'วัส ติงสมิตร' กางข้อกฎหมายชำแหละปม 'สส.ไอเดียร์' ชี้เงินบริจาค 1.5 แสน หากเป็นเงินเดือนถือว่าปกติ เว้นแต่บริจาควิธีอื่นที่อธิบายไม่ได้

สืบเนื่องจากกรณีการขุดคุ้ยบัญชีทรัพย์สินของ ไทหยาง ซาง สามีของ ไอเดียร์ หรือ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ว่าเข้าข่ายการซุกหุ้น หรือมีทรัพย์สินแอบแฝงที่ไม่ตรงกับบัญชีที่แจ้งต่อ ป.ป.ช. หรือไม่นั้น จนมีข่าวลือสะพัดบนโลกออนไลน์ว่า สามีของ สส.คนดังได้เดินทางบินหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว กระทั่งในเวลาต่อมา ไอเดียร์ ได้โพสต์ภาพคู่สามีจิบกาแฟพร้อมเช็กอินกรุงเทพฯ โต้ข่าวลือดังกล่าว และไม่นานนักวานนี้ (16 ต.ค. 2569) ไอเดียร์ ได้ออกมาเปิดใจและชี้แจงกับกรณีดังกล่าว รวมไปถึงประเด็นเงินบริจาค ที่กำลังเป็นกระแสร้อนแรงของสังคม
ล่าสุดวันนี้ 17 ตุลาคม 2569 วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความวิเคราะห์ข้อกฎหมายผ่านเฟซบุ๊ก วัส ติงสมิตร กฎหมายและบ้านเมือง เกี่ยวกับปมร้อนดังกล่าวของ ไอเดียร์ ว่าจะซ้ำรอยคดียุบพรรค หรือเป็นวาทกรรมทางการเมือง โดยระบุว่า "เปิดปมร้อน "สส.ไอเดียร์" บริจาคเงินให้พรรคภูมิใจไทย ซ้ำรอยคดียุบพรรค หรือเป็นวาทกรรมทางการเมือง?

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สังคมการเมืองไทยต้องกลับมาจับตาข้อกฎหมายพรรคการเมืองอย่างเข้มข้นอีกครั้ง เมื่อเกิดกรณีข้อถกเถียงและคำร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ตรวจสอบ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย (หรือที่รู้จักกันในนาม "สส.ไอเดียร์") กรณีบริจาคเงินให้พรรคภูมิใจไทยอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนดำรงตำแหน่ง สส. รวมเป็นเงิน 150,000 บาท ซึ่งนำไปสู่คำร้องจาก นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ที่ขอให้ กกต. พิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อ "ยุบพรรคภูมิใจไทย" ตามมาตรา 92 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560
ในขณะที่ฟากฝั่งพรรคภูมิใจไทย โดย สส. หลายท่านได้ออกมาโต้กลับอย่างดุเดือดว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงการ "ปั่นข่าว" เพื่อหวังผลทางการเมืองเท่านั้น เพราะแท้จริงแล้วเงินบริจาคดังกล่าวเป็นการหักจาก "เงินเดือน สส." ที่ได้รับจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทำด้วยความสมัครใจ โปร่งใส มีการบันทึกรายรับ-รายจ่าย และมีหลักฐานถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ
ประเด็นคำถามสำคัญที่สังคมกำลังถกเถียงกันอย่างกว้างขวางคือ การหยิบยกเรื่องการบริจาคเงินของ สส.สุชาดา มาเป็นเหตุเพื่อร้องยุบพรรคภูมิใจไทยนั้น เป็นเรื่องมีน้ำหนักทางกฎหมายมากน้อยเพียงใด? เมื่อเทียบเคียงกับกรอบกฎหมายปัจจุบันและบรรทัดฐานคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในอดีต
1.สรุปสาระสำคัญ: กฎหมายพรรคการเมืองกับการบริจาคเงิน
เพื่อให้เห็นภาพรอบด้าน จำเป็นต้องทำความเข้าใจหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ใน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ซึ่งวางกรอบไว้อย่างรัดกุม ดังนี้:
- นิยาม "บริจาค" และ "ประโยชน์อื่นใด" (มาตรา 4): หมายถึงการให้เงิน ทรัพย์สิน ตลอดจนประโยชน์อื่นใด เช่น การให้ใช้ทรัพย์สิน การให้บริการ การให้ส่วนลด หรือการทำให้หนี้ลดลงหรือระงับสิ้นไป
- รายได้และบัญชีพรรคการเมือง (มาตรา 62): เงินและทรัพย์สินจากการบริจาคถือเป็นรายได้ของพรรคการเมือง ซึ่งต้องมีใบเสร็จรับเงินหรือ
- หลักฐานเป็นหนังสือตามแบบที่ กกต. กำหนด และต้องนำไปใช้เพื่อการดำเนินงานของพรรคเท่านั้น ห้ามนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
- เพดานการบริจาค (มาตรา 66): บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลสามารถบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมืองได้ ไม่เกิน 10,000,000 บาท / พรรคการเมือง / ปี (โดยนิติบุคคลหากบริจาครวมกันเกิน 5 ล้านบาทต่อปี ต้องแจ้งให้ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นทราบ)
- ข้อห้ามเรื่องแหล่งที่มา (มาตรา 72 และ 74): ห้ามพรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือรับจากบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย นิติบุคคลต่างประเทศ หรือนิติบุคคลไทยที่มีต่างชาติถือหุ้นเกินร้อยละ 49 รวมถึงหน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจ
- ผลของการฝ่าฝืนและบทกำหนดโทษ (มาตรา 92): หากพรรคการเมืองกระทำการฝ่าฝืนมาตรา 72 หรือมาตรา 74 กกต. มีอำนาจยื่นคำร้องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรค พร้อมทั้งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค
2. ถอดบทเรียนอดีต: เทียบเคียง "คดียุบพรรคอนาคตใหม่" (คำวินิจฉัยที่ 5/2563)
หากต้องการพิจารณาว่าข้อร้องเรียนในกรณีของ สส.สุชาดา มีน้ำหนักเพียงพอที่จะนำไปสู่การยุบพรรคได้หรือไม่ อาจนำ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2563 (คดียุบพรรคอนาคตใหม่ กรณีเงินกู้ 191.2 ล้านบาท) มาเป็นบรรทัดฐานในการวิเคราะห์เปรียบเทียบ:
- สาระสำคัญในคดีเงินกู้: พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค รวม 191.2 ล้านบาท ฝ่ายพรรคอนาคตใหม่ต่อสู้ว่า "เงินกู้" คือ "หนี้สิน" ไม่ใช่ "รายได้" และกฎหมายไม่ได้ห้ามกู้ยืม
- บรรทัดฐานของศาลรัฐธรรมนูญ (มติ 7 ต่อ 2): ศาลวินิจฉัยว่า "เงินกู้" ไม่ใช่รายได้ 1 ประเภทตามมาตรา 62 การกู้ยืมเงินจำนวนมากด้วยเงื่อนไขที่ไม่ปกติทางการค้า จึงเข้าข่ายเป็นการรับ "ประโยชน์อื่นใด" ซึ่งเมื่อมูลค่าเกิน 10 ล้านบาท จึงเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 66 (เพดานการบริจาค) และส่งผลให้เข้าข่ายรับประโยชน์ที่มีแหล่งที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ฝ่าฝืนมาตรา 72 จนนำไปสู่คำสั่ง ยุบพรรคอนาคตใหม่ และเพิกถอนสิทธิการเมืองของกรรมการบริหารพรรค 10 ปี
3. มุมมอง: มีเหตุให้ยุบพรรคภูมิใจไทยจากกรณี "สส.สุชาดา" หรือไม่?
เมื่อวิเคราะห์จากข้อเท็จจริงในข่าวและบทบัญญัติของกฎหมาย จึงอาจมองกรณีนี้ใน 2 มิติหลัก ดังนี้:
3.1 ในมุมของที่มาเงินบริจาค: หากข้อเท็จจริงฟังได้ว่า "เป็นการหักจากเงินเดือน" ผลจะมีความแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับ "เงินกู้ก้อนโต"
ในคดีพรรคอนาคตใหม่ ประเด็นปัญหาคือวงเงินกู้สูงถึง 191.2 ล้านบาท ซึ่งเกินเพดานการบริจาค 10 ล้านบาทอย่างมหาศาล และมีลักษณะเป็นนิติกรรมอำพรางการสนับสนุนเงินทุนทางการเมือง
ในทางกลับกัน กรณีของ สส.สุชาดา หากคำชี้แจงของ สส.พรรคภูมิใจไทยหลายคนฟังได้ว่าเป็นการบริจาคโดย "การหักจากเงินเดือน สส." ที่ได้รับจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีวงเงินรวมเพียง 150,000 บาท (เฉลี่ยเดือนละ 10,000 ถึง 30,000 บาท) อันอยู่ภายใต้เพดาน 10 ล้านบาทต่อปีตามกฎหมาย อีกทั้งเงินเดือน สส. ก็ถือเป็นรายได้ที่ถูกกฎหมายและโปร่งใส การนำเงินส่วนนี้มาหักบริจาคเข้าพรรคจึงเป็นแนวทางปฏิบัติปกติที่ สส. หลายพรรคการเมืองสามารถทำได้ภายใต้ความสมัครใจ ก็คงเป็นเรื่องที่ไม่มีใครติดใจ แต่หากมีการบริจาคเงินให้พรรคการเมืองโดยวิธีการอื่นที่ไม่สามารถอธิบายเหตุผลได้ ก็เป็นประเด็นที่ต้องชี้แจงให้กระจ่างต่อไป
3.2 ในมุมของที่มาทรัพย์สิน: แยกแยะระหว่าง "ส่วนตัว" กับ "พรรคการเมือง"
ประเด็นที่มีการหยิบยกขึ้นมาตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติม คือการตั้งคำถามถึงความมั่งคั่งและที่มาของทรัพย์สินรวมเกือบ 2,000 ล้านบาทของ สส.สุชาดาและสามี รวมทั้งปัญหาการยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จหรือไม่ เป็นประเด็นที่หน่วยงานอย่าง ป.ป.ช. กำลังตรวจสอบเชิงลึกอยู่
อย่างไรก็ตาม ในแง่ของกฎหมายพรรคการเมือง การตรวจสอบทรัพย์สินส่วนตัวของนักการเมืองเป็นเรื่องของความรับผิดชอบทางกฎหมายเฉพาะบุคคล (ป.ป.ช. / การแสดงบัญชีทรัพย์สิน) ซึ่งหากพบว่ามีความผิดจริง สส. ผู้นั้นก็จะถูกฟ้องต่อศาลให้รับโทษทางอาญาและตัดสิทธิทางการเมืองไม่สามารถนำมาเป็นเหตุยุบพรรคการเมืองได้ เว้นแต่จะมีพยานหลักฐานพิสูจน์ได้ว่า พรรคการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบันยังเป็นเพียงข้อกล่าวหาและการตั้งข้อสังเกตเท่านั้น 🔍
บทสรุปทิ้งท้าย:
การตรวจสอบนักการเมืองและพรรคการเมืองเป็นสิ่งที่สังคมประชาธิปไตยต้องมีและควรสนับสนุน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและสุจริต แต่การตรวจสอบนั้นต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ชัดเจน ไม่ควรนำเรื่องราวที่ยังไม่ได้ข้อยุติมาขยายผลให้เกินจริง จนทำให้กลไกทางกฎหมายพรรคการเมืองต้องบิดเบี้ยวและสูญเสียความน่าเชื่อถือไปในที่สุด ในขณะเดียวกัน องค์กรของรัฐที่มีหน้าที่พึงตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ฟังเป็นยุติ แล้วดำเนินการตามกฎหมายและแจ้งให้สังคมทราบโดยเร็ว
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ 17/10/69 #พรรคภูมิใจไทย #ยุบพรรค #สสไอเดียร์ #สุชาดาซางแทนทรัพย์ #การเมืองไทย #กฎหมายพรรคการเมือง #กกต #ศาลรัฐธรรมนูญ #วัสติงสมิตร"

หลังจากที่โพสต์ของ วัส ติงสมิตร เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ได้ไม่นาน ทำเอาชาวเน็ตต่างก็เข้ามาคอมเมนต์ เช่น
"อาจารย์ครับบ้านเมืองในวันนี้ เรายังมีความหวัง ยังมีความเชื่อมั่นในตัวบทกฎหมายได้มากน้อยขนาดไหนครับ องค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ในการบังคับใช้บางองค์กรที่มีที่มาแบบผลประโยชน์ทับซ้อนล้วนพิจารณาและวินิจฉัยแบบเพี้ยนๆ ไปซะเกือบทั้งหมดแล้ว"
"mario barth thank you Sticker by INTENZE Advanced Tattoo Ink"
"เห็นว่าเป็นการบริจาคก่อนเป็น ส.ส. ขณะนั้นทำงานในพรรคแล้วมีตำแหน่งทางการเมือง"
"#ชัดเจนครับท่านอาจารย์ แต่สังคมอาจประโยชน์น้อย และหลงทิศหลงทางได้หากการนำเสนอผิดวิธี ครับ #เรื่องนี้เห็นว่าผู้นำเสนอเจตนาดีเพราะเป็นหน้าที่ต้องตรวจสอบนักการเมือง แต่ประเด็นอาจขยายไปเพราะสื่อ หรือคนทั่วไป จนอีกฝ่ายที่ถูกพาดพิงมีโอกาสขยายต่อไปกลายเป็น "เรื่องวาทกรรมยุบพรรค" ตนลืมเจตนาแท้จริงของผู้นำเสนอและเจตนารมณ์ของกฎหมายไป จนกลายเป็นการตอบโต้กันทางสื่อโซเชี่ยลระหว่าผู้นำเสนอกับฝ่ายถูกพาดพิง จนลืมพูดเองเนื้อแท้ของเรื่อง คือ สส.แจงบัญชีกับ ป.ป.ช. ถูกต้องหรือไม่ จึงทำให้สังคมไม่ได้ประโยชน์ หรือได้ประโยชน์น้อย #จึงเป็นหน้าที่หน่วยงานรัฐดำเนินการให้ตรงกับเจตนารมณ์ของกฎหมายและตอบสังคมโดยเร็ว ดังที่ท่านอาจารย์กล่าวมาข้างต้น สังคมจะได้กระจ่างและคลายความคลางแคลงสงสัยไปได้ ครับ"
"แจ้งบัญชีทรัพย์สินว่า สามี มีหุ้นการพนัน 1% หรือไม่ ?"
"เอาแล้ว"





ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก วัส ติงสมิตร กฎหมายและบ้านเมือง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

