นิรโทษแม้วถึงมืออนุฯ ซัดขาประจำ ขัดขวางขอล้างมลทิน ทนายชี้เหยื่อต้นไม้พิษ ‘หนู’สั่งรับมือซักฟอก วางกรอบ27-30ตุลาฯ

นิรโทษแม้วถึงมืออนุฯ
ซัดขาประจำ
ขัดขวางขอล้างมลทิน
ทนายชี้เหยื่อต้นไม้พิษ
‘หนู’สั่งรับมือซักฟอก
วางกรอบ27-30ตุลาฯ
“ฉัตรชัย” รับคำร้องขอนิรโทษกรรม“ทักษิณ”ถึงมืออนุกก.ชุด ปลัด ยธ.แล้ว ปัดตอบเข้าเกณฑ์หรือไม่ ขอหารือก่อน เหตุเกี่ยวข้องกฎหมายหลายประเด็น ด้านทนาย“แม้ว”เปิดเหตุผลยื่นนิรโทษกรรม ชี้เป็นเหยื่อ“ต้นไม้พิษ”ซัดกลุ่มค้านรับอานิสงส์แต่กีดกันคนอื่น ด้าน ครม.วางกรอบซักฟอก 27-30 ตุลาคม ปธ.วิปรบ.รอครม.เคาะวันเปิดศึก หวังอภิปรายโชว์หลักฐานชัด ไม่ใช่กล่าวหาลอยๆ-ไร้น้ำหนัก
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม2569 นายฉัตรชัย บางชวด ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข กล่าวถึงกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ทีมทนายความยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เพื่อขอนิรโทษกรรมและล้างมลทินในข้อกล่าวหาหรือคดีทางการเมืองว่า ขณะนี้เรื่องเข้ามาแล้ว อยู่ในขั้นตอนของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองที่มีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน ขอไปดูรายละเอียดอีกนิดนึง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องรอพิจารณาพร้อมกันทีเดียวกับคำร้องรายอื่นๆด้วยหรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า รวบรวมพร้อมกันกับรายอื่นด้วย โดยอยู่ในกระบวนการรวบรวมและต้องหารือกับปลัดกระทรวงยุติธรรมด้วยว่า กรอบเวลาควรเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่า คณะอนุกรรมการมีกรอบเวลาพิจารณาหรือไม่ หรือใช้กรอบเดียวกับคณะกรรมการชุดใหญ่คือ 180วัน นายฉัตรชัย กล่าวว่า ตามกฎหมายกำหนดกรอบเวลาคือ180วัน ซึ่งอยู่ในกระบวนการนี้และขยายเวลาได้ 2ครั้ง แต่เบื้องต้นยึดกรอบ180วัน เมื่อถามว่า เท่าที่ดูคำร้อง มองว่าเข้าเกณฑ์นิรโทษกรรมหรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า ให้คณะกรรมการเป็นผู้พิจารณา เพราะเกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายหลายประเด็น
รมว.ยธ.ชี้อยู่ขั้นตอนอนุกรรมการ
ด้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯให้ทนายความยื่นคำร้องเพื่อขอนิรโทษกรรมและล้างมลทินในข้อกล่าวหาหรือคดีทางการเมือง ถึงอนุกรรมการกลั่นกรองด้่นยุติธรรม ที่มีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานแล้ว ว่า ยังไม่ถึงตน และยังไม่ทราบ เพราะมีการตั้งอนุกรรมการขึ้นมา 2 ชุด เพื่อมากลั่นกรอง รับเรื่องราว และหน่วยงานต่างๆ ก็มีสิทธิ์รับเรื่องนี้ด้วย แต่ในเรื่องรายละเอียดทางเรายังไม่ทราบ ซึ่งภายหลังจากที่คณะอนุกรรมการกลั่นกรองรับเรื่องแล้ว จะมีการพิจารณาแล้วนำเสนอคณะกรรมการชุดใหญ่เพื่อพิจารณาอีกครั้ง แต่ขณะนี้เรื่องยังไม่ถึงคณะกรรมการชุดใหญ่ เมื่อถามว่า มองว่า กรณีนี้เข้าหลักเกณฑ์หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ต้องดูรายละเอียดที่ยื่นกับคณะอนุกรรมการ
ทนายอ้างผลพวงจาก’ต้นไม้พิษ’
ด้าน นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของ นายทักษิณ ชินวัตร ชี้แจงถึงเหตุผลเพิ่มเติมในการยื่นคำร้องดังกล่าว โดยระบุว่า จุดมุ่งหมายของกฎหมายฉบับนี้คือการยุติความขัดแย้งในประเทศที่สร้างความเสียหายมานานกว่าสิบปี ซึ่งทักษิณถือเป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบจากแรงจูงใจทางการเมือง การดำเนินนโยบายตามที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภานั้นเป็นวิถีของตัวแทนประชาชน แต่กลับถูกนำมาเป็นเงื่อนไขสู่ความขัดแย้งและใช้เป็นข้ออ้างในการรัฐประหาร ข้อกล่าวหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคดีทุจริตหรือการแก้กฎหมายเพื่อเอาผิด ล้วนเป็นผลพวงจากการใช้อำนาจและการตีความ เปรียบเสมือนทฤษฎีที่ทักษิณเคยกล่าวไว้ว่า เป็นผลไม้ที่เกิดจาก‘ต้นไม้พิษ’ ส่วนกรณีมีกลุ่มคนออกมาคัดค้านและพยายามกีดกัน โดยยกข้อยกเว้นเรื่องคดีทุจริตประพฤติมิชอบมาอ้างนั้น วิญญัติมองว่าเป็นสิทธิในการแสดงความเห็น เช่นเดียวกับสิทธิของทักษิณในการยื่นคำร้อง แต่เป็นที่น่าสังเกตว่ากลุ่มผู้คัดค้านหลายคนล้วนเป็นผู้ที่เคยกระทำผิดและได้รับประโยชน์จาก พรบ.ฉบับนี้ทั้งสิ้น การที่ตนเองได้รับประโยชน์แต่กลับไม่อยากให้ทักษิณได้รับสิทธินั้น ถือเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการก้าวไม่พ้นความขัดแย้ง
ไม่รวมคดีม.122ในศาลอุทธรณ์
นายวิญญัติ ยังยืนยันว่า การยื่นคำร้องเป็นการใช้สิทธิเพื่อให้คณะกรรมการฯวินิจฉัยชี้ขาด จึงขอให้คณะกรรมการทุกท่านใช้ความเป็นธรรม ตระหนักถึงเหตุการณ์ในอดีตและพิจารณาข้อกฎหมายโดยตีความอย่างกว้างขวาง สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ไม่ควรใช้คำตอบสำเร็จรูปมาตัดสิทธิบุคคลและไม่ควรจำกัดสิทธิเพียงเพราะคำว่า ทุจริตที่ถูกสร้างขึ้นจากผลทางการเมืองการขอรับสิทธิครั้งนี้ไม่ได้ทำไปเพื่อนำไปเป็นคุณสมบัติทางการเมือง หรือเพื่อรับตำแหน่งใดๆ เนื่องจากทักษิณมีอายุมากแล้ว เพียงต้องการใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างปกติ ในฐานะผู้ถูกกระทำทางการเมืองมาโดยตลอด ทั้งนี้ การยื่นขอนิรโทษกรรมดังกล่าว ครอบคลุมเฉพาะคดีที่ศาลมีคำพิพากษาตัดสินไปแล้วเท่านั้น โดยไม่ได้รวมถึงคดีความผิดตามมาตรา112 ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์แต่อย่างใด
‘เชาว์’ซัดไม่สำนึกคิดล้างผิดทุจริต
ขณะที่ นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคปชป.โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง’ทักษิณ ไม่สำนึกยังคิด ล้างผิด’กรณีส่งทนายความยื่นเรื่องขอนิรโทษกรรม นายเชาว์ ระบุว่า‘ผมรู้สึกประหลาดใจกับการกระทำของนายทักษิณ ที่ยื่นเรื่องขอนิรโทษกรรมหวังล้างผิดคดีทุจริต ทั้งๆที่น่าจะรู้ดีแก่ใจอยู่แล้วว่า ไม่เข้าข่ายที่จะได้รับนิรโทษกรรม เนื่องจากเป็นคดีทุจริต แต่ก็ยังคิดที่จะเอาแต่ได้ โดยไม่สนใจว่า จะสร้างแรงกระเพื่อมต่อสังคมอย่างไร คดีของทักษิณ มันคือการทุจริตแสวงหาประโยชน์ให้ตนเอง หลังตัวเองเสียประโยชน์ก็สร้างความขัดแย้งในสังคมจนกลายเป็นบาดแผลประเทศถึงทุกวันนี้ คดีของนักการเมือง ไม่ได้กลายเป็นคดีที่นิรโทษกรรมได้ทุกคดีและคำว่า การเมืองก็ลบข้อยกเว้นเรื่องทุจริตไม่ได้ ความสันติสุขต้องตั้งอยู่บนกติกาที่เสมอภาค หากข้อยกเว้นเรื่องทุจริตใช้กับคนอื่น แต่ถูกตีความหลบให้บุคคลหนึ่งได้ ความเสียหายย่อมไม่ได้หยุดอยู่ที่คดีของทักษิณ แต่จะกระทบความเชื่อมั่นว่า กฎหมายยังเป็นกติกาเดียวกันสำหรับทุกคนหรือไม่
รบ.วางกรอบซักฟอก27-30ต.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธาน นายกฯเน้นย้ำในที่ประชุมครม.ให้รัฐมนตรีดูแลและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และการบริหารจัดการน้ำ รวมถึง ให้รัฐมนตรีทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมในการชี้แจงการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ตามมาตรา 151 ซึ่งรัฐบาลมีการวางกรอบไว้ในวันที่ 27-30ต.ค.แต่อย่างไรจะต้องมีการหารือกันระหว่างวิปฝ่ายค้านและวิปรัฐบาลก่อน เนื่องจากหลังจากกรอบเวลานี้ นายกรัฐมนตรีมีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ
พท.พร้อมหนุนรัฐบาลสู้ซักฟอก
ขณะที่นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม แกนนำพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวในที่ประชุมครม.ว่า ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลพรรคพท.เตรียมพร้อมไว้แล้วในการสนับสนุนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้
ปธ.วิปรบ.รอครม.เคาะวันเปิดศึก
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการนัดประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยว่า ขณะนี้ต้องรอ คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณากำหนด ในเบื้องต้นยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ขั้นตอนหาก ครม.สรุปวันแล้ว วิปฝ่ายค้าน วิปฝ่ายรัฐบาลและตัววแทนของ ครม.จะได้หารือ พูดคุยเพื่อกำหนดชั่วโมง โดยยืนยันว่าจะให้กรอบเวลาที่ฝ่ายค้านได้อภิปรายเต็มที่ เพราะต้องการเห็นการตรวจสอบที่ได้เนื้อหาสาระ การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ใช่การอภิปรายทั่วๆ ไป เพราะกล่าวหาโดยตรง ดังนั้นต้องมีหลักฐานชัดเจน พฤติกรรมของรัฐมนตรี ที่กล่าวหาว่าผิดกฎหมาย เอื้อพวกพ้อง ใช้อำนาจมิชอบนั้นเป็นอย่างไร เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์จากการตรวจสอบ หากเน้นวาทกรรม คนชั่ว คนเลว คงไม่ได้อะไรนอกจากความบันเทิง
ฮั้วสว.ขอให้มีข้อมูลหลักฐานชัดเจน
เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านอาจยกประเด็นฮั้ว สว.มาพูดซ้ำ นายกรวีร์ กล่าวว่า ตนอยากเห็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันใช้อำนาจไม่ชอบอย่างไร ทั้งนี้เรื่องฮั้ว สว.เกิดมาก่อนรัฐบาลชุดปัจจุบัน แต่หากจะอภิปรายเชื่อมโยงว่าเกี่ยวข้องอย่างไร ต้องมีหลักฐานว่าได้ทำผิดอย่างไร ซึ่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือ ต้องมีหลักฐาน ว่ารัฐมนตรีสั่งการ มีคลิป มีภาพ มีคำบัญชาการ มีการโอนเงิน โดยนำหลักฐานมาอธิบาต่อสภาถึงความเกี่ยวข้อง โดยที่ผ่านมาไม่มีหลักฐานมีแค่การโทรศัพท์ แต่ไม่มีหลักฐานอะไรที่บ่งชี้ว่าได้ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง มีแต่การชวนให้สังคมเชื่อว่าจะผิด และเป็นข้อมูลที่ได้จากปากคำพยาน เป็นไปตามสำนวนของคณะอนุที่ 26 ซึ่งพูดมาหลายรอบแล้ว ไม่มีน้ำหนักพอ
‘ทรงศักดิ์’เย้ยฝ่ายค้านแค่วาทกรรม
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยมีรายชื่อปรากฏเป็น 1 ใน 18 รายชื่อ ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องปกติ เพราะวันหนึ่งฝ่ายค้านก็ต้องทําหน้าที่ของเขาในการตรวจสอบรัฐบาล เราก็มีความพร้อมในการตอบอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า มองว่าข้อกล่าวหาว่าเป็นตัวการและสนับสนุนให้เกิดการทุจริต ขาดความละอาย จิตใจผุพัง ละโมบโลกมาก รวมถึงใช้เครือข่ายดำเนินการโกงการเลือก สว.นั้นแรงไปหรือไม่ นายทรงศักดิ์หัวเราะ พร้อมกล่าวว่า”ผมมองว่าเป็นวาทกรรม ผมยังงงอยู่ อย่างผมคงต้องไปโรงพยาบาลก่อน เพราะว่า หัวใจผุพัง ผมยังไม่เข้าใจ ก็ทํางานเป็นปกติอยู่”เมื่อถามต่อว่า ประเด็นที่อภิปรายส่วนใหญ่เป็นเรื่องคดีฮั้ว สว.นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ตนก็ไม่ทราบ ที่เขามีข้อกล่าวหานั้นมีประเด็นอะไรบ้าง ต้องรอมีคําถามก่อน เพราะในญัตติเป็นเรื่องของข้อความหรือวาทกรรมมากกว่า เมื่อถามว่า กรอบการอภิปรายได้มีการพูดคุยแล้วหรือไม่ว่าอยู่ในช่วงใด นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า อยู่ที่ประธานรัฐสภาจะเป็นผู้บรรจุวาระ
‘สุชาติ’โอดโดนจองกฐินทุกครั้ง
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงการเตรียมรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นไทม์ไลน์ทางการเมือง และเป็นภารกิจหน้าที่ของฝ่ายค้าน ส่วนรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีที่มีรายชื่อก็เป็นเรื่องปกติ ซึ่งตั้งแต่ตนเป็นรัฐมนตรีมาไม่เคยที่จะไม่มีชื่อสักครั้งเดียว เขาคงมองว่าตนมีอภินิหารและอิทธิฤทธิ์เยอะเลยจองกฐินทุกครั้ง ตั้งแต่สมัยเขาเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านจนวันนี้เป็นผู้นำฝ่ายค้าน หากไม่มีชื่อตนคงเป็นเรื่องแปลก พร้อมย้ำว่า ตนมองเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ และพร้อมชี้แจงทุกเรื่อง แต่ขออย่างเดียว การพูดในสภา การที่จะพูดความจริงให้เป็นเรื่องความเชื่อที่ผิด ตนคิดว่าการหักล้างข้อมูลในสภา ก็ขอให้ประชาชนทางบ้านรับฟังข้อมูลทั้งสองฝั่ง
ความคิดเด็กๆ-‘กธ.’คือเพื่อนรู้ใจ
เมื่อถามว่า การยื่นอภิปรายแบบนี้ต้องการให้พรรคร่วมรัฐบาลมีปัญหาหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า เป็นความคิดของเด็กๆความเป็นเด็กอยู่ก็ยังเด็กอยู่วันยันค่ำ เมื่อถามย้ำอีกว่า เชื่อว่าจะไม่ทำให้พรรคร่วมรัฐบาลแตกกันได้ใช่หรือไม่ นายสุชาติร้องว่า“โอ๊ย”พรรษาเขายังเป็นเณรน้อย ยังเด็กอยู่ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างตนกับพรรคกล้าธรรม (กธ.) ค่อนข้างดี จะมีการดีลขอคะแนนหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ตอนที่เซ็นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ไม่มีพรรคกล้าธรรมร่วม ก็ต้องขอบคุณ เพราะความเป็นเพื่อนก็รู้นิสัยกันว่าเราเป็นนักการเมืองร่วมกันมาเป็นสิบๆปี รู้จักกันว่าใครเป็นอย่างไร ตนเชื่อว่าสื่อมวลชนก็มีเพื่อนต่างชาติต่างสำนัก ความเป็นเพื่อนก็ต้องมี เพราะรู้นิสัยกัน หากไม่รู้นิสัยกันจะเป็นเพื่อนกันได้อย่างไร
‘พิพัฒน์งพร้อมแจงซักฟอกทุกมิติ
ขณะที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์กรณีเป็นหนึ่งใน 18 รายชื่อ ที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เป็นเรื่องปกติ เพราะพวกเราทำงานการเมือง การที่เข้ามาบริหารในแต่ละกระทรวงต้องมีความพร้อม ไม่ว่าจะตนหรือนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ซึ่งในรัฐมนตรีคมนาคมทั้ง 4 คนถือว่าโชคดีที่ถูกอภิปรายแค่สองคน เขาไม่เหมารวมทั้งกระทรวง แสดงว่ายังรักครึ่งหนึ่งแต่ยังไม่ได้รักทั้งหมด ซึ่งตนและนายสิริพงศ์ก็พร้อมอยู่แล้ว และนายสิริพงศ์ก็น่าจะมีข้อมูลมาก ส่วนจะอภิปรายในเรื่องอะไรต้องไปถามคนยื่นอภิปราย ถ้าถามตนก็ไม่สามารถตอบได้
เมื่อถามว่า ข้อกล่าวหาที่บอกว่ามีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉลปล่อยประละเลยให้มีการทุจริต นายพิพัฒน์กล่าวว่า ก็ไม่เป็นไรพร้อมที่จะชี้แจงในทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เราบริหารราชการมา อะไรก็แล้วแต่ที่พาดพิงตนก็พร้อมจะชี้แจง แต่ถ้าไม่เกี่ยวกับตน และเกี่ยวกับคนรอบข้างก็ต้องดูก่อนว่าเขากล่าวหาในด้านใดบ้าง แต่ในทุกมิติตนพร้อมจะชี้แจง เมื่อถามว่าคิดว่าจะเป็นประเด็นที่ฝ่ายค้านเคยตรวจสอบมาตลอดหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่าเขาตรวจสอบเรื่องอะไรบ้าง แต่กระทรวงคมนาคมเป็นกระทรวงใหญ่ เรามีงบประมาณที่จะทำในแต่ละปีมากพอสมควร งบการลงทุนปีละประมาณ 100,000กว่าล้านบาท ซึ่งก็พร้อมสำหรับการชี้แจงทุกประเด็น ถ้าฝ่ายค้านจะกล่าวหาพวกเรื่องอะไร ขอให้กล่าวหาโดยข้อจริงอย่าเอาข้อเท็จมากล่าวหา ถ้าในข้อจริงพวกเราพร้อมจะตอบ แต่ถ้าในเรื่องเท็จซึ่งไม่มีความเป็นจริงพวกเราคงไม่ตอบ
‘สุขสมรวย’ไม่หวั่นข้อกล่าวหาทุจริต
นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเป็น 1 ใน 18 รายชื่อของรัฐมนตรีที่ฝ่ายค้านยืนญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เตรียมความพร้อมแล้ว ซึ่งก็รอฟังและพร้อมชี้แจง หากฝ่ายค้านมีประเด็นที่สงสัย ตนก็พร้อมจะชี้แจง เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ที่ฝ่ายค้านพุ่งเป้ามาที่รัฐมนตรี นางสุขสมรวย กล่าวว่า ไม่กังวล ตนพร้อม เมื่อถามว่า ข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านมีเรื่องการทุจริตด้วย นางสุขสมรวย กล่าวว่า ตนรับผิดชอบโครงการในพระราชดำริ และกองทุนหมู่บ้าน หากมีการทุจริตตามข้อกล่าวหาก็น่าจะเป็นเรื่องกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งตนมั่นใจ และพร้อมที่จะชี้แจงทุกข้อสงสัยของฝ่ายค้าน
‘วรศิษฎ์’ชี้เรื่องปกติมั่นใจแจงได้
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านว่า เป็นสิทธิ์โดยชอบธรรมของทางฝ่ายค้าน ในฐานะคนทำงานก็พร้อมชี้แจง ไม่มีอะไรที่ชี้แจงไม่ได้ เมื่อถามย้ำว่า ญัตติที่เขียนมาแรงไปหรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ปกติก็ต้องเขียนให้แรงอยู่แล้ว เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถ้าเขียนไม่แรงก็ไม่ใช่การไม่ไว้วางใจ เราต้องพร้อมชี้แจงทุกประเด็น ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าที่ฝ่ายค้านจะหยิบยกมาอภิปรายคงมีไม่กี่เรื่อง เรื่องหลักคงเป็นเรื่องการสอบท้องถิ่น ซึ่งในความเป็นจริงเกิดขึ้นก่อนที่ตนจะเข้ารับตำแหน่ง รมช.มหาดไทย แต่ถึงอย่างไรก็พร้อมชี้แจงอยู่แล้วในประเด็นนี้
กมธ.ปปช.จ่อเรียกแจงโซลาร์ฟาร์ม
นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า กมธ.เตรียมนำกรณีร้องเรียนโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์ฟาร์ม ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มูลค่ากว่า 23,000 ล้านบาท เข้าสู่การพิจารณาของกมธ.หลังจากพบว่าเรื่องดังกล่าวถูกส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณามานานกว่า 1 ปี แต่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน โดยประเด็นสำคัญที่ถูกร้องเรียน คือกระบวนการคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมโครงการว่าโปร่งใสและเปิดโอกาสให้แข่งขันอย่างเป็นธรรมหรือไม่ เนื่องจากมีข้อกล่าวหาว่าใช้วิธีคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง ไม่ได้เปิดให้เอกชนรายอื่นเข้ามาแข่งขันเสนอราคา รวมถึงมีข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการอนุมัติโครงการด้วย ทั้งนี้ ป.ป.ช.มีระยะเวลาพิจารณา 2 ปี และสามารถขยายได้อีกไม่เกิน 1 ปี รวมเป็น 3 ปี จึงจำเป็นต้องติดตามว่าเรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนใด มีปัญหาหรืออุปสรรคอะไรที่ทำให้ยังไม่สามารถสรุปผลได้
นายอาสพลธ์ กล่าวต่อว่า จะเสนอให้บรรจุเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมของกมธ.พร้อมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่เชื่อมโยงกับคนใกล้ชิดอดีตข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ทั้งโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทมหาชนและข้อมูลทางทะเบียนที่เกี่ยวข้อง โดยต้องพิจารณาว่าเกี่ยวข้องกับกระบวนการตัดสินใจหรือการให้สิทธิประโยชน์แก่บริษัทเอกชนรายใดมากกว่ารายอื่นหรือไม่เพื่อให้เกิดความชัดเจน
‘สุริยะ’ลุยรถอีวีเกี่ยวข้าว500คัน
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงถึงกรณีข้อวิพากษ์วิจารณ์ที่กระทรวงเกษตรฯ เตรียมของบจาก พรก.เงินกู้วงเงิน 8,000ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการจัดหารถแทรกเตอร์เกี่ยวข้าว EV จำนวน 500คัน เพื่อช่วยลดต้นทุนการเกี่ยวข้าว ว่า ตนยืนยันว่า ขณะนี้ชาวนาได้รับความเดือดร้อนจากการไถนาด้วยรถแทรกเตอร์ดีเซล ซึ่งกรมการข้าวได้พิจารณาแล้วว่า หากนำรถแทรกเตอร์EVเข้ามา ซึ่งราคาผิวเผินอาจจะดูแพงกว่ารถดีเซล แต่หากดูในภาพรวม รถแทรกเตอร์ที่ไม่ต้องใช้น้ำมัน ตลอดระยะเวลาใช้งาน 14ปี ช่วยประหยัดกว่าหมื่นล้านบาท ยืนยันว่า รายละเอียดต่างๆ มีการเปรียบเทียบว่าได้ประโยชน์กว่าอย่างไรบ้าง เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าราคารถ EV ในตลาดแค่ 1.6ล้านบาท แต่โครงการระบุว่า 16 ล้านบาท นายสุริยะ กล่าวว่า สมัยตนเป็นรมว.คมนาคม การเปลี่ยนรถ ขสมก.จากดีเซลเป็นEVตอนนั้นก็แพงกว่าเท่าตัว แต่สุดท้ายผลที่ออกมาก็เป็นประโยชน์
เมื่อถามว่า ในระยะยาวถือว่าคุ้มค่าใช่หรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า แน่นอน โดยเฉพาะในเรื่องการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน และการลดคาร์บอนเครดิต ตรงนี้ถือเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ ซึ่งการขายข้าวที่มาจากรถ EV จะเข้ากฎเกณฑ์ที่ต่างประเทศกำหนดว่าต้องเป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม และจะทำให้ขายข้าวได้ราคาดีขึ้น การเสนอโครงการดังกล่าวต่อคณะกรรมการกลั่นกรองของกระทรวงการคลัง คาดว่าจะใช้เวลา 2 สัปดาห์ และเชื่อว่าหลายคนไม่เข้าใจเรื่องนี้ เพราะยังไม่มีการชี้แจง แต่ที่ผ่านมาเรามีการทำตารางไว้หมดแล้ว ยืนยันว่า พร้อมชี้แจง
สามีสส.ไอเดียร์’แจ้งงดแถลงข่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ เผยว่า เตรียมจะแถลงข่าวเกี่ยวกับกรณีบัญชีทรัพย์สินที ปปช.ระบุว่า พบข้อมูลผิดปกติ ในการยื่นบัญชีทรัพย์สิน โดยระบุว่า ในวันที่ 14 ตุลาคม จะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน และจะให้นายไท่หยาง ซาง สามี เป็นผู้แถลงเองนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ได้แจ้งสื่อบางสำนักผ่านทางLINE ว่า ยังไม่มีการแถลงข่าวเกิดขึ้นในวันนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

