หนูพยักหน้าฟ้องแน่ ‘ไอซ์’กระอัก ภท.ยื่นฟันจริยธรรม

หนูพยักหน้าฟ้องแน่
‘ไอซ์’กระอัก
ภท.ยื่นฟันจริยธรรม
แชร์สลิปปลอม7ล้าน
นายกฯวางคิว6ธันวา
พร้อมเปิดศึกซักฟอก
ศึกซักฟอกเคาะวันยังไม่จบ “พริษฐ์” ปธ.วิปฝ่ายค้านยันพร้อมเจรจากรอบเวลาซักฟอก 18 รมต.ย้ำต้องไม่ตัดทอนสาระสำคัญ จี้ครม.แจ้งวันว่างในเดือนพฤศจิกายน วอนเคาะ 7-11 หรือ 9-13 พฤศจิกายนก็ได้นายกฯเผยครม.พร้อมให้ซักฟอกตั้งแต่ 6 ธันวาคมเป็นต้นไป โยนวิปหารือให้ฝ่ายค้านอภิปรายกี่วัน ยืนยันผมอย่างไรก็ได้อนุทินพยักหน้ารับจ่อฟ้อง “ไอซ์” ปมแชร์โพสต์สลิปปลอม 7 ล้านลั่นจัดเต็มไม่ใช่แค่ขู่เตือน ย้ำกำชับผบ.ตร. เร่งรัดทุกคดีด้านผกก.สน.บางเขนเผยยังไม่ได้ขอหมายจับเพจดัง หลังตร.สันติบาลแจ้งความผิดม.112‘รัชนก’กระอัก‘เรืองไกร’ยื่นป.ป.ช.เชือดปมแชร์สลิปปลอมฟันจริยธรรมร้ายแรง พร้อมให้ขยายผลสส.คนอื่นที่ร่วมแชร์ ด้าน‘ศุภชัย’ยื่นป.ป.ช.ฟันสส.แชร์ซ้ำอีกข้อหาเดียวกัน
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569ที่รัฐสภา นายพริษฐ์วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน)ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการนัดประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร(วิป3ฝ่าย)เพื่อกำหนดวันอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลจำนวน 18 รัฐมนตรีว่าขณะนี้ยังไม่มีการนัดหมายประชุมวิป3ฝ่ายอย่างเป็นทางการ แต่จากการให้สัมภาษณ์ของประธานสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวานนี้ทราบว่าประธานสภาฯ จะทำหนังสืออย่างเป็นทางการส่งถึงคณะรัฐมนตรี(ครม.)ตามข้อเสนอของฝ่ายค้านเพื่อสอบถามช่วงวันและเวลาที่ ครม.สามารถจัดสรรให้กับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมนี้ได้
ฝ่ายค้านวอนซักฟอกในเดือนพย.
“ฝ่ายค้านหวังว่าจะได้รับความชัดเจนจาก ครม. โดยเร็ว และคาดหวังว่าจะสามารถจัดสรรช่วงเวลาในเดือนพฤศจิกายนเพื่อเปิดอภิปรายได้ แม้นายกรัฐมนตรีจะให้สัมภาษณ์ถึงช่วงต้นเดือนธันวาคมก็ตาม แต่ฝ่ายค้านมองว่ายังมีเวลาในเดือนพฤศจิกายนที่สามารถบริหารจัดการได้ แม้จะตัดช่วงเวลาที่มีภารกิจต่างประเทศซึ่งกำหนดไว้ล่วงหน้า เช่น การประชุม APEC หรือ ASEAN ออกไปแล้ว ก็ยังเหลือวันอีกพอสมควรที่ ครม.สามารถจัดสรรได้ เช่น ช่วงวันที่ 7–11 พฤศจิกายน หรือ 9–13 พฤศจิกายน” นายพริษฐ์ กล่าว และว่า ในส่วนของพรรคร่วมฝ่ายค้านจะมีการประชุมร่วมกันอย่างไม่เป็นทางการในสัปดาห์นี้ เพื่อเตรียมความพร้อมและจัดสรรเวลาล่วงหน้าสำหรับรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
พร้อมเจรจากรอบเวลาซักฟอก
เมื่อถามถึงกรณีที่รัฐบาลอาจขอปรับลดเวลาอภิปรายเหลือ4วันข้อมูลการอภิปรายจะแน่นพอหรือไม่ นายพริษฐ์ยืนยันว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องไม่ลดทอนสาระสำคัญของเนื้อหา ฝ่ายค้านได้เตรียมเนื้อหาบนกรอบเวลา 5 วัน 60 ชั่วโมง ตามที่ขอไป ซึ่งเป็นตัวเลขที่คำนวณจากมาตรฐานในอดีต สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่อภิปรายรัฐมนตรี 11 คน ได้เวลา 45 ชั่วโมง เมื่อครั้งนี้มีรัฐมนตรีถูกอภิปรายเพิ่มเป็น 18 คน กรอบเวลา 60 ชั่วโมงจึงเป็นตัวเลขที่สมเหตุสมผล
“หากจำเป็นต้องทบทวนหรือเจอกันครึ่งทางเรื่องกรอบเวลา ฝ่ายค้านยินดีพูดคุยหาทางออก แต่ต้องขอเวลาในการปรับรูปแบบเนื้อหา เพื่อให้มั่นใจว่าภายในกรอบเวลาใหม่ จะไม่เป็นการลดทอนสาระสำคัญและหลักฐานที่เตรียมไว้ เพราะ สส. ทั้ง 500 คน ต้องลงมติแยกเป็นรายบุคคลสำหรับรัฐมนตรีทั้ง 18 คน ข้อมูลที่นำเสนอจึงต้องเพียงพอต่อการตัดสินใจ”นายพริษฐ์ กล่าว
หนูย้ำครม.พร้อมซักฟอกตั้งแต่6ธ.ค.
เวลา12.00น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า วันนี้ได้รับหนังสือจากนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาเป็นที่เรียบร้อยและได้หารือถึงกรอบเวลาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแล้วโดยจะตอบกลับไปถึงวันที่สะดวกที่สุดของคณะรัฐมนตรี คือตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม เป็นต้นไป เมื่อถามว่าจะให้กรอบเวลาฝ่ายค้านในการอภิปรายกี่วัน นายกฯตอบว่า ให้วิปไปหารือกัน
โยนวิปหารือให้‘ฝ่ายค้าน’กี่วัน
เมื่อถามย้ำว่าหากฝ่ายค้านขอเวลาสำหรับอภิปราย 5 วัน จะให้ได้หรือไม่ นายกฯกล่าวว่าวิปต้องไปหารือกัน แต่ในการประชุมวิป 3 ฝ่ายครั้งที่ผ่านมาที่ล้มไป ฝ่ายค้านบอกว่าต้องการเวลา 5 วันเฉพาะสัปดาห์นี้ ส่วนที่เหลือจะ 4 วันก็ไม่มีปัญหา จริงๆวันนี้เราควรอยู่ในสภาฯแล้วฟังการอภิปรายแล้ว แต่เมื่อฝ่ายค้านไม่ยอมเราก็ต้องหาวันที่เหมาะสมที่ทุกฝ่ายและรัฐมนตรีทุกคนปลอดภารกิจ เมื่อถามว่าอยากให้เวลาอภิปรายกี่วันนายอนุทินกล่าวว่า“ตัวผมอย่างไรก็ได้”
อนุทินลุยฟ้อง’ไอซ์’แชร์โพสต์สลิป7ล.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทยยังกล่าวถึงการดำเนินคดี น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กรณีแชร์โพสต์เพจGodd Damที่กล่าวหาว่ารับโอนเงินค่าน้ำชา 7 ล้านบาท ว่า“เป็นสิทธิของผม เดี๋ยวรู้เอง”เมื่อถามว่าที่ขอสงวนสิทธิคือการฟ้องร้องใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า“ไม่ต้องสงวน เพราะเป็นสิทธิของผม”
ส่วนจะใช้สิทธิ์ดำเนินคดีถึงขั้นไหน นายกฯ กล่าวว่าก็สิทธิของตนเพราะไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน ตนเป็นผู้ถูกหมิ่น หากจะดำเนินการ วันหลังอย่าทำอีก แค่นี้เตือนไว้ก่อน ถ้าทำต้องรับไปเต็ม เมื่อถามว่าคดีเกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112ด้วยหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไม่ได้ลงรายละเอียด เอาเฉพาะเรื่องของตน
กำชับผบ.ตร.เร่งรัดทุกคดีที่หลักฐานชัด
ส่วนที่มีรายงานว่า นายชัยรัตน์ ซึ่งเป็นเจ้าของเพจGodd Dam ยังอยู่ในประเทศไทยหรือไปต่างประเทศแล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า เห็นว่าอยู่แถว จ.ชลบุรีเมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านระบุว่า อยากให้ตรวจสอบคดีอื่นให้รวดเร็วเหมือนคดีนี้ นายกฯ กล่าวว่าได้บอกกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เจ้าพนักงานทุกคน เมื่อเกิดเหตุหรือคดีต่างๆ ต้องเร่งรัดทุกอย่างให้เร็วที่สุดอยู่แล้ว อย่างกรณีนี้มีหลักฐานชัดเจน เมื่อมีความชัดเจนก็จับเลย ลบไม่ทัน ลบแล้วก็ยังทิ้งร่องรอย แต่หากเป็นหลักฐานที่ฟังคนนั้นทีคนนี้ที เขาว่าอย่างนั้นอย่างนี้ มันก็จะจับไม่ได้ ต้องสอบสวนจนกว่าจะพบหลักฐานที่สามารถดำเนินคดีได้ ซึ่งวันเดียวกันนี้จะมีคดีใหญ่ จะต้องดำเนินคดีใครบ้างขอให้ติดตาม เมื่อหลักฐานครบ เจ้าพนักงานบ้านเมือง ไม่เคยละเว้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่มีการโจมตีในช่วงนี้นายกฯ.กล่าวว่าผลงานรัฐบาลเยอะ และมีปัจจัยบวกที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ส่วนผลงานรัฐบาลสามารถถามคณะรัฐมนตรีได้ทุกท่าน ส่วนที่มองเห็นก็มีทุกอย่าง เมื่อถามว่าจะให้ใครชี้แจงผลงานรัฐบาลหรือไม่นายกฯกล่าวว่าขอชี้แจงช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจจะได้ครบถ้วนกระบวนความและย้ำว่ารัฐบาลทำทุกอย่างเพื่อประชาชน ไม่สามารถทำประโยชน์อะไรเพื่อตนเองและพวกพ้อง
ตร.เตรียมขอศาลออกหมายจับ
สำหรับความคืบหน้าการสืบสวนดำเนินคดี ภายหลัง พ.ต.ท.แทน ไชยแสง รองผกก.3บก.สส.บช.ส.เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.บางเขน ไว้ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมานั้น มีรายงานว่า เพจดังกล่าวสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2565ปัจจุบันมีผู้ติดตามประมาณ 130,000 คน โดยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบการเผยแพร่ข้อความในลักษณะที่ลดทอนความศรัทธาของประชาชนต่อสถาบันเบื้องสูงรวมถึงนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยทางพนักงานสอบสวนได้รับเรื่งอไว้และเร่งดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายแล้ว
มีรายงานด้วยว่าตำรวจสันติบาลได้รวบรวมพยานหลักฐานและติดตามพฤติกรรมการโพสต์ข้อความของเพจดังกล่าวอย่างต่อเนื่องซึ่งหนึ่งในประเด็นที่อยู่ระหว่างตรวจสอบคือการเผยแพร่สลิปการโอนเงิน 7 ล้านบาท ไปยังบัญชีที่ระบุชื่อนายอนุทิน และกล่าวอ้างว่าเป็นค่าน้ำชาซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจสร้างความสับสนในสังคม ทางตำรวจ สน.บางเขน เตรียมขออำนาจศาลออกหมายจับเจ้าของเพจดังกล่าว และเตรียมควบคุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดีต่อไป
ตร.เผยยังไม่ได้ขอหมายจับเพจดัง
ด้านพ.ต.อ.อนันต์ วรสาตร์ ผู้กำกับการ สน.บางเขนเปิดเผยว่าภายหลังตำรวจสันติบาลเดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางเขน ให้ดำเนินคดีกับเจ้าของเพจGodd Dam กรณีโพสต์ข้อความที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเท็จ บิดเบือนข้อมูล และเสียดสีสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงการนำเสนอข้อมูลที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศเมื่อวานที่ผ่านมา ขณะนี้ พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางเขน ได้ตั้งคณะทำงาน โดยรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานที่ได้รับจากตำรวจสันติบาลทั้งหมด ส่งให้ พล.ต.ต.ทนงศิลป์ มณีโชติ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เป็นผู้พิจารณาแนวทางการทำคดี ซึ่งหากผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 มีความเห็นอย่างไร พนักงานสอบสวนก็จะดำเนินแนวทางตามที่ผู้บังคับบัญชามีความเห็นทั้งเรื่องการเรียกตัวผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำและออกหมายเรียกรวมถึงการขอหมายจับ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ดำเนินการในด้านใดทั้งสิ้น เพราะต้องรอความเห็นจากผู้บังคับบัญชาก่อน ส่วนผู้บังคับบัญชาจะใช้ ระยะเวลาในการดำเนินการ เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบนานเท่าไรนั้นไม่สามารถตอบได้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจ
สำหรับคดีที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางเขน รับผิดชอบ เป็นคดีความผิดในมาตรา 112 ซึ่งเป็นคดีแยกกัน กับการโพสต์สลิปโอน 7 ล้านบาท ที่เพจดังกล่าวอ้างว่า เป็นสลิปโอนเงินค่าน้ำชาระหว่างบุคคลหนึ่งไปยัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
ยื่นปปช.ฟันจริยธรรมร้ายแรง‘ไอซ์’
ด้านนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา(สว.)เปิดเผยว่าได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้ ป.ป.ช.รีบดำเนินการตรวจสอบ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.)ว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามความในรัฐธรรมนูญ (รธน.)มาตรา235 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องรือไม่ ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏเป็นข่าวโดยทั่วไปแล้วถือเป็นความปรากฏต่อป.ป.ช. ด้วย น.ส.รักชนกเป็นสส.ชุดที่ 27 จึงเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา4 ที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจการตรวจสอบของป.ป.ช.ตาม รธน. มาตรา 234 และ มาตรา 235
นายเรืองไกรกล่าวว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 48 วรรคหนึ่ง และมาตรา 87 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่าโดย “มาตรา 48 เมื่อความปรากฏต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ว่าจะมีการกล่าวหาหรือไม่ ว่ามีการกระทำความผิดที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจโดยพลัน โดยในกรณีที่จำเป็นต้องมีการไต่สวน ต้องไต่สวนและมีความเห็นหรือวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด ซึ่งต้องไม่เกินสองปี นับแต่วันเริ่มดำเนินการไต่สวน” ส่วน“มาตรา 87 เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนและมีความเห็นว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาล รธน.หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ ตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้คณะกรรมการป.ป.ช. เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย”
จี้ขยายผลเอาผิดสส.คนอื่นที่แชร์
นายเรืองไกร กล่าวว่ากรณีตามคำร้องนี้จึงเป็นความปรากฏที่ ป.ป.ช. ควรทราบอยู่แล้วดังนั้น ในคำร้องนี้ จึงได้แนบสำเนาข่าวที่จะเป็นพยานหลักฐานบางส่วนให้ ป.ป.ช.ดำเนินการต่อไปตามความในรัฐธรรมนูญมาตรา 235(1)และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เมื่อย้อนตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินนายอนุทินที่เคยเก็บไว้โดยนำเลขที่บัญชีธนาคารที่ถูกกล่าวอ้างด้วยความเท็จมาตรวจสอบกับบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. แต่ละครั้ง ก็พบว่า ไม่ตรงกับเลขบัญชีธนาคารที่ยื่นไว้แต่อย่างใด ซึ่งกรณีดังกล่าว ย่อมอยู่ในวิสัยที่ น.ส.รักชนก ที่สามารถตรวจสอบได้เช่นกัน ดังนั้น น.ส.รักชนก จึงควรรู้อยู่แล้วก่อนที่จะทำการเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเข้าข่ายความผิดตามความใน พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (1) (5) ดังกล่าว และขอให้ ป.ป.ช. ขยายผลไปตรวจสอบ สส.รายอื่นที่มีความปรากฏว่ากระทำการในลักษณะเดียวกันกับ น.ส.รักชนก ด้วย
‘ศุภชัย’ยื่นป.ป.ช.ฟันสส.แชร์ซ้ำอีกรอบ!
ขณะที่นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่าได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ขอให้ตรวจสอบกรณีสส.แชร์ข้อมูลจากเพจGodd Damเกี่ยวกับภาพสลิปโอนเงิน 7ล้านบาทที่พาดพิงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ โดยเห็นว่ากรณีดังกล่าวควรได้รับการตรวจสอบตามข้อเท็จจริงและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสส.พรรคประชาชนนำโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่26 ตุลาคมพร้อมแนบภาพสลิปและแชร์ข้อความจากเพจดังกล่าวต่อมามีการระบุว่าข้อมูลเป็นข้อมูลปลอมจึงเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบถึงความรับผิดชอบของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ
ซัดแชร์สลิป7ล้าน’ไร้หลักฐาน’
ก่อนหน้านี้นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยกล่าวถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่าเป็นเรื่องที่สังคมต้องตั้งคำถามอย่างจริงจัง หลังจากธนาคารกสิกรไทยระบุว่าไม่พบเลขที่บัญชีผู้รับเงิน ตามภาพสลิปในระบบ และการโอนเงินผ่าน K PLUS มีวงเงินสูงสุด 5ล้านบาทต่อวัน
“หลักฐานทางธนาคารชัดขนาดนี้ แล้วคนที่รีบแชร์ คนที่เคยยกย่องเพจจะพูดอย่างไร” นายศุภชัย กล่าวและว่าน.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นำโพสต์ดังกล่าวไปแชร์พร้อมข้อความว่า“อยู่ๆก็มีเรื่องราวให้นอนไม่หลับ”จึงถามกลับว่าก่อนแชร์ได้ตรวจสอบอะไรบ้าง หรือเพียงเพราะเป็นข่าวที่กล่าวหานายกฯ จึงเห็นว่าน่าเชื่อถือเพียงพอที่จะส่งต่อให้ประชาชน ผู้ดำรงตำแหน่ง ส.ส.ไม่ใช่เพียงผู้ใช้เฟซบุ๊กทั่วไปแต่ทุกข้อความที่เผยแพร่มีผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและต้องมีความรับผิดชอบทางจริยธรรมจะอ้างว่าเพียงแชร์แล้วจบไม่ได้
บี้’ศิริโชค’แจงปมอวยเพจฉาว
นายศุภชัย ยังตั้งคำถามถึงนายศิริโชค โสภา อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีรายงานว่าเคยยกย่องเพจGodd Damว่าเป็นเพจคุณภาพ ชื่นชมคนเบื้องหลังว่ามีฝีมือ และกล่าวถึงความเป็นพันธมิตรกัน ว่าเมื่อเพจที่เคยชื่นชม ตกเป็นประเด็นเผยแพร่สลิปปลอม นายศิริโชค ก็ควรตอบคำถามต่อสังคมให้ชัดเจน ว่าเพจคุณภาพที่คุณเคยชื่นชม คุณใช้มาตรฐานอะไรตัดสิน คนเบื้องหลัง ที่คุณยกย่องว่ามีฝีมือ คุณยังยืนยันคำชื่นชมนั้นหรือไม่ และคำว่าพันธมิตรที่เคยกล่าวถึงมีความหมายและขอบเขตความสัมพันธ์อย่างไร ซึ่งคำถามเหล่านี้ ไม่ได้หมายความว่านายศิริโชคเกี่ยวข้องกับการจัดทำสลิป
“แต่เมื่อเคยออกหน้าชื่นชมเพจต่อสาธารณะ ก็สมควรชี้แจงต่อสาธารณะเช่นกัน ไม่ใช่ปล่อยให้สังคมตั้งคำถามอยู่ฝ่ายเดียว อย่าทำให้มาตรฐานการตรวจสอบทางการเมือง กลายเป็นว่าข่าวกล่าวหาฝ่ายที่ตัวเองไม่ชอบ รีบแชร์ รีบเชียร์ แต่พอความจริงปรากฏ กลับเงียบเสียง” นายศุภชัย กล่าว
กระทุ้งจี้รับผิดชอบ-จริยธรรม
นายศุภชัย ระบุว่าสนับสนุนการตรวจสอบนายกรัฐมนตรีและนักการเมืองทุกคนอย่างเต็มที่ หากมีหลักฐานว่าทุจริตก็ต้องดำเนินคดีโดยไม่ละเว้น แต่การตรวจสอบ กับการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ เป็นคนละเรื่องกัน พร้อมเตือนว่าอย่าใช้คำว่าเสรีภาพ เป็นข้ออ้างให้ขาดความรับผิดชอบและอย่าใช้คำว่าตรวจสอบทุจริตมาเป็นข้ออ้างในการเผยแพร่ข่าวปลอม อย่าเอายอดไลก์ยอดแชร์มาแทนพยานหลักฐาน
นายศุภชัยเรียกร้องให้ตรวจสอบกรณีนี้อย่างถึงที่สุดว่าใครเป็นผู้จัดทำสลิป ใครเผยแพร่ ใครรู้เห็น และใครมีเจตนาส่งต่อข้อมูลทั้งที่ทราบว่าเป็นเท็จ โดยต้องให้กระบวนการยุติธรรมพิจารณาตามพยานหลักฐาน ขณะเดียวกันผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ต้องตอบคำถามเรื่องความรับผิดชอบ และจริยธรรมของตนเอง อย่าเก่งแต่ตรวจสอบคนอื่น แต่พอถึงเวลาตรวจสอบตัวเองกลับหาข้ออ้างสารพัด สลิปปลอมอาจทำขึ้นได้ในไม่กี่นาที แต่ความน่าเชื่อถือที่เสียไป ไม่ใช่สิ่งที่จะเรียกคืนได้ด้วยการลบโพสต์
‘โรม’หอบหลักฐานให้ปากคำDSI
เมื่อเวลา10.00น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้ข้อมูลกรณีเว็บไซต์พนันออนไลน์ Shuffle ที่มีความเชื่อมโยงกับสามีของน.ส.สุชาดา แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย
โดยนายรังสิมันต์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าพบว่าการเข้าพบดีเอสไอครั้งนี้ต้องการให้ข้อมูลและแสดงความพร้อมส่งมอบพยานหลักฐานที่ได้จากการตรวจสอบของกมธ.รวมถึงบันทึกและรายงานการประชุมซึ่งถือเป็นเอกสารราชการที่นำไปประกอบการดำเนินคดีได้
เผย6บัญชีBitkubเงินหมุน100ล้าน
ในการตรวจสอบไม่ควรจำกัดอยู่เฉพาะความผิดเกี่ยวกับการพนันออนไลน์เท่านั้น แต่ต้องพิจารณาว่ามีการกระทำความผิดอื่น หรือมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ จากข้อมูลที่ได้รับเกี่ยวกับธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลBitkubพบว่ามีบัญชีที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ Shuffle รวม 6 บัญชี โดย 2 บัญชีแรก เป็นข้อมูลที่ตำรวจไซเบอร์ส่งให้ Bitkubก่อนจะตรวจสอบขยายผลพบอีก 4 บัญชีเมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา ทั้ง 6 บัญชีมีเงินไหลเวียนจากการโอนโดยตรงรวมกันมากกว่า 100 ล้านบาท และอยู่ระหว่างติดตามว่าจะมีการขึ้นบัญชีดำหรือไม่
นายรังสิมันต์กล่าวว่านอกจากนี้ยังมีข้อมูลจากแพลตฟอร์ม Maxbitที่รายงานธุรกรรมเกี่ยวข้องกับ Shuffle จำนวน 2.2 แสนบาท ขณะที่ในวันที่ 29 ต.ค.นี้ กมธ.จะเชิญผู้แทนจาก Binanceมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อตรวจสอบว่ามีธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ดังกล่าวหรือไม่ และมีมูลค่ามากน้อยเพียงใด
หลักฐานเพียงพอเอาผิดเว็บShuffle
ทั้งนี้ จากพยานหลักฐานที่มีอยู่ คดีนี้อาจเกี่ยวข้องกับความผิดอย่างน้อย 3 ฐาน ได้แก่ ความผิดเกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรม ความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน และความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน ซึ่งควรนำไปสู่การตรวจสอบและดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดด้วยจากข้อมูลที่มีในตอนนี้เพียงพอต่อการดำเนินคดีกับ Shuffle แล้ว คำถามที่สำคัญคือ ดีเอสไอ จะมีการดำเนินการอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อมูลที่อาจเชื่อมโยงไปถึงน.ส.สุชาดาหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง นายรังสิมันต์กล่าวว่า หากเปรียบเทียบกับการดำเนินคดีเว็บไซต์พนันออนไลน์อื่น ข้อมูลที่ปรากฏขณะนี้ ถือว่ามีความชัดเจนเพียงพอแล้วสำหรับการเริ่มต้นดำเนินคดี ขึ้นอยู่กับดีเอสไอ ว่าจะสอบสวนอย่างจริงจังเพียงใดแต่ที่น่าสังเกตคือ หลังเกิดประเด็นทางการเมือง เว็บไซต์ Shuffle สามารถปิดกั้นการเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว จึงเป็นอีกประเด็นที่หน่วยงานสอบสวนควรนำไปตรวจสอบขยายผลด้วย
จับตาขยายผลฟอกเงิน-จนท.รัฐเอี่ยว
นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า การตรวจสอบเรื่องนี้มีจุดเริ่มต้นจากกรณีข้อกล่าวหาเรื่องสินบน 40 ล้านบาท ที่พาดพิงถึง นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ก่อนขยายผลไปสู่การตรวจสอบข้อมูลการปราบปรามเว็บไซต์พนันออนไลน์ และธุรกรรมทางการเงินที่อาจเกี่ยวข้องกับบุคคลทางการเมือง โดยกมธ.ยังมีข้อมูลอื่นที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ อาจนำไปขยายขอบเขตผู้เกี่ยวข้องได้มากกว่าที่ปรากฏในปัจจุบัน แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ การใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในการเคลื่อนย้ายเงิน อาจทำให้การติดตามเส้นทางการเงินและการตรวจสอบการฟอกเงินมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่มีตัวกลาง โอนสินทรัพย์ระหว่างแพลตฟอร์มในประเทศไทยกับเว็บไซต์ต่างประเทศหน่วยงานรัฐควรใช้กรณี Shuffle เป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนามาตรการป้องกันการฟอกเงิน รวมถึงตรวจสอบความเป็นไปได้ในการนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปใช้กับการกระทำผิดกฎหมายรูปแบบอื่นด้วย
นายรังสิมันต์กล่าวถึงกรณีกระแสข่าว ดีเอสไออาจดำเนินคดีเพียงความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์โดยไม่รวมความผิดตาม พ.ร.บ.การพนันว่าหากเป็นเช่นนั้นก็จำเป็นต้องตรวจสอบว่าการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากเว็บไซต์ Shuffle มีลักษณะเป็นเว็บไซต์คาสิโน และมีข้อมูลเส้นทางการเงินที่นำไปตรวจสอบได้
หน่วยงานรัฐต้องดำเนินการกับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับพรรคใด ในส่วนของกมธ.ก็พร้อมตรวจสอบต่อไป หากพบพยานหลักฐานว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐทุจริตหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเจ้าหน้าที่ดีเอสไอต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา โดยไม่คำนึงถึงผู้มีอำนาจหรือความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และร่วมกันผลักดันให้การปราบปรามทุนสีเทาเกิดผลอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้มีการใช้แพลตฟอร์มหรือโครงสร้างของรัฐเป็นเครื่องมือฟอกเงินอีก
กกต.ชงเลือกตั้งซ่อมสส.สระแก้ว6ธ.ค.
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระแก้ว เขตเลือกตั้งที่ 3 แทนตำแหน่งที่ว่างลงเป็นการด่วน ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากนายสุรศักดิ์ ขิงนวรรณ สส.จังหวัดสระแก้ว เขต 3 ได้ถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบเมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ตำแหน่ง สส. ในเขตเลือกตั้งดังกล่าวว่างลงทันทีซึ่งตามบทบัญญัติของกฎหมายนั้น การดำเนินการจัดเลือกตั้งซ่อมจะต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกาเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้ง สส. แทนตำแหน่งที่ว่างลง ภายในกรอบระยะเวลา 45 วัน นับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลง ซึ่งจะครบกำหนดตารางเวลาในวันจันทร์ที่ 7 ธ.ค. 2569
โดย กกต.ได้กำหนดวันเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างไว้เป็นวันที่อาทิตย์ที่ 6 ธ.ค.69 โดยจะเปิดให้มีการสมัครระหว่างวันที่ 11-15 พ.ย. 69 ทั้งนี้ หาก ครม.เห็นชอบตามที่เสนอ สำนักงานฯจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมกกต.เพื่อพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ประเสริฐลั่นส่ง‘สรวงศ์’ชิงลต.ซ่อม
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกตั้งซ่อม สส.สระแก้ว เขต 3 ว่า เดิมพื้นที่ดังกล่าวเป็นของพรรคโดยผู้สมัครสส.ได้ทำพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ครั้งที่แล้วได้รับเลือกตั้งเป็นอันดับที่ 2 คือ นายสรวงศ์ เทียนทอง อดีตเลขาธิการพรรคในช่วงที่มีเหตุการณ์น้ำท่วมที่จ.สระแก้วก็ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง และทำการเมืองในนามพรรคพท.มาตลอดเป็นสส.มา4-5สมัย ถือว่านายสรวงศ์เป็นผู้ใหญ่ของพรรคเบื้องต้นจะส่งนายสรวงศ์ลง แต่เรื่องนี้จะต้องนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อให้มีมติเห็นชอบให้นายสรวงศ์เป็นตัวแทนพรรคลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมสส.ครั้งนี้ และยืนยันว่า เรื่องการเมืองเราไม่ประมาทใคร เพียงแต่นายสรวงศ์ทำพื้นที่มาโดยตลอด เราก็มั่นใจว่าจะสามารถช่วงชิงพื้นที่นี้คืนกลับมาได้
ตีกัน’กธ.’พรรคร่วมฯมีแค่’ภท.-พท.’
เมื่อถามว่าขณะนี้มีกระแสข่าวพรรค กธ.จะเข้าร่วมรัฐบาล แต่พรรค พท.ที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ การส่งผู้สมัครไปชิงจะผิดธรรมเนียมหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ณ วันนี้พรรค พท.เป็นพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ซึ่งพรรค กธ.เองก็ยังไม่มีสถานะเป็นรัฐบาล เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ชัดเจนว่าพรรครัฐบาลด้วยกัน คือ พรรค พท.กับพรรค ภท.เท่านั้น
‘สรวงศ์’ขอโอกาสแก้มือกลับเข้าสภา
นายสรวงศ์ เทียนทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตสส.สระแก้ว เขต 3ให้สัมภาษณ์หลังจากที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทยออกมาระบุว่าพรรคเพื่อไทยจะส่ง นายสรวงศ์ เทียนทอง ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ในพื้นที่จังหวัดสระแก้วเขต 3 ว่า เห็นข่าวที่นายประเสริฐให้สัมภาษณ์แล้ว ส่วนตัวพร้อมและอยากจะขอโอกาสจากประชาชน เลือกตนกลับมาเป็นผู้แทนในพื้นที่อีกครั้ง
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่เนื่องจากที่ผ่านมาคะแนนเสียงห่างจากผู้ที่ได้ลำดับที่ 1 ถึง 6,000 คะแนน นายสรวงศ์ กล่าวว่า ตนยอมรับถึงคะแนนเสียงที่ห่างกัน แต่ไม่ขอประมาทและที่ผ่านมาก็ทำงานอย่างเต็มที่ ลงพื้นที่มาโดยตลอดอย่างเสมอต้นเสมอปลาย โดยเฉพาะในช่วงเกิดเหตุอุทกภัย ที่แม้ไม่ได้เป็นผู้แทนราษฎร ก็ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และที่ผ่านมาจังหวัดสระแก้ว ก็ไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง ตนจึงขอโอกาสกลับเข้าไปเป็นผู้แทนในสภา เพื่อเป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชนอีกครั้ง
ปกรณ์ไม่เห็นคำร้อง“แม้ว”ขอนิรโทษฯ
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นขอนิรโทษล้างมลทินทางคดี ตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯว่า ตนยังไม่เห็น อยู่ระหว่างคณะอนุกรรมการกลั่นกรองด้านยุติธรรมไปรวบรวมเรื่อง ซึ่งประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ครั้งที่แล้วเมื่อวันที่ 22 ก.ย.ได้ให้เวลากับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตำรวจ อัยการ และศาล ช่วยดูว่าเรื่องต่างๆนั้นไปถึงไหนแล้ว หากรวบรวมได้ว่ามีกี่คดีอะไรบ้าง มีการสั่งฟ้องอะไรไปแล้ว อย่างน้อยจะได้ข้อมูลเบื้องต้น แล้วจึงจะมาประชุมได้
รอคณะอนุกลั่นกรองฯก่อนถกชุดใหญ่
ส่วนคำร้องที่ยื่นเข้ามาเราได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการกลั่นกรองด้านยุติธรรมที่มีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน คงพิจารณาและเสนอความเห็นเข้ามา ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายและรายละเอียดของคดี เมื่อถามว่ารายละเอียดคำร้องของนายทักษิณจะเข้าเกณฑ์ตามกฏหมายหรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่ายังไม่เห็นคำร้อง เนื่องจากเพิ่งกลับมาจากภารกิจต่างประเทศเมื่อถามว่าจะประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ครั้งต่อไปเมื่อใดนายปกรณ์กล่าวว่าตนจะลองถามปลัดกระทรวงยุติธรรมว่าข้อมูลเรียบร้อยแล้วหรือยัง แล้วค่อยว่ากัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

