รองโฆษกรัฐบาล ตอบ กรณ์ ปมช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ชี้มาตรการสินเชื่อฉุกเฉิน-ฟื้นฟูอาชีพ มีแล้วตั้งแต่ 26 ก.ย.

11 ตุลาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการสินเชื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยเฉพาะผู้ค้ารายย่อยและผู้ประกอบอาชีพอิสระว่า รัฐบาลรับฟังทุกข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ แต่ขอให้พิจารณาข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน เพราะรัฐบาลได้ดำเนินมาตรการสินเชื่อฉุกเฉิน บรรเทาภาระหนี้ และฟื้นฟูอาชีพไปแล้วตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2569 ไม่ได้รอให้เสร็จสิ้นการประชุม IMF–ธนาคารโลก จึงเริ่มช่วยเหลือประชาชน
นางสาวลลิดา กล่าวว่า ธนาคารออมสินได้ออกมาตรการตามนโยบายกระทรวงการคลัง ทั้งการพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน สำหรับลูกค้าที่เข้าเงื่อนไข สินเชื่อฉุกเฉินวงเงินสูงสุด 20,000 บาท โดยไม่ต้องใช้หลักประกัน และสินเชื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติวงเงินสูงสุด 50,000 บาท โดยสินเชื่อทั้งสองประเภทปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ยในช่วง 3 เดือนแรก ตามเงื่อนไขของธนาคาร
นอกจากนี้ ยังมีสินเชื่อฟื้นฟูรายย่อยสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงินสูงสุด 300,000 บาทต่อราย เพื่อซ่อมแซมเครื่องมือประกอบอาชีพ จัดหาสินค้า และเป็นทุนหมุนเวียนให้ผู้ค้ารายย่อยสามารถกลับมาเปิดร้านและประกอบอาชีพได้อีกครั้ง โดยคิดดอกเบี้ย 0% ในช่วง 3 เดือนแรก และผ่อนชำระได้สูงสุด 7 ปี ก่อนคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกในอัตรา 15% ต่อปี ตั้งแต่เดือนที่ 4 เป็นต้นไป
“สิ่งที่คุณกรณ์เสนอเป็นเรื่องที่รัฐบาลเห็นความสำคัญและลงมือทำไปแล้วค่ะ ทั้งสินเชื่อฉุกเฉิน การพักชำระหนี้ และเงินทุนฟื้นฟูอาชีพ จึงอยากให้ตรวจสอบข้อมูลก่อนเสนอว่ารัฐบาลควรเร่งดำเนินการ เพราะอาจทำให้ประชาชนเข้าใจว่ายังไม่มีมาตรการช่วยเหลือ ทั้งที่รัฐบาลประกาศออกมาแล้วตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนค่ะ” นางสาวลลิดา กล่าว
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลตระหนักดีว่าการประกาศมาตรการไม่ได้หมายความว่าประชาชนทุกคนจะเข้าถึงความช่วยเหลือได้ทันที จึงต้องติดตามความรวดเร็วในการอนุมัติสินเชื่อ ความเหมาะสมของเงื่อนไข และปัญหาของผู้ประกอบการรายย่อยที่ยังเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน พร้อมรับฟังข้อเสนอเพิ่มเติมเพื่อให้ความช่วยเหลือตรงกับความเดือดร้อนของประชาชนมากที่สุด
“รัฐบาลไม่ได้ปฏิเสธข้อเสนอของคุณกรณ์ แต่ขอยืนยันว่าการช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่ได้เพิ่งเริ่มจากข้อเสนอครั้งนี้ และไม่ต้องรอให้จบการประชุม IMF–ธนาคารโลก เพราะประชาชนที่ร้านค้าถูกน้ำท่วม เครื่องมือทำกินเสียหาย หรือขาดเงินทุนหมุนเวียน รอไม่ได้ สิ่งสำคัญจากนี้ไม่ใช่เพียงการเรียกร้องให้มีมาตรการ แต่ต้องช่วยกันทำให้มาตรการที่มีอยู่เข้าถึงประชาชนได้รวดเร็วที่สุด เพื่อให้พี่น้องประชาชนกลับมาประกอบอาชีพและมีรายได้โดยเร็วค่ะ” นางสาวลลิดา กล่าว (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : กรณ์ บี้รัฐบาล-กทม. เอาให้ชัดมาตรการเยียวยาน้ำท่วมกรุง-เคหะคลองจั่น ชงจ่ายเงินให้ครอบคลุมที่พัก-ร้านค้า เสียหาย)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

