ศุภชัย ทวงความรับผิดชอบ ปม ไอซ์ แชร์โพสต์สลิปปลอม-ศิริโชค อวยเพจหมาฉ่ำ ลั่นอย่าเก่งแต่ตรวจสอบคนอื่น พอถึงเวลาตัวเองหาข้ออ้างสารพัด
27 ตุลาคม 2569 เวลา 07:55 น.

เมื่อวันที่ 27 ต.ค.2569 นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "สลิปปลอม 7 ล้าน! แชร์กันสนุก อวยกัน สุดท้าย ใครจะรับผิดชอบ?
จากเพจที่ถูกยกย่องว่าเป็นเพจคุณภาพ กลับกลายเป็นเพจที่เผยแพร่สลิปโอนเงิน 7 ล้านบาท ซึ่งธนาคารยืนยันแล้วว่าไม่มีบัญชีดังกล่าวอยู่จริง!
กรณีเพจ Godd Dam เผยแพร่ภาพสลิปกล่าวหาว่ามีการโอนเงิน 7 ล้านบาทให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นเรื่องที่สังคมต้องตั้งคำถามอย่างจริงจัง
เพราะธนาคารกสิกรไทยออกมายืนยันชัดเจนว่า ไม่พบเลขบัญชีผู้รับเงินตามภาพสลิปในระบบ และการโอนเงินผ่าน K PLUS ทำได้สูงสุดเพียง 5 ล้านบาทต่อวัน
หลักฐานทางธนาคารชัดขนาดนี้ แล้วคนที่รีบแชร์ คนที่เคยยกย่องเพจ จะพูดอย่างไร?
น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน นำโพสต์ดังกล่าวไปแชร์ พร้อมข้อความว่า “อยู่ๆก็มี เรื่องราวให้นอนไม่หลับ”
ผมอยากถามว่า ก่อนแชร์ได้ตรวจสอบอะไรบ้าง หรือเพียงเพราะข่าวนั้นกล่าวหานายกรัฐมนตรี จึงเห็นว่าน่าเชื่อถือพอที่จะส่งต่อให้ประชาชน?
เป็น สส. ไม่ใช่แค่คนเล่นเฟซบุ๊ก!
ทุกข้อความที่เผยแพร่มีน้ำหนัก มีผลต่อความเชื่อถือของประชาชน และมีความรับผิดชอบทางจริยธรรมกำกับอยู่ จะอ้างว่าแค่แชร์แล้วจบไม่ได้
ส่วน นายศิริโชค โสภา อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ก็มีรายงานว่าเคยยกย่อง Godd Dam ว่าเป็นเพจคุณภาพ คนเบื้องหลังมีฝีมือ และกล่าวถึงการเป็นพันธมิตรกัน
วันนี้เมื่อเพจดังกล่าวตกเป็นประเด็นเผยแพร่สลิปปลอม ผมจึงอยากถามนายศิริโชคว่า
เพจคุณภาพที่คุณเคยชื่นชม คุณใช้มาตรฐานอะไรตัดสิน?
คนเบื้องหลังที่คุณยกย่องว่ามีฝีมือ วันนี้คุณยังยืนยันคำชื่นชมนั้นหรือไม่?
และคำว่า “พันธมิตร” ที่คุณเคยกล่าวถึง มีความหมายและขอบเขตความสัมพันธ์อย่างไร?
คำถามเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่านายศิริโชคเกี่ยวข้องกับการจัดทำสลิป แต่เมื่อเคยออกหน้าชื่นชมเพจต่อสาธารณะ ก็สมควรชี้แจงต่อสาธารณะเช่นกัน
อย่าทำให้มาตรฐานการตรวจสอบทางการเมืองกลายเป็นว่า ข่าวกล่าวหาฝ่ายที่ตัวเองไม่ชอบ รีบแชร์ รีบเชียร์ แต่พอความจริงปรากฏ กลับเงียบเสียง!
ผมสนับสนุนให้ตรวจสอบนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และนักการเมืองทุกคนอย่างเต็มที่ หากมีหลักฐานว่าทุจริต ก็ต้องดำเนินคดีโดยไม่ละเว้น
แต่การตรวจสอบกับการเผยแพร่ข้อมูลเท็จเป็นคนละเรื่องกัน!
อย่าเอาคำว่าเสรีภาพมาบังหน้าความไม่รับผิดชอบ อย่าเอาคำว่าตรวจสอบทุจริตมาเป็นข้ออ้างให้ข่าวปลอม และอย่าเอายอดไลก์ยอดแชร์มาแทนพยานหลักฐาน!
กรณีนี้ต้องตรวจสอบให้ถึงที่สุดว่า ใครทำสลิป ใครเผยแพร่ ใครรู้เห็น และใครมีเจตนาส่งต่อข้อมูลทั้งที่ทราบว่าเป็นเท็จ โดยให้กระบวนการยุติธรรมพิจารณาตามพยานหลักฐาน
ส่วนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องตอบคำถามเรื่องความรับผิดชอบและจริยธรรมของตนเองด้วย
อย่าเก่งแต่ตรวจสอบคนอื่น แต่พอถึงเวลาตรวจสอบตัวเองกลับหาข้ออ้างสารพัด!
สลิปปลอมอาจทำขึ้นได้ในไม่กี่นาที แต่ความน่าเชื่อถือที่เสียไป ไม่ใช่สิ่งที่จะเรียกคืนได้ด้วยการลบโพสต์! "
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

