พงศกร ลั่น 21 เสียง ปชป. พร้อมเปิดศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตอกแรง!อย่ากอดอำนาจ-กลัวการตรวจสอบ

16 ตุลาคม 2569 นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงความพร้อมของพรรคประชาธิปัตย์ในการรับมือและเปิดศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะฝ่ายค้านก้าวเข้าสู่การอภิปรายครั้งนี้ด้วยความเป็น"ฝ่ายค้านมืออาชีพ ที่ทำงานบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และความถูกต้อง โดยไม่เล่นเกมการเมือง“
นายพงศกร กล่าวว่า ทิศทางการอภิปรายและข้อโต้แย้งของพรรคประชาธิปัตย์จะมุ่งเน้นไปที่ 4 ปัญหาสำคัญ เพื่อชี้ให้เห็นความล้มเหลวของรัฐบาล ดังนี้
1. ปกป้องระบบตรวจสอบ ตอกกลับการด้อยค่ากลไกรัฐสภา
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายรัฐบาลมักออกมาด้อยค่าการอภิปรายว่าเป็นเพียง "เกมการเมือง" ว่า การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจคือกลไกตามรัฐธรรมนูญในการถ่วงดุลอำนาจ ไม่ใช่เรื่องบันเทิงทางการเมือง การที่รัฐบาลพยายามตัดรอนเวลาหรือหลบเลี่ยงการตอบคำถาม สะท้อนถึงความหวาดกลัวการตรวจสอบ
"ฝ่ายค้านคุณภาพวัดกันที่พยานหลักฐาน ไม่ใช่จำนวนมือในสภา ถึงเราจะมี 21 เสียง แต่คือ 21 เสียงที่ทำงานสุดความสามารถ ต่างจากรัฐบาลที่มีมากกว่า 200 เสียงแต่เน้นใช้พวกมากกอดอำนาจ" นายพงศกร กล่าว
2. วิกฤตเศรษฐกิจ-ปากท้อง ไร้ยุทธศาสตร์ยั่งยืน
ในมิติเศรษฐกิจ รัฐบาลครองเสียงข้างมากแต่กลับล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ สินค้าแพง และหนี้ครัวเรือนพุ่งสูง มุ่งเน้นเพียงนโยบายประชานิยมแจกเงินระยะสั้นที่ไม่สามารถสร้างรายได้ใหม่ให้ประเทศได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังปล่อยปละละเลยต่อปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและสแกมเมอร์ที่กัดกินเงินออมของประชาชน ซึ่งทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์พร้อมนำเสนอทางออกเชิงโครงสร้างคู่ขนานไปกับการชี้แผลรัฐบาล
3. ชำแหละแผลใหญ่ "ธรรมาภิบาล-ฮั้วอำนาจ"
นายพงศกร เน้นย้ำว่า พรรคจะเปิดเผยข้อสงสัยเกี่ยวกับการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างในระดับต่างๆ การเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง ตลอดจนความพยายามเข้าครอบงำองค์กรอิสระและการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมเพื่อช่วยเหลือเครือข่ายของตนเอง ซึ่งถือเป็นการทำลายระบบการถ่วงดุลอำนาจและจริยธรรมทางการเมืองอย่างร้ายแรง
4.ความล้มเหลวในการรับมือวิกฤตและภัยพิบัติ
สะท้อนถึงการขาดภาวะผู้นำในการบริหารจัดการความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยที่ล่าช้า ไร้ประสิทธิภาพ และการเยียวยาที่ไม่ครอบคลุม สะท้อนว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการแย่งชิงอำนาจภายในมากกว่าการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างให้ประชาชน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

