้นเข้าไปแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะ ซึ่งก็ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดฉะเชิงเทราและปราจีนบุรีได้ระดมกำลังเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ยังไม่สามารถระบายน้ำออกไปได้อย่างเต็มที่ เพราะที่อื่นน้ำเริ่มลดไปเกือบหมดแล้ว
นายกฯ กล่าวต่อว่า ช่วงน้ำท่วมมีความยากลำบากระดับหนึ่ง แต่เมื่อน้ำลดแล้ว เราก็ยังคงต้องมีการเตรียมพร้อมในเรื่องของการเข้าไปให้การช่วยเหลือให้ประชาชนได้กลับเข้าสู่เคหสถาน และช่วยให้เขาทำการบริหารจัดการเศษขยะมูลฝอยทั้งหลายที่ทับถมมาในช่วงน้ำท่วม ตลอดจนทำความสะอาดบิ๊กคลีนนิ่งถนนหนทาง และต้องคอยติดตามเฝ้าระวังเรื่องของโรคระบาด หรืออาการที่มีผลมาจากการเกิดเหตุน้ำท่วมในระยะเวลาหนึ่ง
เตรียมรับฝนระลอกใหม่
“ฉะนั้น ขอให้ท่านได้เตรียมความพร้อมไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดูแลประชาชน การฟื้นฟูพื้นที่ที่น้ำลดแล้ว การรักษาพยาบาลผู้ที่เจ็บไข้ได้ป่วยอันเนื่องมาจากสภาวะน้ำท่วม และที่เรายังต้องเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่คือการเตรียมรับฝนระลอกใหม่ และการบริหารจัดการน้ำ โดยใช้ข้อมูลจากทุกหน่วยงาน ที่จะต้องประสานกันอย่างไม่มีรอยต่อ เราต้องมั่นใจว่าประชาชนต้องกลับบ้านอย่างปลอดภัย จัดการขยะ ระบบไฟ เส้นทางสาธารณูปโภค เส้นทางการเดินทาง และได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาด้วยความรวดเร็ว” นายกฯ กล่าว
ลุยฟื้นฟูหลังน้ำลด
ด้านนายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญในการเตรียมรับมือฝนตกหนักระลอกใหม่ตามที่คาดการณ์ไว้ โดยเชื่อว่าทุกหน่วยงานมีความพร้อมในการดูแลประชาชน ทั้งการช่วยเหลือพื้นที่ที่ยังอยู่ในภาวะวิกฤต การฟื้นฟูพื้นที่ที่น้ำลดแล้ว และการเตรียมรับมือฝนระลอกใหม่ควบคู่กับการบริหารจัดการน้ำ โดยอาศัยข้อมูลจากทุกหน่วยงานและประสานการทำงานอย่างไร้รอยต่อ
ทั้งนี้ ประสิทธิภาพในการดูแลประชาชนไม่ได้วัดเพียงระดับน้ำที่ลดลง แต่ต้องครอบคลุมถึงการทำให้ประชาชนกลับเข้าบ้านได้อย่างปลอดภัย การจัดการขยะ การฟื้นฟูระบบน้ำและไฟฟ้า การใช้เส้นทางและสาธารณูปโภคได้ตามปกติ ตลอดจนการเข้าถึงเงินช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว
เกาะติดสถานการณ์ภาคใต้
นายกรัฐมนตรีกำชับให้จังหวัดที่มีประชาชนเข้าเกณฑ์ได้รับเงินเยียวยา เร่งสำรวจและส่งรายชื่อมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อให้เร่งโอนเงินทันทีที่ได้รับรายงานจากจังหวัด ช่วยให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือโดยเร็ว พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัด รวมถึงจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ ให้เตรียมความพร้อมและประสานการทำงานกับทุกหน่วยงานในพื้นที่อย่างรอบด้าน
ส่วน ในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีมีกำหนดภารกิจที่จังหวัดปัตตานี โดยกระทรวงมหาดไทยได้ประสานผู้ว่าราชการจังหวัดใกล้เคียง โดยเฉพาะจังหวัดในภาคใต้ตอนล่าง เพื่อหารือแผนดำเนินงาน แผนเผชิญเหตุ และการขอรับการสนับสนุน
สรุปสถานการณ์น้ำ
สำหรับการประเมินสถานการณ์ของ บกปภ.ช. กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีปริมาณฝนสูงสุด 92.55 มิลลิเมตร ส่วนกรุงเทพมหานครมีปริมาณฝนสูงสุด 44 มิลลิเมตร โดยคาดว่าวันนี้จะมีฝนตกทุกภาค ยกเว้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ขณะที่กรมชลประทานรายงานว่า เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำในอัตรา 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากอัตราสูงสุดก่อนหน้าที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนลุ่มน้ำส่วนใหญ่ยังอยู่ในภาวะควบคุมได้ แต่แม่น้ำบางปะกงยังมีระดับน้ำสูง จึงต้องเร่งผลักดันน้ำและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดใหญ่ทั่วประเทศมีปริมาณน้ำเก็บกักประมาณร้อยละ 83 ของความจุรวม และยังสามารถรองรับน้ำได้เพิ่มเติม แต่ต้องเฝ้าระวังเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และเขื่อนแก่งกระจาน
สำหรับสถานการณ์น้ำทะเลหนุน วันนี้ยังมีน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงบ่าย ก่อนกลับเข้าสู่ภาวะขึ้นลงตามปกติ และคาดว่าจะหนุนสูงอีกครั้งในช่วงวันที่ 27–31 ตุลาคม 2569 จึงต้องเร่งระบายน้ำบริเวณปลายน้ำ ส่วนการคาดการณ์ฝนในช่วง 12 ชั่วโมงตั้งแต่เวลา 16.00 น. วันนี้จนถึงวันพรุ่งนี้ คาดว่าจะมีฝนตกบริเวณภาคกลางและภาคตะวันตกเป็นหลัก ขณะที่ภาคใต้จะมีฝนต่อเนื่องจนถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2569 โดยให้เฝ้าระวังพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปจนถึงจังหวัดยะลาและนราธิวาสเป็นพิเศษ
ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว
นายกฯรัฐมนตรีกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความท้าทายที่เกิดขึ้นทั่วโลก รัฐบาลจึงต้องเตรียมความพร้อมล่วงหน้าทั้งด้านทรัพยากรและงบประมาณ เพื่อป้องกันภัยธรรมชาติและดูแลประชาชน โดยเห็นว่าควรนำค่าใช้จ่ายในการเยียวยาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาพิจารณาเปรียบเทียบกับการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันน้ำท่วม เพิ่มเส้นทางระบายน้ำ และควบคุมปริมาณน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อลดการแก้ไขปัญหาซ้ำทุกปี
ทั้งนี้ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณสำหรับโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย และต้องขยายการดำเนินงานให้ครอบคลุมพื้นที่อื่น รวมถึงภาคใต้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำท่วมและน้ำหลาก
พร้อมระบุว่า การติดตามและแก้ไขสถานการณ์อย่างต่อเนื่องช่วยให้ปัญหาส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การควบคุม แม้บางพื้นที่ยังได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางธรรมชาติ จึงต้องเร่งเตรียมมาตรการป้องกันและพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนหากมีฝนเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ นายกฯ สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขวางแผนส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรไปยังโรงพยาบาลอื่นในจังหวัดปราจีนบุรี รวมถึงโรงพยาบาลค่ายทหารและโรงพยาบาลของกองทัพที่มีศักยภาพรองรับ โดยให้กระจายผู้ป่วยตามความพร้อมของแต่ละแห่ง ไม่กระจุกตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจักรพงษ์เพียงแห่งเดียว เพื่อลดความจำเป็นในการเปิดโรงพยาบาลสนาม ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรและงบประมาณเพิ่มเติม และเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาในสถานพยาบาลที่มีความพร้อมด้านเวชภัณฑ์และเครื่องมือทางการแพทย์
ฝนตกหนักมากทั่วไทย 10-13 ต.ค.
ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศแปรปรวนช่วงปลายฤดูฝน ระหว่างวันที่ 10–13 ตุลาคม 2569 ทั่วทุกภาคของประเทศไทยเตรียมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกหรือฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ในบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนและผู้ที่วางแผนเดินทางท่องเที่ยวช่วงสุดสัปดาห์เพิ่มความระมัดระวังและตรวจสอบสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด
สาเหตุเกิดจากมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ปะทะกับลมความชื้นจากทะเลจีนใต้ ประกอบกับร่องมรสุมกำลังปานกลางพาดผ่านภาคใต้ ส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนองกระจายตัวกว้างขวาง
กรุงเก่ายังอ่วมหนัก
ด้านสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังคงน่าเป็นห่วงโดยเฉพาะชุมชนริมแม่น้ำและนอกแนวคันกั้นน้ำ แม้เขื่อนหลักจะทยอยปรับลดการระบายน้ำลงแล้ว โดยเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ปรับลดการระบายน้ำเหลือ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเขื่อนพระราม 6 อ.ท่าเรือ ปรับลดเหลือ 710 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้มวลน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสักไหลมารวมกันที่หน้าวัดพนัญเชิงวรวิหาร ก่อนไหลผ่าน อ.พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ ต่อไป
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบที่ชุมชนเกาะเรียนกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ต.เกาะเรียน อ.พระนครศรีอยุธยา พบว่าบ้านเรือนประชาชนจมน้ำสูง ชาวบ้านต้องใช้เรือสัญจรเข้า-ออกชุมชนสู่ถนนสายหลัก โดยเฉพาะที่ชุมชนหมู่ 6 ต.เกาะเรียน ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 2 เมตร ทำให้การเดินทางต้องพึ่งพาเรือเป็นหลัก
นางละออ อายุ 63 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เล่าว่า น้ำเริ่มท่วมชุมชนมาประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว ปีนี้น้ำมาช้ากว่าปกติ แต่พอมาถึงกลับขึ้นเร็วมาก แค่ 3 วันระดับน้ำพุ่งสูงเกือบ 1.80 เมตร ถนนเข้าชุมชนจมน้ำสนิท บ้านเรือนบางหลังน้ำท่วมถึงตัวบ้าน ส่วนบ้านที่มีใต้ถุนสูงยังพอใช้เก็บของได้ ตอนนี้ชาวบ้านต้องพายเรือออกไปทำงานและค้าขาย ส่วนผู้สูงอายุต้องดูแลเป็นพิเศษเพราะการเดินทางทางน้ำมีความเสี่ยงพลัดตกเรือ
ทางด้านเทศบาลเมืองเกาะเรียนได้จัดเรือให้ชาวบ้านยืมใช้ในช่วงน้ำท่วม ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนอยากได้ “โฟม” มาช่วยหนุนข้าวของให้ลอยเหนือน้ำ จะได้ไม่ต้องคอยยกของหนีน้ำซ้ำๆ ตามระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น
สำหรับการลงทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยา ชาวบ้านระบุว่าได้รับความสะดวกจากเทศบาลเมืองเกาะเรียนเป็นอย่างดี โดยตอนนี้ใช้แค่บัตรประชาชนใบเดียวก็ดำเนินการได้แล้ว ไม่ต้องเตรียมเอกสารและรูปถ่ายหลายรายการเหมือนแต่ก่อน ช่วยลดความยุ่งยากให้ผู้ประสบภัยได้มาก
โอดน้ำท่วมขัง 20 วันยังไม่ลด
ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อเช้าวันที่ 10 ต.ค.ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ซอยรวมญาติ ต.หน้าเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา พบว่าบ้านเรือนกว่า 10 หลัง ถูกน้ำท่วมสูง 1.20-1.30 เมตร มาตั้งแต่วันที่ 26-27 ก.ย.สวนผลไม้และบ่อเลี้ยงกุ้งได้รับความเสียหาย การสัญจรต้องใช้เรือและห่วงยาง
สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากเมื่อวันที่ 9 ต.ค. มีการนำท่อสูบน้ำพญานาค 6 เครื่อง มาติดตั้งเพิ่มร่วมกับเครื่องสูบน้ำของสถานีสูบน้ำบ้านใหม่ เพื่อเร่งระบายน้ำลงคลองกลางออกสู่แม่น้ำบางปะกง ทำให้ชาวบ้านริมคลองกังวลระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น
ชาวบ้านจึงร้องขอให้หน่วยงานพิจารณาชะลอการสูบน้ำในช่วงน้ำทะเลหนุนสูง และให้เร่งระบายในช่วงน้ำทะเลลง เพื่อลดผลกระทบ ขณะเดียวกันยังกังวลว่าหากมีการเพิ่มเครื่องสูบน้ำอีก จะทำให้น้ำท่วมสูงกว่าเดิม
ชาวบ้านระบุว่า ไม่เคยประสบภาวะน้ำท่วมเช่นนี้มาก่อน และเกรงว่าพื้นที่จะต้องรองรับน้ำต่อไปอีกกว่า 1 เดือน จึงอยากให้มีการบริหารจัดการน้ำที่คำนึงถึงผลกระทบของประชาชนริมคลองอย่างเหมาะสม
ปิดห้วยแม่ขมิ้น-พุน้ำร้อน
ด้าน นายคุณากร บุญเกื้อสง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี ได้ประกาศแจ้งปิดให้บริการน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น และพุน้ำร้อนแม่ขมิ้น รวมไปถึงบ้านพักและลานกางเต็นท์เป็นการชั่วคราวแบบยังไม่มีกำหนด เพื่อเร่งซ่อมแซมระบบน้ำ ไฟฟ้า สะพาน และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เสียหายหนักจากพายุและน้ำป่าไหลหลากเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา
โดยขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวงดเข้าพื้นที่และปรับเปลี่ยนแผนการเดินทาง ส่วนแหล่งท่องเที่ยวในเขตอุทยานฯ ที่ยังคงเปิดให้บริการตามปกติในช่วงนี้มีเพียง “น้ำตกผาตาด” เพียงแห่งเดียวเท่านั้น สอบถามเพิ่มเติม โทร. 034-540-316
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

