ปลุกโลกสกัดภัยการเงิน ไทยโชว์IMF สู้สแกมเมอร์ข้ามชาติ เอกนิติร่ายยาวช่วยกัน

ปลุกโลกสกัดภัยการเงิน
ไทยโชว์IMF
สู้สแกมเมอร์ข้ามชาติ
เอกนิติร่ายยาวช่วยกัน
“เอกนิติ”เปิดตัว Bangkok Blueprint ชูบทบาทไทยร่วม IMF-ธนาคารโลก สกัดกลโกงการเงินออนไลน์ ป้องกัน-ตรวจจับ-เยียวยาผู้เสียหาย ยกระดับความร่วมมือปราบภัยการเงินข้ามชาติ ด้านม็อบนัดชุมนุมใหญ่15-16 ต.ค.ประกาศค้างคืนหน้าศูนย์สิริกิติ์ สะท้อนเสียงผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายเวิลด์แบงก์
เมื่อบ่ายวันที่ 14 ตุลาคม มีการเปิดเวที “Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services” ณ ห้อง G-01 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้การประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวเปิดเวที พร้อม พร้อมด้วยผู้บริหาร IMF กลุ่มธนาคารโลก และผู้แทนธนาคารกลางจากต่างประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางยกระดับความปลอดภัยของระบบการเงินในยุคดิจิทัล
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำหรับ Bangkok Blueprint ประกอบด้วยข้อพิจารณาเชิงนโยบาย 12 ประการ เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ สามารถนำไปปรับใช้ในการรับมือภัยกลโกงทางการเงินอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดยุทธศาสตร์ระดับชาติ การพัฒนากฎหมายและกลไกกำกับดูแล การป้องกันและตรวจจับธุรกรรมที่มีความเสี่ยง การรับมือเมื่อเกิดเหตุ การฟื้นฟูความเสียหาย ตลอดจนการคุ้มครองผู้บริโภคและการสร้างความรู้เท่าทันภัยทางการเงิน โดยให้ความสำคัญกับความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการโทรคมนาคม แพลตฟอร์มดิจิทัล และหน่วยงานระหว่างประเทศ
นางสาวลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันขบวนการหลอกลวงทางการเงินมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยอาศัยช่องทางธนาคาร โทรศัพท์มือถือ และสื่อสังคมออนไลน์เชื่อมโยงกัน อีกทั้งสามารถเคลื่อนย้ายเงินข้ามประเทศได้อย่างรวดเร็ว การป้องกันจึงไม่สามารถพึ่งพาเพียงการแจ้งเตือนให้ประชาชนระมัดระวัง แต่จำเป็นต้องยกระดับความรับผิดชอบของผู้ให้บริการในระบบควบคู่กัน ทั้งการพัฒนาระบบตรวจจับความผิดปกติ การเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย และการประสานข้อมูลเพื่อหยุดยั้งความเสียหายให้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ประเทศไทยมีประสบการณ์ดำเนินมาตรการรับมือภัยทางการเงินมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดการบัญชีม้า การยกระดับความปลอดภัยของบริการโมบายแบงก์กิ้ง และการกำหนดกรอบความรับผิดชอบร่วมระหว่างสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางสร้างระบบการเงินที่ปลอดภัย โดย Bangkok Blueprint จะช่วยเปิดโอกาสให้ประเทศต่าง ๆ แลกเปลี่ยนประสบการณ์และพัฒนาความร่วมมือในการป้องกันอาชญากรรมทางการเงินที่มีลักษณะข้ามพรมแดน
นางสาวลลิดากล่าวว่า สิ่งสำคัญของการรับมือภัยกลโกงทางการเงิน คือการดูแลประชาชนตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุจนถึงหลังเกิดความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ การตรวจจับและสกัดกั้นธุรกรรมต้องสงสัยอย่างทันท่วงที รวมถึงการมีกระบวนการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพราะความปลอดภัยทางการเงินไม่ควรเป็นภาระของประชาชนเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบการเงินดิจิทัล
การที่ประเทศไทยมีส่วนร่วมพัฒนา Bangkok Blueprint ร่วมกับ IMF และกลุ่มธนาคารโลก สะท้อนบทบาทของไทยในการผลักดันแนวทางแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วโลก โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างระบบการเงินดิจิทัลที่ประชาชนสามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจ มีความปลอดภัย และได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อรับมืออาชญากรรมทางการเงินที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ Bangkok Blueprint เป็นกรอบข้อพิจารณาเชิงนโยบายสำหรับประเทศต่าง ๆ นำไปปรับใช้ตามบริบทและกฎหมายของแต่ละประเทศ ไม่ใช่การประกาศกฎหมายหรือมาตรการบังคับใหม่ และไม่ได้หมายความว่าผู้เสียหายจะได้รับเงินคืนโดยอัตโนมัติทุกกรณี โดยการดำเนินมาตรการในประเทศไทยยังต้องเป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
เวลา 09.00 น. ณ โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย กล่าวเปิดงานเสวนา CNN Global Perspectives: In Bangkok โดยมีนางสาว Ellana Lee รองประธานอาวุโส CNN Worldwide ให้การต้อนรับ โดยสรุปสาระสำคัญ สร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ เปิดโอกาสธุรกิจไทยเชื่อมโยงตลาดโลก
ช่วงหนึ่งนายกฯอนุทิน กล่าว สว่า “ผมอยากจะขอบคุณ CNN มากๆ ผมไม่รู้จะขอบคุณยังไงเลย ที่เลือกประเทศไทยให้เป็นสถานที่จัดงาน CNN Global Perspective” อย่างที่สาวสวยคนก่อนหน้าได้พูดไปว่าเธอได้มีโอกาสลองดื่มชาไทยตอนเช้านี้ ผมหวังว่าเธอจะชอบมันนะ”
“ผมอยากจะขอแนะนำ ให้พวกคุณลองชิม กาแฟดำเย็นของไทย มันเรียกว่า โอเลี้ยง หลังจากที่คุณได้ชิมมันแล้ว รับรองคุณอาจจะลืมอเมริกาโนเย็นไปตลอดชีวิตเลยก็ได้”
ด้านเครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ นัดหมายรวมตัว เพื่อชุมนุมใหญ่ วันที่ 15-16 ตุลาคม 2569 พร้อมปักหลักค้างคืนบริเวณศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
เครือข่ายระบุถึงการชุมนุมที่จะเกิดขึ้นว่า จะมีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์หลากหลายรูปแบบ การปราศรัยจากประชาชนและชุมชนที่ชีวิตได้รับผลกระทบจากแนวคิด การครอบงำของโครงการพัฒนาและแนวทางเศรษฐกิจนโยบายของธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ เสียงสะท้อนจากเครือข่ายประชาชนทั่วประเทศ เวทีเสวนา แฟชั่นโชว์ ดนตรี แร็พ และกิจกรรมสร้างสรรค์อีกมากมาย
ทั้งนี้ มีการนัดรวมพลบริเวณแยกศุลกากร ในเวลา 08.00 น. ก่อนเคลื่อนขบวนประชาชนสู่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ร่วมส่งเสียง ตั้งคำถาม และยืนยันว่าประชาชนต้องมีอำนาจในการกำหนดอนาคตของตัวเอง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

