คอลัมน์ : คิด เขียน คุย

‘พรรคส้ม’เน่าอีกแล้ว
กรณี เพจเฟซบุ๊ก“Godd Dam” ได้โพสต์สลิปเมื่อคืนวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ปล่อยเฟกนิวส์เพื่อหวังทำลายนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่ามีการรับโอนเงิน 7 ล้านบาทเป็นค่าน้ำชา เมื่อครั้งนายอนุทินดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในปี 2566 นั้น เป็นบทพิสูจน์ให้เห็นว่า พรรคประชาชนที่อ้างว่าเป็นพรรคของคนรุ่นใหม่ ที่แท้แล้วเป็นพรรคการเมืองที่มิอาจเชื่อถือและไว้วางใจได้
เพราะ สส.ของพรรคการเมืองนี้ไร้จริยธรรม ไร้วุฒิภาวะ และยังเล่นการเมืองแบบ“น้ำเน่า”ด้วยวิธีการสกปรก เพียงเพื่อต้องการโจมตีและมุ่งหวังทำลายล้างฝั่งตรงช้ามเท่านั้น เห็นได้จากพฤติกรรมและพฤติการณ์ที่ได้กระทำอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด
ในกรณีเฟกนิวส์“ค่าน้ำชา 7 ล้านบาท” ในครั้งนี้ก็เช่นกัน เพราะหลังจากเพจเฟซบุ๊ก“Godd Dam”ปล่อยข่าวนี้ออกมา นางสาวรักชนก ศรีนอก หรือ“ไอซ์” สส.พรรคประชาชน ก็ได้กระโดดงับแล้วแชร์โพสต์นี้เพื่อขยายผลอย่างทันทีทันควัน โดยเจ้าตัวได้เขียนข้อความบรรยายว่า “อยู่ๆ ก็มี เรื่องราวให้นอนไม่หลับ"
และก็ได้ผล หลังจาก“ไอซ์-รักชนก”แชร์ข่าวนี้ผ่านเฟซบุ๊ก“รักชนก ศรีนอก - Rukchanok Srinork”ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 2 ล้านคน เมื่อเวลา 00:26 น.หลังเที่ยงคืนวันที่ 25 ตุลาคม ปรากฏว่ามีผู้มากดไลก์นับหมื่นคน พร้อมกับได้มีการแชร์โพสต์เป็น“ไวรัล”แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วและเป็นวงกว้างอีกนับพันครั้ง รวมทั้งยังมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นให้ร้ายต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในทางเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียงอีกจำนวนนับพันความเห็น
เช่นว่า “อย่างน้อยเราก็ได้เรื่องขยี้มันไปอีกหลายร้อยปี”, “รอด แน่นอน เพราะจะบอกว่าเกิดก่อนรับตำแหน่ง อันนั้นเป็นเรื่องของอดีต”, “อยู่ดีๆ ก็มีเรื่องให้นอนไม่หลับ 5555”, “เดี๋ยวตอนโดนนักข่าวถาม มันก็ร้องเพลงอีก”, “ผิดไม่ผิดไม่รู้ แต่รอด100 เปอร์เซ็นต์”, “กำลังนั่งทำงานอยู่หน้าคอมฯแบบง่วงๆ พอมาเจอโพสต์นี้ หายง่วงทันที” ฯลฯ
แต่หลังจากโพสต์ต้นทางหายไป โดยเพจ“Godd Dam”อ้างว่า“โพสต์ปลิว” ก็ทำให้เนื้อหาในโพสต์ของ สส.ไอซ์-รักชนก ศรีนอก ที่แชร์มาหายไปด้วย เหลือเพียงเฉพาะข้อความของ“สส.ไอซ์”ที่ว่า “อยู่ๆ ก็มี เรื่องราวให้นอนไม่หลับ” และเมื่อวันที่ 26 ตุลาคมวานนี้ เวลา 11:05 น. “ไอซ์-รักชนก” ก็ได้หาทางลงให้แก่ตนเอง ด้วยการแชร์โพสต์ของธนาคารกสิกรไทย ที่ออกมายืนยันว่าสลิปดังกล่าวเป็นของปลอม
โดยเพจเฟซบุ๊ก“KBank Live”ของธนาคารกสิกรไทยได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 26 ตุลาคมวานนี้ เวลา 10:56 น. ระบุว่า “ตามที่มีการนำเสนอประเด็นบนสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับการแสดงสลิปการโอนเงินจำนวน 7 ล้านบาท ไปยังบัญชีระบุชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ธนาคารตรวจสอบ และขอให้ข้อเท็จจริง ดังนี้”
“1. ธนาคารไม่พบเลขที่บัญชีผู้รับเงินที่ปรากฏในภาพ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นบัญชีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในระบบของธนาคารกสิกรไทย 2. การโอนเงินผ่านช่องทาง K PLUS สามารถทำรายการได้สูงสุด 5 ล้านบาทต่อวัน”
และในที่สุดเมื่อช่วงก่อนเที่ยงวันที่ 26 ตุลาคมวานนี้ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ได้ทำการตรวจสอบและพิสูจน์ทราบตัวบุคคลผู้ใช้นามแฝง“Godd Dam” โดยพบว่า ชื่อ“นายชัยรัตน์ เรขะวัฒนะ” อายุ 26 ปี ชาวอำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก และเคยเป็นอดีตสมาชิกพรรคก้าวไกล ปัจจุบันพักอาศัยอยู่แถวเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร
ต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลบางเขน เพื่อดำเนินคดีกับผู้ดูแลเพจเฟซบุ๊ก “Godd Dam” 2 ข้อหา คือ ข้อหาแรก-ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ จากกรณีเผยแพร่ภาพสลิปโอนเงินดังกล่าว และอีกหนึ่งข้อหา-ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หลังตรวจพบว่าผู้ดูแลเพจเคยมีพฤติกรรมโพสต์ข้อความดูหมิ่นเสียดสีสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ ยังไม่มีการควบคุมตัวหรือจับกุมผู้ดูแลเพจ “Godd Dam” เป็นแต่เพียงขั้นตอนการเข้าแจ้งความเพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไปเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ นอกจากบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคส้ม ทั้ง“นายชัยรัตน์”ผู้ปล่อยข่าว และ“สส.ไอซ์-รักชนก”ที่แชร์ข่าวต่อแล้ว ก็ยังมีเจ้าเก่าเจ้าประจำซึ่งเป็นคู่ปรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล และเป็น“ด้อมส้มตัวพ่อ” คือ“อาจารย์หนวด” หรือ รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์และผู้อำนวยการหลักสูตรปริญญาเอกสาขาการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) อีกคนหนึ่งที่ได้ออกมาตอบโต้ น.พ.เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกรัฐบาล จากการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมวานนี้ เวลา 08:38 น. เหมือนกับเป็นการปกป้องพวกเดียวกันเองว่า
“เมื่อคืน มีเรื่องสนั่นโชเชียล เกี่ยวกับค่าน้ำชา 7 ล้านบาท เช้าตรู่โฆษกรัฐบาลออกมาชี้แจงว่าเป็นข่าวปลอม พร้อมกล่าวถึงการใช้บอตและเครือข่ายการเมืองเผยแพร่ข้อมูล อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวที่พบยังไม่ได้แสดงผลตรวจสอบธุรกรรมจากธนาคาร หรือหลักฐานทางเทคนิคที่ยืนยันเครือข่ายดังกล่าว จุดอ่อนชัดที่สุดของคำชี้แจงคือ การกระโดดจากพฤติกรรมบนสื่อสังคมไปสู่ข้อสรุปเรื่องผู้บงการ”
“การมีผู้แชร์จำนวนมาก การมีนักการเมืองแชร์ต่อ หรือการที่โพสต์ต้นทางหายไป อาจเป็นเบาะแสให้ตรวจสอบ แต่ยังไม่เพียงพอพิสูจน์ว่ามีบอต มีการประสานงาน หรือมีพรรคการเมืองสั่งการ ต้องมีหลักฐานเชื่อมโยงเพิ่มเติม คนแชร์เรื่องเดียวกัน ไม่ได้แปลว่ารับคำสั่งจากคนเดียวกัน และโพสต์ที่หายไปก็ไม่ได้อธิบายด้วยตัวมันเองว่าหายไปเพราะอะไร”
“หากโฆษกรัฐบาลเรียกร้องให้ประชาชนอย่าเชื่อภาพสลิปโดยปราศจากการตรวจสอบ โฆษกก็ต้องไม่เรียกร้องให้ประชาชนเชื่อเรื่องขบวนการโดยปราศจากหลักฐานเช่นกัน มิเช่นนั้น สิ่งที่กำลังเสนอจะกลายเป็นมาตรฐานว่า ‘ข้อกล่าวหาต่อรัฐบาลต้องพิสูจน์ แต่ข้อกล่าวหาจากรัฐบาลให้เชื่อก่อน’ ประชาชนไม่ควรต้องเลือกว่าจะเชื่อเพจนิรนาม หรือเชื่อโฆษกรัฐบาล ประชาชนควรมีหลักฐานให้ตรวจสอบได้ โดยไม่ต้องฝากความจริงไว้กับความภักดีต่อฝ่ายใด”
เรื่องราวทั้งหมดนี้ วิญญูชนย่อมแยกแยะและพิสูจน์ได้ ว่าใครเป็นพระเอก ใครเป็นผู้ร้าย หรือใครของจริง และใครของปลอม !
รุ่งเรือง ปรีชากุล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

