รอดูหลังลงมติซักฟอก อนุทินยังกั๊ก ปมยุบรวม‘กล้าธรรม’

รอดูหลังลงมติซักฟอก
อนุทินยังกั๊ก
ปมยุบรวม‘กล้าธรรม’
ฝ่ายค้านยันถล่ม5วัน
รัฐบาลโต้ลั่นไม่ยอม
วรงค์ขู่น็อกไชยชนก
นายกฯอนุทิน ยันพร้อมรับศึกซักฟอกแจงกินข้าว“ธรรมนัส”บอกเป็นเพื่อนกัน คบตั้งแต่เป็นผู้กอง ย้ำเรื่องการเมืองก็เป็นเรื่อง“การเมือง”แทงกั๊กกระแส“กล้าธรรม”ร่วมรบ.-ยุบรวม“ภท.”ลั่นอย่าสมมุติ รอดูหลังลงมติศึกซักฟอก อุบตอบปมแบ่งกระทรวงริมน้ำด้าน“ศุภจี”โยนถามนายกฯ ลือประเคน“กระทรวงริมน้ำ”ให้กธ. ย้ำไม่กังวล พร้อมรับปรับครม.หลังซักฟอก“ทรงศักดิ์”ชี้“อนุทิน-ธรรมนัส”กินข้าวเรื่องปกติเพื่อนการเมือง ปัดดึงขั้วเขียวร่วม-ข่มขวัญขั้วแดง“พิพัฒน์” บอกพบ“เนวิน”ไม่มีคุยเรื่องการเมือง-กระแสรวมกธ.ย้ำ6เดือนยังไม่ควรปรับครม.ขณะที่“ภราดร”แจงยิบนายกฯภารกิจแน่นยันหลักการอภิปราย3 + 1’ปธ.วิปค้าน’ยืนกระต่ายขาเดียวขอต้องซักฟอก5วัน ลงมติอีก 1วัน ย้ำรอประชุมวิป3ฝ่าย‘หมอวรงค์’จองกฐินซักฟอก’ไชยชนก’โวมีหลักฐานเด็ดน็อกจนต้องเรียกรถโรงพยาบาลมารับ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 ตุลาคม 2569ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.)เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)โดยก่อนการประชุมผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวพรรคกล้าธรรม(กธ.)จะเข้าร่วมรัฐบาลจริงหรือไม่นายกฯไม่ตอบคำถามก่อนกล่าวย้อนผู้สื่อข่าวว่า“กระแส”และเดินเข้าตึกบัญชาการ1เพื่อเป็นประธานการประชุมครม.
รับสำนักนายกฯ-มท.ทำการบ้านหนัก
ต่อมา เวลา13.10น.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทยให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมีขึ้นได้มีการกำชับอะไรรัฐมนตรีหรือไม่ว่าตัวนายกฯก็เป็นหนึ่งในผู้ถูกอภิปรายด้วย ฉะนั้นทุกกระทรวงก็ต้องมีการเตรียมความพร้อมในการชี้แจงซึ่งตนเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้ทำงานเป็นทีมเวิร์คอยู่แล้ว เพราะในองค์ประกอบของรัฐบาลมีเพียงสองพรรคการเมืองดังนั้นการประสานงานและความร่วมมือต่างๆจึงไม่ยากส่วนมีความกังวลกระทรวงไหนเป็นพิเศษหรือไม่นายกฯกล่าวว่าสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย ตนก็ต้องทำการบ้านเยอะๆ
แทงกั๊กดึงกธ.ร่วมรบ.-ยุบรวมภท.
เมื่อถามถึงความชัดเจนของพรรคกล้าธรรมภายหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จสิ้นจะเป็นอย่างไรต่อ เนื่องจากมีหลายกระแสข่าวทั้งการเข้าร่วมรัฐบาลและการยุบมารวมกับพรรคภูมิใจไทยนายกฯย้ำว่ามันยังไม่เกิด เรื่องแบบนี้จะไปพูดก่อนได้อย่างไร มีใครเขาพูดก่อนบ้าง มันยังไม่มีความหมายอะไร
เมื่อถามว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะเป็นตัวชี้วัดว่าพรรคกล้าธรรมจะได้เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายกฯกล่าวเพียงว่า ถามเรื่องงานดีกว่า วันนี้อนุมัติเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชนหลายเรื่อง
เมื่อถามย้ำว่าอีกกระแสบอกว่าพรรคกล้าธรรมจะยุบมารวมกับพรรคภูมิใจไทยข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายกฯได้แต่ยิ้มแต่ไม่ได้ตอบคำถาม
ยันรมต.ทุกพร้อมรับศึกซักฟอก
เมื่อถามว่าที่สังคมมองว่าขณะนี้รัฐบาลมีความเข้มแข็งแล้ว จะเติมความเข้มแข็งเพิ่มหรือไม่นายกฯกล่าวว่ารัฐบาลทำงานเต็มที่ ส่วนเรื่องการอภิปรายก็เป็นกระบวนการทางรัฐสภาและเป็นเรื่องของกระบวนการตรวจสอบ ซึ่งรัฐมนตรีทุกคนมีความพร้อมในการชี้แจงตอบข้อสงสัยรวมถึงชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่างๆอยู่แล้ว ขณะที่เรื่องการทำงานของรัฐบาลเราก็ยังต้องทำอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่าแสดงว่ามีความมั่นใจการชี้แจงในสภาของรัฐมนตรีทั้ง 18 คนใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยมีการลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 แต่ถ้าถามว่ามั่นใจในตัวเองหรือไม่ ข้างในก็มั่นใจ แต่จะมาบอกว่ามั่นใจมากแบบนี้พูดไม่ได้
รอดูอีกไม่นานหลังศึกซักฟอก
เมื่อถามว่ามั่นใจว่าจะได้คะแนนเสียงมากกว่าเสียงของรัฐบาลที่มีอยู่หรือไม่นายกฯกล่าวว่าถ้าถามก็ต้องกลับไปดูประวัติศาสตร์คนจะเป็นรัฐบาลได้ต้องมีเสียงข้างมากมีแต่อนุทิน 1ที่มีเสียงข้างน้อย แต่ตอนนั้นไม่ได้มีการอภิปรายแค่เกือบมีแต่ยุบสภาไปก่อนแต่พอมาเป็นอนุทิน2เสียงสนับสนุนในสภาผู้แทนราษฎรวันนี้มีเกือบ 300 เสียง ผู้สื่อข่าวก็ไปคำนวณเอา เมื่อถามว่าหากการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ได้เสียงสนับสนุนมากกว่า 300 เสียง จะมีผลต่อการดึงพรรคกล้าธรรมมาร่วมรัฐบาลหรือไม่นายกฯกล่าวว่า การลงมติทุกอย่างถือเป็นเอกสิทธิ
เมื่อถามว่าหากพรรคกล้าธรรมโหวตให้จะมีผลต่อการตัดสินใจในการดึงมาร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่าเอาไว้ให้เกิดขึ้นก่อน รอไม่นาน ซึ่งนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีจะไปหารือกับทางวิปของสภาว่าช่วงที่รัฐมนตรีทุกคนปลอดภารกิจ และจะได้ฟังการอภิปรายได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลภารกิจอื่นๆ คือช่วงวันที่ 27-29 ต.ค. และวันที่ 30 ต.ค. เป็นวันโหวต นี่คือข้อเสนอของรัฐบาล แต่สุดท้ายจะเป็นวันไหนหรือกี่วันก็ขึ้นอยู่กับการหารือ แต่สัปดาห์ที่ผ่านมาที่รัฐบาลบอกว่าจะเสนอแบบนี้เราถูกประธานสภาผู้แทนราษฎรดุมาว่าไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล แต่ต้องเป็นการหารือของวิป3ฝ่ายรวมถึงประธานสภาด้วย ฉะนั้นก็ต้องขออภัยที่รัฐบาลอาจจะใช้คำพูดผิดว่าเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องการ โดยที่ไม่ได้พูดคำว่าเราเสนอ ต้องขออภัยด้วย
อย่าถามปรับครม.ต้องทีละขั้นตอน
เมื่อถามว่าตอนนี้มีการมองข้ามช็อตไปถึงหลังการซักฟอกว่ารัฐบาลจะมีเสียงเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ นายอนุทินถึงกับร้อง“หึ๊ย”พร้อมกล่าวว่า ต้องทีละขั้นตอน ตอนนี้ยังไม่ซักฟอกเลย และเมื่อซักฟอกเสร็จก็ต้องชี้แจง ชี้แจงเสร็จก็ต้องลงมติ กว่าจะรู้ว่าเสียงจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงก็ต้องรอตรงนั้นก่อน แล้วค่อยมาถาม
เมื่อถามย้ำว่า เท่ากับว่าไม่ได้ปฏิเสธและปิดประตูตายพรรคกล้าธรรม นายอนุทินระบุว่า “ก็ผมยังไม่รู้เลยว่าแต่ละคนจะได้คะแนนเท่าไหร่ สมัยที่ตนโดน แต่เป็นรมว.สาธารณสุข และรมว.มหาดไทย ถามว่ากำกับได้หรือไม่ว่าจะได้กี่คะแนน ตนก็นั่งลุ้นทุกทีว่าจะได้มากกว่าหรือน้อยกว่าคนอื่น ลุ้นแม้กระทั่งว่าจะผ่านหรือเปล่า มันไม่มีอะไรที่จะบอกว่าแบบนี้ผ่านชัวร์ๆเพราะเรามีเสียงข้างมาก เราไม่ได้บริหารประเทศแบบนี้ เราต้องมั่นใจข้อมูลที่เราตอบข้อซักถาม ข้อสงสัย และข้อกล่าวหาของฝ่ายตรวจสอบ ซึ่งไม่ใช่ตนคนเดียว รัฐมนตรีอีก 17 คนก็ต้องตอบ”เมื่อถามว่าหลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีการปรับ ครม.หรือไม่ นายกฯระบุว่า“โอ๊ย อย่าเพิ่งถาม”
แจงพบ‘ธรรมนัส’เป็นเพื่อนกัน
ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีภาพการไปรับประทานอาหารกับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรมว่าได้มีการพูดคุยอะไรกันบ้าง นายกฯหัวเราะพร้อมถามกลับว่า“ต้องบอกด้วยเหรอ คนเป็นเพื่อนกัน”เมื่อถามต่อว่า ตอนนี้มีกระแสข่าวว่าจะมาร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า“ก็คือกระแสไง เชื่อว่าแล้วทำไมไม่คิดว่าตนกับร้อยเอกธรรมนัสคบกันมาตั้งแต่เป็นผู้กองจริงๆ เลย เทียบรุ่นนักเรียนนายร้อยรุ่นที่25แต่ก่อนก็เที่ยวเตร่เฮฮา พึ่งพากันมาตลอด มีการพบปะกันมาอย่างสม่ำเสมอ
ส่วนเรื่องการเมืองก็เป็นเรื่องการเมือง ถ้าจะบอกว่ามิตรภาพอย่างเดียวทำทุกอย่างได้ แล้วทำไมวันนี้ท่านไม่ได้อยู่ในรัฐบาลล่ะ เพราะฉะนั้นทุกอย่างก็ต้องแยก เรื่องประเทศชาติบ้านเมืองก็เป็นเรื่องประเทศชาติบ้านเมือง ส่วนเรื่องมิตรภาพก็ยังดีที่ผมกับท่านธรรมนัสดำรงมิตรภาพที่ดีต่อกันได้”พร้อมย้ำอีกครั้งว่า “เรื่องการเมืองก็เป็นเรื่องการเมือง”
อุบแบ่งกระทรวงริมน้ำอย่าสมมติ
เมื่อถามถึงความชัดเจนเรื่องการแบ่งกระทรวงริมน้ำให้พรรคกล้าธรรมนายกฯถามกลับว่า“กระทรวงริมน้ำคืออะไร”ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่ากระทรวงพาณิชย์และยังจับตาบทบาทของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ด้วย นายกฯจึงหัวเราะเสียงดังพร้อมบอกว่า“อย่าสมมติ ขอให้รอ”
เมื่อถามอีกว่าหากพรรคกล้าธรรมมาร่วมรัฐบาล จะเกลี่ยโควตาของพรรคภูมิใจไทยหรือโควตาของพรรคเพื่อไทย นายกฯย้ำว่า“อย่าสมมติอะไรไม่ได้ทั้งนั้น วันนี้ยังไม่อภิปรายเลย ยังไม่ลงคะแนนเลย รัฐบาลทำงานให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ ไม่ว่าใครจะอยู่ ใครจะไป ใครจะมา ใครจะเปลี่ยน รัฐบาลต้องทำงานให้กับประเทศอย่างเต็มที่ ตรงนี้จะไม่เสีย”
‘ศุภจี’ไม่ถอดใจให้ถามนายกฯปมกธ.
เวลา15.00น.ที่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่จะมีการยกกระทรวงริมน้ำให้กับพรรคกล้าธรรมที่อาจมาเข้าร่วมรัฐบาลว่า”ไม่ทราบเลย ต้องถามนายกฯ”เมื่อถามอีกว่าขณะนี้ยังไม่ถอดใจใช่หรือไม่ นางศุภจี ตอบว่า“ไม่อ่ะ ทำงานทุกวันอยู่แล้ว เอาจริงหรือ ถามอะไรเยอะแยะ ไม่มีอะไร ทำงานทุกวันอยู่แล้ว”
เมื่อถามถึงการเตรียมรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นางศุภจี ในฐานะ1ใน18รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจกล่าวว่าเป็นการอธิบายว่าเราทำอะไรไปเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรและไม่ได้เก็งข้อสอบอะไรจากฝ่ายค้าน เพราะเท่าที่ดูข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านก็มีเรื่องค่าครองชีพ เรื่องราคาสินค้าแพง เราก็มีหน้าที่อธิบายว่าเราทำอะไรไปแล้ว ดังนั้นไม่น่ามีอะไรเป็นพิเศษ แต่ก็เตรียมตัวเต็มที่
พร้อมรับปรับครม.หลังศึกซักฟอก
เมื่อถามว่าหนักใจหรือไม่เพราะมาครั้งแรกก็เจอเลย นางศุภจี กล่าวว่า ไม่เป็นอะไรเลย ถือโอกาสเป็นการอธิบาย เพราะทางฝ่ายค้านิหรือผู้นำฝ่ายค้าน มีหน้าที่ต้องถามอยู่แล้ว เราก็มีหน้าที่อธิบาย เมื่อถามว่าหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจอาจมีการปรับครม.กังวลหรือไม่ว่ากระทรวงพาณิชย์อาจถูกจับตา นางศุภจี กล่าวว่าไม่เลย ไม่มีความกังวล เรื่องการปรับครม.เป็นอำนาจนายกฯ แล้วแต่นายกฯเลย ยังไงก็พร้อมรับอยู่แล้ว
‘ทรงศักดิ์’ปัดเขียวข่มขวัญขั้วแดง
ด้านนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯกล่าวถึงภาพนายกฯร่วมรับประทานอาหารอินเดียกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรมจะเป็นการดึงขั้วเขียวมาร่วมรัฐบาลหรือไม่ว่าเป็นเรื่องการตีความมากกว่าการรับประทานอาหารกับใครถือเป็นเรื่องปกติโดยเฉพาะท่านเป็นผู้ใหญ่และนักการเมืองแม้จะถูกมองว่าเป็นซีกที่ยังไม่เป็นรัฐบาล แต่ก็เป็นเรื่องปกติเพราะมีความคุ้นเคยซึ่งสมัยก่อนฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลทำหน้าที่แค่ในสภา แต่นอกสภาฯก็เป็นพวกกัน สมาชิกพูดคุยกันเป็นเรื่องปกติไม่ได้แยกฝ่ายกัน
เมื่อถามว่า จะดึงเพื่อนมาร่วมคณะรัฐมนตรีหรือไม่ นายทรงศักดิ์กล่าวว่า ไม่เป็นอะไร ตรงกันข้าม เป็นมิตรกันอยู่แล้วไม่ได้เป็นอะไรตรงข้ามกันเมื่อถามว่าที่มีการมองว่าการดึงขั้วเขียวเข้ามาร่วมรัฐบาลเป็นการข่มขวัญขั้วแดงไม่ให้แตกแถวใช่หรือไม่ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า คิดไปเอง
ย้ำปรับครม.ขึ้นอยู่กับนายกฯ
เมื่อถามว่าหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีการปรับ ครม.หรือไม่นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ต้องถามนายกฯ เพราะท่านเป็นหัวหน้ารัฐบาล อำนาจอยู่ที่ท่านตนตอบไม่ได้ส่วนกระแสข่าวว่ากระทรวงริมน้ำจะเป็นของพรรคกล้าธรรมนั้นตนดูจากข่าวตอบแทนไม่ได้ จากที่ตนอยู่ในเส้นทางการเมือง เรื่องนี้ก็มีห้วงเวลาของมัน รัฐมนตรีอาจจะมีการปรับเปลี่ยนการทำงาน แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นเหตุผลในการปรับครม.เสมอไป
พิพัฒน์เจอเนวินไม่ได้คุยการเมือง
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีปรากฏภาพให้การต้อนรับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดที่จ.สงขลาว่านายเนวิน เดินทางพาทีมไปแข่งบอลตามปกติของไทยลีกพบกับทีมปัตตานีแต่เนื่องจากสนามของปัตตานีอยู่ระหว่างปรับปรุงเลยไปใช้สนามของจ.สงขลาแทน ในฐานะตนเป็นคนสงขลาเมื่อมีบอลนัดใหญ่ๆมาเลยไปรับชม โดยไปรับนายเนวินและไปดูการแข่งขัน เมื่อถามว่านายเนวินได้เปรยหรือไม่ว่าพรรคกล้าธรรมจะร่วมรัฐบาลตอนไหนนายพิพัฒน์ ตอบว่าเรื่องนี้ไม่ได้พูดคุยเพราะไปแข่งบอลไม่ได้มีมติทางการเมืองเข้ามาเป็นโจทย์ให้พูดคุยกัน
“เรื่องการที่ใครจะเข้าร่วมรัฐบาลนั้นน่าจะเป็นเรื่องที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทยเป็นผู้ตัดสินใจซึ่งนายกฯไม่ได้เปรยอะไร”นายพิพัฒน์ ย้ำ
ปัดกระแสรวมกธ.ให้ถามนายกฯ
เมื่อถามว่าการปรากฏภาพนายอนุทินทานข้าวกับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม เป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองอะไรหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่าบังเอิญตนไม่ได้นั่งร่วมโต๊ะอาหารด้วยจึงไม่ทราบแต่นายกฯกับร.อ.ธรรมนัสมีความคุ้นเคยกันที่ผ่านมามีการรับประทานอาหารร่วมกันอยู่เรื่อยๆหากให้ตอบตนก็คงตอบไม่ถูกส่วนกระแสข่าวการรวมพรรคกล้าธรรมมาอยู่กับพรรคภูมิใจไทยนายพิพัฒน์ตอบว่าตนไม่แน่ใจว่าข่าวมาจากไหน ได้ยินข่าวจากสื่อยังไม่ค่อยเข้าใจว่ากระแสเรื่องนี้เริ่มจากไหนส่วนจะเป็นไปได้หรือไม่ไม่นั้นคงต้องให้ผู้ใหญ่คุยกัน ส่วนขณะนี้ถึงเวลาจะดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลแล้วหรือยังนายพิพัฒน์กล่าวว่ารอถามนายกฯดีกว่าอย่าให้ตนพูดเลย พูดไปอาจจะไม่ใช่ก็ได้ สิ่งต่างๆขอให้ถามนายกฯ
ชี้6เดือนยังไม่ควรปรับครม.
เมื่อถามว่าประเมินขณะนี้รัฐบาลแข็งแรงพอหรือยังนายพิพัฒน์กล่าวว่ารัฐบาลแข็งแรงมาตั้งแต่ต้น รัฐบาลที่นำโดยนายอนุทิน เป็นรัฐบาลอนุทิน2ทำงานมาได้ประมาณ6เดือนหลายกระทรวงเริ่มเข้าที่เข้าทางโดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม คิดว่าสามารถขับเคลื่อนเรื่องนโยบายได้การทำงานไม่มีปัญหาและไม่ใช่ทุกคนเข้าไปแล้วจะทำงานในกระทรวงนั้นๆได้ทันที คิดว่าการทำงานมา6เดือนยังไม่ควรปรับครม. แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความเหมาะสมที่นายกฯจะเป็นผู้พิจารณารวมถึงกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยซึ่งตนไม่ได้เป็น
‘ภราดร’แจงยิบภารกิจนายกฯแน่น
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงเหตุผลและความจำเป็นของการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่รัฐบาลเสนอ 3วันว่าเนื่องจากวันที่ 26 ตุลาคม มีนัดประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ ส่วนวันที่ 27-29 ตุลาคม เตรียมไว้สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจและวันที่ 30 ตุลาคม เป็นการลงมติ หลังจากมีการลงมติวันที่ 30 ตุลาคม- 1 พฤศจิกายน นายกฯฯมีภารกิจต่างประเทศก่อนที่ในวันที่ 2 พฤศจิกายนจะมีภารกิจเปิดงานพืชสวนโลกจ.อุดรธานีซึ่งคณะรัฐมนตรีจะเดินทางไปร่วมงานทั้งคณะและถือโอกาสประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน คณะรัฐมนตรีไม่สะดวกในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะที่สัปดาห์ถัดจากนั้นนายกฯมีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ ร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคประจำปี2026จึงทำให้มีช่วงว่างอยู่แค่นั้น
โดยตนเองจะนำเหตุผลความจำเป็นที่รัฐบาลกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งหมด 3 วัน ไม่ใช่เพราะว่าเกรงกลัวการตรวจสอบแต่ด้วยช่วงเวลาของนายกฯติดภารกิจและหากจะล่วงเลยไปถึงกลางเดือนถึงปลายเดือนพฤศจิกายนก็จะช้าออกไป ไม่ทันต่อเหตุการณ์และความต้องการต่อฝ่ายค้านที่จะเร่งรัดการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ยันหลักการอภิปรายซักฟอก3+1
เมื่อถามว่าฝ่ายค้านมีความต้องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 5วันมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเลื่อนไปอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน นายภราดรกล่าวว่าเรื่องขอเวลา 5วัน คงคุยกันยากเพราะในธรรมเนียมปฏิบัติไม่เคยมีและคิดว่าในหลายประเด็นคงนานเกินไป ขออย่าพูดว่าเราจะเอา 3วัน เราจะเอา 5 วัน ขอให้ดูที่เนื้อหาสาระและกรอบระยะเวลาของทั้งสองฝ่ายว่าแต่ละฝ่ายตามธรรมเนียมปฏิบัติจะได้เวลากี่ชั่วโมง
“ขั้นตอนหลังจากนี้ เมื่อสภาฯส่งเรื่องมาก็จะมีการบรรจุญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็จะสอบถามกับทางคณะรัฐมนตรีว่ามีเวลาว่างช่วงไหนซึ่งคงจะได้พูดคุยกันในครม.เบื้องต้นย้ำหลัก 3 + 1อภิปรายไม่ไว้วางใจ ในวันที่ 27-29ตุลาคม และวันที่30ตุลาคมลงมติซึ่งก็จะเสนอกลับไปที่สภาฯให้รับทราบและไปหารือกันต่อ”นายภารดรย้ำ
“จุลพันธ์”ย้ำมารยาทโหวตหนุนรบ.
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงานในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงจุดยืนของพรรคเพื่อไทยในการอภิปรายไม่ไว้วางใจหลังมีเพียงรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยถูกยื่นญัตติอภิปรายว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจเราก็ทำงานอยู่ในรัฐบาลถ้ามีคำถามในเชิงการทำงานของรัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรี เราก็เชื่อมั่นได้ว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามกรอบของกฎหมายเพราะเราก็ประชุมร่วมกันอยู่ในที่ประชุมครม.ทุกครั้ง อนุมัติมาร่วมกัน เชื่อมั่นว่าจะสามารถให้คำชี้แจงเรื่องการทำงานและภารกิจได้ครบถ้วน ในส่วนอื่นหากเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวเนื่องเป็นภาระหน้าที่ของทางรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายจะต้องตอบ เราก็มีความเชื่อมั่นเช่นกันว่ารัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย จะชี้แจงได้เรามั่นใจว่าคณะรัฐมนตรี ไม่ใช่มือใหม่กันผ่านเหตุการณ์เช่นนี้มา หลายครั้ง คงจะสามารถชี้แจงต่อสังคมได้ เวทีนี้เป็นเวที2ทาง ฝ่ายหนึ่งเป็นเวทีกล่าวหาของฝ่ายค้านและเป็นเวทีที่คณะรัฐมนตรี จะชี้แจงเพื่อเกิดความกระจ่างกับพี่น้องประชาชน
ส่วนการลงมติจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า”ไม่มีหรอกครับ”เราก็อยู่ด้วยกันในฐานะที่เป็นรัฐบาลร่วมกัน ไม่มีอะไรที่ต้องห่วงกังวลหรือต้องสงสัย การลงมติแน่นอนว่าเป็นสิทธิ์ของสมาชิก แต่โดยมารยาททางการเมืองก็คงต้องให้การสนับสนุนและเดินไปพร้อมกันอยู่แล้ว
รอฟังฝ่ายค้านอภิปรายปมฮั้วสว.
เมื่อถามว่าแม้จะมีเรื่องฮั้วสว.ที่เพื่อไทยเคยค้านมาก่อนก็ยืนยันจะโหวตให้ใช่หรือไม่นายจุลพันธ์กล่าวว่าก็ต้องรอฟังการอภิปรายโดยหลักการอยู่แล้วแต่ขณะนี้กระบวนการฮั้วสว.ผ่านมาหลายขั้นตอน ทั้งในส่วนของกกต. ดำเนินการ เรียบร้อยในระดับหนึ่ง เราก็ต้องยืนยันในหลักการ ยืนยันในกระบวนการที่เดินมาแล้วเมื่อถามว่ามีประเด็นไหนที่พรรคเพื่อไทยยกมือไว้ใจไม่ได้นายจุลพันธ์ กล่าวว่า”ไม่มีหรอกครับก็ต้องรอฟัง”เมื่อถามย้ำว่าถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับทุจริตนายจุลพันธ์ ตอบว่าต้องมารอฟัง คงไม่มีอะไรอย่าเพิ่งตั้งสมมติฐานในสิ่งที่ยังไม่เกิด
ชี้กธ.ร่วมรบ.ไม่เสียหายเสียงมั่นคงขึ้น
ส่วนกระแสของพรรคกล้าธรรมที่จะมาร่วมรัฐบาล นายจุลพันธ์กล่าวว่าขอเรียนตรงๆว่ายังไม่ได้พูดคุยกัน เราในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลจะมีกระบวนการเพิ่มเติมในฝ่ายของรัฐบาล อย่างแรกก็ไม่ได้เสียหายอะไรดำเนินการได้ทำให้เสียงมีความมั่นคงขึ้น แต่ว่าคงต้องมีการมาพูดคุยกัน อย่างไรก็ตามเรายืนยันว่าพรรคเพื่อไทยเราทำงานอยู่ และยืนยันในสิ่งที่เรามีข้อตกลงเมื่อถามว่าหมายถึงกระทรวงอย่ามายุ่งกับเพื่อไทยใช่หรือไม่นายจุลพันธ์กล่าวว่าแน่นอนเพราะมีการพูดคุยเบื้องต้นกันแล้ว ส่วนทางพรรคกล้าธรรมขอเรียนตรงๆว่าเรื่องนี้ยังไม่ได้พูดคุยกันเรื่องนี้เป็นอำนาจสิทธิ์ขาดของนายกฯ คงต้องให้ท่านเป็นผู้พิจารณา
ประเสริฐชี้ไม่แปลก‘หนูพบธรรมนัส’
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เลขาธิการพรรคเพื่อไทยให้สัมภาษณ์ถึงกรณีปรากฏภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย รับประทานอาหารเย็นร่วมกับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรมและมีข่าวจะควบรวมพรรคกันส่งผลอะไรต่อรัฐบาลหรือไม่ว่าเรื่องนี้ตนไม่ทราบ เพราะการทานข้าวระหว่างนายอนุทินกับร.อ.ธรรมนัสซึ่งทั้งสองคนรู้จักคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วอายุอานามไล่เลี่ยกัน ใกล้เคียงกันมาก เข้าใจว่าก่อนหน้านี้ก็มีการรับประทานข้าวกันนายอนุทินเป็นคนที่มีอัธยาศัยไมตรีดี ทานข้าวกับหลายบุคคล ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะทานข้าวร่วมกัน
ย้ำพท.มีมารยาทขอให้สบายใจไร้แตกแถว
เมื่อถามว่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากมีการพาดพิงถึงพรรคเพื่อไทย พร้อมที่จะช่วยตอบหรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า ถ้าพาดพิงในส่วนของรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยที่กำกับดูแลกระทรวง พรรคเพื่อไทยพร้อมตอบอยู่แล้ว เพราะการทำงานร่วมกัน นายกฯ ตอบในภาพรวม แต่หากพาดพิงไปถึงกระทรวงใด เจ้ากระทรวงต้องลุกขึ้นมาตอบ อันนี้เป็นธรรมดาส่วนถึงการลงมติของพรรคเพื่อไทยขอให้มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลและเราเข้าใจถึงมารยาททางการเมืองดี ขอให้สบายใจได้ยืนยันว่าคะแนนพรรคเพื่อไทยไม่มีแตกแถว
ปธ.วิปค้านลั่นต้องซักฟอก5วันลงมติ1วัน
ที่รัฐสภา นายพริษฐ์วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมร่วมกันของวิป 3 ฝ่าย ในวันที่ 21ต.ค. เพื่อหารือถึงกรอบเวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่าตนเพิ่งได้รับข้อความทาง SMS ว่าประธานสภาฯมีการนัดประชุมวิป3ฝ่ายหารือร่วมกันเรื่องแนวทางการดำเนินการญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตนขอย้ำหลักการพรรคฝ่ายค้านเห็นร่วมกันคือการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นปีละครั้งและเป็นอาวุธที่สำคัญที่สุดที่ฝ่ายค้านสามารถใช้ในการตรวจสอบรัฐบาลได้ผ่านกลไกรัฐสภาปัจจัยที่เราให้ความสำคัญมากที่สุดคือมีการจัดสรรเวลาที่เพียงพอสำหรับฝ่ายค้านในการนำเสนอข้อกล่าวหารวมถึงฝ่ายรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องนายกรัฐมนตรีในการชี้แจงข้อกล่าวหา เมื่อเราเอาปัจจัยนี้เป็นหลักเราเห็นว่าเวลาที่น่าจะสมเหตุสมผลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ น่าจะอยู่ที่การอภิปราย 5 วันบวก 1 เพื่อลงมติ ดังนั้นการอภิปรายครั้งนี้ด้วยข้อมูลของฝ่ายค้านรวมกับจำนวนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายเพิ่มขึ้นมาเป็น18คนจึงคิดว่าการปรับจำนวนอภิปรายจาก4เป็น5วันก็น่าจะสมเหตุสมผล เราจะเอาหลักคิดและเหตุผลนี้ไปพูดคุยกับที่ประชุมวิป3 ฝ่าย
ซัดรบ.อย่าคิดเองเออเองรอถกวิป3ฝ่าย
ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวอีกว่าตนต้องย้ำว่าฝ่ายที่น่าจะรู้ดีที่สุดว่าเนื้อหาสาระในการอภิปราย ครอบคลุมกี่ประเด็นบ้างก็คือฝ่ายค้าน แต่ฝ่ายรัฐบาลก็เห็นแล้วว่ามีรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายเพิ่มขึ้นเป็น 18 คน ในเชิงรายละเอียดและสาระ ไม่อยากให้รัฐบาลคาดเดาเอาเองว่ามีกี่ประเด็นหรือต้องใช้เวลากี่วัน ดังนั้น จึงต้องหารือกันในที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย เพราะฝ่ายค้านยังคงเสนอว่า อภิปราย 5 วันจึงจะสมเหตุสมผล และขอย้ำว่าฝ่ายค้านไม่ได้มีความประสงค์หรือความอยากที่จะเสนอเกินความจำเป็น สมมติเราเสนอไป 10-20 วัน แต่การอภิปรายจริงเนื้อหาไม่เยอะพอกับวันที่ใช้ สังคมก็จะตัดสินฝ่ายค้านเอง
สับ‘กินรวบ โกยเรียบ แก้ปัญหารายวัน’
นายพริษฐ์ยืนยันว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องเกิดขึ้น เชื่อว่าเป็นเวทีสำคัญที่ฝ่ายค้านจะได้แสดงให้ประชาชนเห็นว่าหลายปัญหาที่ประชาชนประสบพบเจออยู่ในเวลานี้ ทั้งปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง การบริหารจัดการน้ำท่วม การทุจริตคอร์รัปชั่น การใช้อำนาจโดยมิชอบ ระบบอุปถัมภ์เส้นสาย ปัญหาเหล่านี้รัฐบาลชุดนี้ไม่เพียงแต่ล้มเหลวในการแก้ไข แต่ในหลายเรื่อง คนในรัฐบาลเองต่างหากที่เป็นต้นตอของปัญหาดังกล่าว
”ถ้าจะสรุปให้เห็นถึงภาพรวมในการอภิปรายครั้งนี้ โดยไม่เป็นการเปิดเผยรายละเอียดหรือข้อสอบมากจนเกินไป เราเห็นว่าพฤติกรรมของรัฐบาลชุดนี้ หลายคนในคณะรัฐมนตรีที่มีพฤติกรรมใน 3 คำ คือ”กินรวบ โกยเรียบ แก้ปัญหาได้แค่รายวัน”คำว่ากินรวบเป็นพฤติกรรมที่เราเห็น หลายคนที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการเลือกสว.เพื่อหวังจะยึดกุมองค์กรอิสระทำลายกลไกถ่วงดุลและสร้างสภาวะทางการเมือง ให้ฝ่ายตัวเองทำอะไรก็ไม่ผิด ส่วนคำว่าโกยเรียบหมายถึง ข้อครหาเรื่องการทุจริต สารพัดการโกงไม่ว่าจะเป็นการโกงงบประมาณ ผ่านโครงการที่มีข้อครหาเรื่องความโปร่งใส การโกงทรัพยากรที่เป็นของสาธารณะเพื่อประโยชน์ส่วนตน การโกงโอกาสพี่น้องประชาชนเช่นการโกงสอบท้องถิ่นเป็นต้น ส่วนการแก้ปัญหาได้แค่รายวันคือสิ่งที่ปรากฏเห็นชัดไม่ว่าจะเป็นวิกฤตเศรษฐกิจ วิกฤตพลังงาน หรือวิกฤตน้ำท่วม ที่คาดการณ์วางแผนและแก้ปัญหาล้มเหลว จนท้ายที่สุดรัฐบาลก็ตกอยู่ในสภาวะที่มาแก้ปัญหารายวัน“นายพริษฐ์ กล่าว
‘หมอวรงค์’จองกฐินเชือด’ไชยชนก‘
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเตรียมความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลมีการวางประเด็นอะไรในการซักฟอกบ้างว่าวันนี้น่าจะมีการพูดคุยกันในที่ประชุมวิปฝ่ายค้านเพราะขณะนี้เท่าที่ฟังดูยังเป็นข้อโต้แย้งกันระหว่างอภิปราย 3 วันกับ 5 วัน ซึ่งตนเข้าใจว่าตัวแทนวิปจะมีการพูดคุยกันและยังไม่แน่ใจว่าจุดจบจะที่ 3 วันหรือ 5 วัน
“จากที่เราได้มีการพูดคุยกันเป้าหมายคงหนีไม่พ้นนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทยและนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม อยู่แล้วรวมถึงอีกหลายๆคนด้วย ตอนที่เราคุยกันภาพใหญ่ พรรคประชาชนให้โอกาสแต่ละพรรคลองเสนอประเด็นปัญหามาดังนั้นญัตติที่เกิดขึ้นจึงเป็นฐานที่แต่ละพรรคเสนอประเด็นปัญหาไปและพรรคประชาชนเป็นคนร่างญัตติ ดังนั้นหากถามว่าผมจองกฐินใครก็ต้องบอกว่าผมจองนายไชยชนกและมีการเรียกร้องให้เปิดหลักฐานขอให้ไปดูหลักฐานของผมในวันอภิปราย”นพ.วรงค์กล่าว
โวข้อมูลเด็ดให้เตรียมรถพยาบาล
เมื่อถามว่าหลักฐานจะเด็ดพอที่จะสามารถน็อกนายไชยชนกได้หรือไม่ นพ.วรงค์กล่าวว่า“ในฐานะที่ผมเป็นหมอ ต้องบอกว่าเตรียมรถพยาบาล ผมเชื่อว่าต้องเตรียมรถพยาบาลผมไม่ได้พูดเล่นๆไม่ได้เพ้อเจ้อไม่ได้มานั่งต่อปากต่อคำ ผมนิ่ง เงียบ แล้วตะครุบเหยื่อที่ไม่ตรงไปตรงมา“
เมื่อถามว่าการเรียกรถพยาบาลหมายถึงนายไชยชนก จะไม่สามารถอยู่ในตำแหน่งต่อได้ใช่หรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่าการเมืองเขามีเส้น เขาเป็นลูกเทพแต่ตนคิดว่าหากนายอนุทินใช้หลักตรงไปตรงมา สิ่งที่ตนอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้ตนก็คิดอยู่ว่าเขาจะตอบตนอย่างไรเพราะค่อนข้างมั่นใจว่าหลักฐานที่เราทำหน้าที่ในการตรวจสอบและเตรียมมา เขาคงตอบยาก
แย้มปมล็อกสเปกTH-AIส่อโกง
เมื่อถามว่า หลักฐานที่ได้มาเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร ใช่เรื่องเกี่ยวกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)โครงการTH-AI Passport หรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า คงหนีไม่พ้นเรื่องพวกนี้ ที่ตนเคยให้โอกาสในการปรับปรุง แต่ไม่ปรับปรุง ซึ่งตนก็ย้ำอยู่ตลอดส่วนถึงขั้นเป็นการทุจริตในหน้าที่การบริหารราชการแผ่นดินหรือไม่นพ.วรงค์กล่าวว่าล็อกสเปกเป็นการทุจริตหรือไม่ล็อกสเปกคือการทุจริต ภาษาชาวบ้านล็อกสเปกคือการโกง
เชื่อจบซักฟอก‘กธ.’เข้าร่วมรบ.
นพ.วรงค์ยังกล่าวถึงกระแสข่าวการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคกล้าธรรมลังปรากฏภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทยร่วมรับประทานอาหารกับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรมว่าการเมืองเวลามีภาพออกมามันมีบทสรุปอยู่แล้วซึ่งน่าจะชัดเจนอยู่แล้วว่าพรรคกล้าธรรมจะร่วมรัฐบาลและน่าจะร่วมรัฐบาลหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ
“เพราะในทางปฏิบัติไม่มีหรอกที่ฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลจะไปนั่งร่วมทานข้าวด้วยกัน ทุกอย่างจบแล้วเพียงแค่รอเวลาที่เหมาะสมที่จะมีการปรับคครม.ผมมั่นใจว่าหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะมีการปรับครม.แน่นอน”นพ.วรงค์กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

