นรเศรษฐ์ รับหนังสือค้านร่างกฎหมายภาษีบาป 4 ฉบับ หวั่นกระทบความเป็นอิสระขององค์กร

‘นรเศรษฐ์’ เตือน ‘นายกฯ-ภูมิใจไทย’ อย่าดันทุรัง ใช้เสียงข้างมากในสภา แก้กฎหมายรื้อภาษีบาป ขัดผลรับฟังเสียงประชาชนกว่า 70% รุมค้าน แนะถอนร่างออก
วันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา รับยื่นหนังสือจากเครือข่ายแรงงานในระบบ นอกระบบ แพลตฟอร์ม ไรเดอร์ เครือข่ายสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า เครือข่ายรัฐสวัสดิการที่เป็นธรรม และเครือข่ายแรงงานอิสระ ถึงกรณีการขอให้ทบทวน และถอดถอนร่างกฎหมายภาษีบาป
โดยตัวแทนกลุ่ม กล่าวว่า การที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และพรรคภูมิใจไทย ยื่นร่างกฎหมาย ปรับเปลียนการรับงบประมาณของ 4 องค์กร จากที่ได้รับตรงจากภาษีเฉพาะจากบริษัทบุหรี่ และบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (Earmarked Tax) หรือภาษีบาป มาเป็นการรับการจัดสรรผ่านระบบงบประมาณภาครัฐครั้งนี้ ทำให้มีข้อสงสัยว่าเป็นการขัดต่อระบบการพัฒนาดูแลสุขภาพสื่อสาธารณะ ขัดหลักการมีส่วนร่วม และนำมาสู่ข้อกังวลว่าจะมีการแทรกแซงโดยการเมือง และการทุจริตในอนาคตหรือไม่
ด้านนางสุนี ไชยรส ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า กล่าวว่า การนำเสนอร่างกฎหมายของนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทย ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีการหารือกันมาก่อน ฉะนั้นถือเป็นการผิดหลักการตั้งแต่ต้น อีกทั้งยังเปิดรับฟังความเห็นผ่านระบบออนไลน์เพียงไม่นาน ทั้งๆ ที่ควรมีเวทีรับฟังความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง จริงจัง เพราะเป็นกฎหมายที่มีผลกระทบในวงกว้าง จึงถือว่ากระบวนการไม่ได้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 77 อย่างไรก็ตามผลจากการรับฟังความเห็นที่ออกมาคนส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นด้วยให้มีการแก้ไขกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ ดังนั้นตอนนี้พรรคภูมิใจไทยมีเพียงทางเดียวคือการถอนร่างกฎหมายกลับไปสู่กระบวนการเริ่มต้นใหม่ ไม่เช่นนั้นจะขัดรัฐธรรมนูญ
ขณะที่นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า กมธ.ได้รับหนังสือร้องเรียนในเรื่องดังกล่าวจากหลายกลุ่ม สะท้อนถึงความกังวลใจของคนจำนวนมากถึงผลกระทบของการออกกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ โดยเฉพาะหลักความเป็นอิสระ ดังนั้น กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ จะมีการนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาต่อไปโดยเร็วที่สุด
เมื่อถามถึง กระบวนการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ไม่ได้กำหนดให้สภาต้องพิจารณาตามความเห็นของประชาชน และรัฐบาลก็มีเสียงเพียงพอ หากกฎหมายฉบับนี้ผ่านมองอย่างไร นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า สิ่งเหล่านี้สะท้อนการให้ความสำคัญ กับเสียงของประชาชน ดังนั้น ตามกระบวนการตามมาตรา 77 หากรัฐบาลไม่นำความเห็นประชาชนกว่า 70% ที่ไม่เห็นด้วย แล้วใช้เสียงส่วนมากในสภา ก็จะเป็นการขัดแย้งในตัว ทำให้การรับฟังความเห็นถูกมองว่าเป็นเพียงประเพณีเท่านั้น ดังนั้นตนเห็นว่า นอกจากทำตามกระบวนการให้ถูกต้อง เรื่องความชอบธรรมก็สำคัญมาก ซึ่งจะเป๋นอันตรายต่อรัฐบาลเอง จึงต้องพิจารณาให้ชัดเจน ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจผ่านกฎหมาย หรือพยายามผลักดันกฎหมายนี้ต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

