บุคคลแนวหน้า : 22 ตุลาคม 2569 (คชสีห์)

แนวหน้าหนังสือพิมพ์คุณภาพ ทุกบรรทัดคือสาระและข้อเท็จจริง
...nn เพียงแค่ภาพการพบปะทานอาหารร่วมกันระหว่าง “นายกฯอนุทิน” กับ “ธรรมนัส พรหมเผ่า” หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ถูกปล่อยออกมา
...nn ปรากฏว่า รูปภาพเพียงแค่รูปเดียวนี้กลับสร้างแรงสั่นสะเทือน ถึงขั้นที่ “การเมืองไทย” เกิดแผ่นดินไหวขนาดหลายริกเตอร์กันเลยทีเดียว....มีการปล่อยข่าว ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ว่า กล้าธรรม จะได้เข้าไปเสียบร่วมรัฐบาลภายหลังเสร็จสิ้นจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ซึ่งฝ่ายค้านอย่าง กล้าธรรมไม่ได้เข้าไปร่วมวงสังฆกรรมด้วยนั้น เลยเถิดไปจนถึงขั้นที่อาจจะควบรวมกับพรรคภูมิใจไทยกันเลยทีเดียว
...nn ทั้งนี้ ถ้าหากจะพิจารณาจากบทบาทการเล่นการเมืองที่ผ่านๆ มา ของ กล้าธรรม มันก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไร เพราะ กล้าธรรม ก็แอ่นอกพร้อมจะเข้าร่วมรัฐบาลแบบไม่เคอะเขินอะไรอยู่แล้ว โดยตลอดระยะเวลาการเป็นฝ่ายค้านก็มีท่าทีสนับสนุนและลงมติสอดคล้องกับซีกรัฐบาลมาตลอด เช่น งดออกเสียงเลือกนายกรัฐมนตรี และเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบประมาณ
...nn นาทีนี้ “คชสีห์” ว่า ต้องเอาความเป็นไปได้ขึ้นมาพูดกัน โดยเฉพาะเรื่องการควบรวมพรรคการเมืองมันยังเป็นไปไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญ 2560 มีข้อกำหนดห้ามเอาไว้ แต่ถ้าจะมีการปรับครม. แล้วดึงเอา กล้าธรรม เข้าไปร่วมด้วยนั้นสามารถทำได้ทันที
...nn รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 99 วรรคสอง ระบุว่า ห้ามไม่ให้มีการควบรวมพรรคการเมืองที่มีสมาชิกเป็น สส.ในระหว่างอายุของสภาผู้แทนราษฎร
...nn ตีความตามกฎหมายนั่นก็หมายความว่า การยุบพรรคหรือควบรวมพรรค ที่มี สส.ในสภา ไม่สามารถทำได้ จนกว่าอายุสภาจะสิ้นสุด
...nn ฉะนั้น จึงมีเพียง 2 ทางที่สส.จะย้ายไปเข้าพรรคอื่นได้ แนวทางแรก อาศัยข้อบังคับตามมาตรา 101 (9) ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เปิดช่องทางเอาไว้ให้สมาชิกภาพของ สส. สิ้นสุดลง เมื่อถูกขับพ้นพรรค ด้วยมติกรรมการบริหารพรรคและสส.พรรครวมกัน ไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของที่ประชุมร่วม กรณีนี้ สส.ที่ถูกขับออก สามารถหาพรรคการเมืองใหม่สังกัดได้ภายใน 30 วัน
...nn ซึ่งแนวทางนี้ สมัยที่ “ธรรมนัส”อยู่ร่วมกับพรรคพลังประชารัฐของ “ลุงป้อม” ตัวเค้าและสส.ลูกกลุ่มก็เคยถูกขับออกมาแล้ว ก่อนจะไปตั้งพรรคเศรษฐกิจไทย และแปลงร่างกลายเป็นพรรคกล้าธรรม ในที่สุด
...nn และอีกแนวทางคือ การยุบพรรค โดยกรณีนี้หากพรรคใดถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคตามกฎหมาย สส. ของพรรคนั้นจะต้องหาพรรคการเมืองใหม่สังกัดภายใน 60 วันจึงจะไม่พ้นจากสภาพการเป็น สส.
...nn สำหรับที่มาของข้อห้าม ยุบควบรวมพรรคที่มีสส.ในระหว่างวาระของสภานั้น “คชสีห์” พลิกบันทึกค้นอดีต ได้ความว่า สาเหตุหนึ่ง เพื่อป้องกันการใช้เงินฟาดหัวซื้อตัวและดูดตัว สส. อีกเหตุผลหนึ่ง ป้องกันไม่ให้พรรคการเมืองใหญ่ใช้วิธีควบรวมพรรคเล็ก หรือกวาดต้อน สส. เพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมือง
...nn ในอดีต มีการบันทึกเอาไว้ว่า “รัฐธรรมนูญปี’60 ถูกออกแบบมาเพื่อสกัดกั้น ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทางการเมืองแบบเดียวกับสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย โดยก่อนจะถึงเลือกตั้งปี 2548 มีการควบรวมพรรคการเมือง 3 พรรคเข้ากับพรรคไทยรักไทย ทั้ง เสรีธรรม ชาติพัฒนา และความหวังใหม่ ส่งผลให้พรรคไทยรักไทยชนะเลือกตั้งปี 2548 ได้สส.เข้าสภามากถึง 377 คน ตั้งรัฐบาลพรรคเดียว โดยนายกรัฐมนตรีอย่าง “นายทักษิณ” ไม่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในฐานะนายกรัฐมนตรีเลย เนื่องจากรัฐธรรมนูญ 2540 กำหนดให้ต้องใช้เสียง สส.ไม่ต่ำกว่า 2 ใน 5 สำหรับยื่นอภิปรายซักฟอกนายกฯ หรือ 200 คนขึ้นไป ก่อนที่ในเวลาต่อมา จะนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2560 โดยห้ามการควบรวมระหว่างอายุสภาผู้แทนฯ และยังเพิ่มกฎกติกาเงื่อนไขการแก้รัฐธรรมนูญให้ยากขึ้น!!
...nn ฉะนั้น ในทางการเมืองแล้ว เรื่องการควบรวมภูมิใจไทย กับ กล้าธรรม จึงยังห่างไกลเกินไป โดยในระยะเวลาอันใกล้ การดึง กล้าธรรม เข้ามาเป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล จึงมีความเป็นไปได้มากที่สุด
...nn ปัจจุบัน ภูมิใจไทย มีสส.ทั้งหมด 193 คน ได้เป็นรัฐมนตรี 27 คน ขณะที่พรรคเพื่อไทย มีสส. 74 คน แบ่งเป็นสส.เขต 58 คน และสส.บัญชีรายชื่ออีก 16 คน ได้เป็นรัฐมนตรี 8 คน (แบ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการ 5 ตำแหน่ง และรัฐมนตรีช่วย 3 ตำแหน่ง)
...nn หันไปมอง กล้าธรรม มีสส.ทั้งสิ้น 58 คน หากเปรียบเทียบกับพรรคร่วมรัฐบาลอย่าง เพื่อไทย ก็ไม่ได้เป็นรองกว่ากันเท่าใด และหาก กล้าธรรม ได้เข้ามาร่วมรัฐบาลจริงๆ ก็ต้องมาจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีกันใหม่ ซึ่งอาจจะสะเทือน “บ้านใหญ่” หรือคนที่รอต่อคิวรัฐมนตรีอยู่ก่อนแล้ว
...nn อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เฉพาะหน้าเพื่อวัดใจกันไปเลย การอภิปรายไม่ไว้วางใจปลายเดือนนี้ ถ้า กล้าธรรม อยากจะเอาใจรัฐบาลจริงๆ ก็ต้องยกมือ “สนับสนุน” 18 รัฐมนตรีภูมิใจไทยที่ถูกอภิปรายฯไปเลย อย่าแค่งดออกเสียง ไม่ต้องเขิน ไม่ต้องอายอะไรกันต่อไปแล้ว!!
คชสีห์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

