‘สุรเดช’ กังวลจีดีพีไทยโตแค่ 2.1% ชง 6 ข้อเสนอแนะให้รัฐบาลเร่งทำ
16 ตุลาคม 2569 เวลา 16:40 น.

‘สุรเดช’ กังวลจีดีพีไทยโตแค่ 2.1% ชง 6 ข้อเสนอแนะให้รัฐบาลเร่งทำ ยกระดับคุณภาพแรงงาน-ขึ้นภาษีรง.ต่างด้าว-พัฒนาคุณภาพสินค้า-เสริมทักษะเรื่องเทคโนโลยีประชาชน- สนับสนุนSME - ปราบโกง ทุนเทา ชี้ ไทยได้เปรียบหากค้าขายกันเองในอาเซียน
นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และอดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ จีดีพี ปี 2569 ในกลุ่มอาเซียน ไทยอยู่ที่ 2.1% และอยู่อันดับ 3 จากท้ายตารางอาเซียนว่า การที่จีดีพีของประเทศไทยโตต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ถือว่าน่าวิตกกังวลมาก และการที่เราไปกู้เงินอีกจะยิ่งทำให้มีปัญหา อย่างที่ตนเคยแสดงความกังวลไปแล้วว่า หนี้สาธารณะของไทยในปัจจุบันจะเต็มเพดานแล้ว ทางธนาคารโลก หรือ เวิลด์แบงค์ จึงมาประชุม IMF-World Bank 2026 และเตือนประเทศไทยด้วยว่า เราต้องหาทางเพิ่มจีดีพีเพื่อทำให้เปอร์เซ็นต์การเติบโตของจีดีพีมากขึ้น ต้องไม่ใช่ 2.1 % แต่อย่างน้อยต้อง 4-5% หรืออีกเท่าตัว
นายสุรเดช กล่าวว่า ตนขอเสนอแนะวิธีแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทย ดังนี้ 1.ยกระดับคุณภาพแรงงานไทย เพิ่มทักษะให้เป็นแรงงานฝีมือ เพื่อส่งไปทำงานต่างประเทศ และเพิ่มจำนวนให้มากที่สุด เพราะสุดท้ายแล้วเงินจะกลับเข้าประเทศได้ 2.ขึ้นภาษีรายได้เฉพาะคนงานต่างด้าวที่ทำงานอยู่ในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีแรงงานต่างด้าวอยู่ในประเทศไทยจำนวนมาก เป็นทั้งเป็นแรงงานถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย ที่ผ่านมาแรงงานเหล่านี้จะส่งรายได้กลับไปยังครอบครัวที่ประเทศตัวเอง ดังนั้น รัฐบาลต้องนำภาษีเหล่านี้มาเป็นรายได้ของประเทศ ถือเป็นการลดปริมาณแรงงานต่างด้าวและทดแทนด้วยแรงงานไทยที่ทำงานได้เหมือนแรงงานต่างด้าว 3.ยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรและแปรรูปเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับนานาอารยะประเทศ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่ต้องยกระดับเป็นสินค้าแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า โดยเน้นคุณภาพ หากทำตรงนี้ได้จะเพิ่มจีดีพีให้ประเทศได้อีกมาก 4.พัฒนาทักษะประชาชนเรื่อง เทคโนโลยี AI, Big data, Block chain, โดรน, หุ่นยนต์ฯลฯ เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องเร่งทุกวิถีทางเพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศเรียนรู้กับเทคโนโลยี ซึ่งทั่วโลกกำลังดำเนินการเรื่องนี้ เราเองต้องไม่ตกกรอบ เพื่อให้แข่งขันกับนานาประเทศได้

นายสุรเดช กล่าวอีกว่า 5.สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายและกำจัดระบบการผูกขาดของผู้ประกอบการรายใหญ่ ต้องสนับสนุนตลาด SME ในประเทศไทย ต้องให้คนไทยเข้าถึงแหล่งเงินทุนง่ายกว่าปัจจุบัน เพราะบางคนมีความรู้ความสามารถแต่ไม่มีเงินทุน ทำให้ทำธุรกิจไม่ได้ ต้องไปรับจ้างทำงาน ทำให้รายได้ถูกจำกัดอยู่ที่ค่าแรง หากทำให้เขามีธุรกิจเป็นของตัวเองได้ จะทำให้เศรษฐกิจองค์รวมของประเทศดีขึ้น รัฐบาลจะต้องมีการพิจารณาหาทางให้คนเหล่านี้เข้าถึงเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดยการปล่อยกู้ของภาครัฐ โดยมีการกลั่นกรองก่อนว่าแต่ละโครงการมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ เพียงแต่อาจจะต้องมีผู้ค้ำประกัน ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะต้องแก้กฎหมายเพื่อลดจำนวนผู้ประกอบการที่ผูกขาด ซึ่งจะไปตัดโอกาสผู้ประกอบการตัวเล็กๆ ตอนนี้เราต้องเร่งแล้ว เพราะจีดีพีเป็นลำดับท้ายๆ ของอาเซียน และ6.กำจัดทุจริตคอร์รัปชั่น ธุรกิจสีเทาและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
นายสุรเดช ยังกล่าวถึงกรณีนางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) แนะนำให้ไทยและประเทศในกลุ่มอาเซียนเร่งสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ และ เพิ่มการค้าขายภายในภูมิภาคอาเซียนให้มากขึ้นว่า หากค้าขายกันเอง ประเทศไทยจะได้เปรียบถ้าเรายกระดับคุณภาพสินค้าของไทยให้เป็นพรีเมียม เพราะประเทศไทยมีจุดเด่นเรื่องของอาหารการกิน เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกว่า อาหารไทย อร่อย มีคุณประโยชน์ทางโภชนาการ และเป็นที่นิยม เราต้องทำให้มีคุณภาพสูงขึ้น อีกทั้งยังเป็นการช่วยเกษตรกรด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

