ยังน่าห่วง! ยศชนัน-สุริยะ รุดลงพื้นที่เมืองน่าน เร่งติดตามสถานการณ์น้ำ หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง

ยังน่าห่วง! ยศชนัน-สุริยะ รุดลงพื้นที่เมืองน่าน เร่งติดตามสถานการณ์น้ำ หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านยังคงน่าเป็นห่วง หลังมีฝนตกหนักถึงหนักมากสะสมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตรหลายแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอปัว ซึ่งได้รับผลกระทบจากมวลน้ำที่ไหลบ่าลงสู่ลำน้ำปัวและลำน้ำขว้างอย่างรวดเร็ว
โดยล่าสุดวันนี้ (19 สิงหาคม 2569) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด โดยมี นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน นายนพดล น้อยไพโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2 นายชุติมันต์ สกุลพราหมณ์ ผู้อำนวยการกองแผนงาน นายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา นายณัฐพล วุฒิจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา นายเลอบุญ อุดมทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน (ด้านจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา) และคณะเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และสรุปผลการดำเนินงาน เพื่อกำหนดแนวทางรับมือและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้จากสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดน่านตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2569 พบว่า ปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมงในพื้นที่อำเภอปัวสูงถึง 277.6 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำเอ่อล้นตลิ่งจากแม่น้ำน่าน แม่น้ำปัว แม่น้ำย่าง และแม่น้ำขว้าง เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตร ปัจจุบันพบพื้นที่ประสบอุทกภัยแล้ว 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอปัว อำเภอภูเพียง อำเภอสันติสุข และอำเภอท่าวังผา โดยมีระดับน้ำท่วมประมาณ 0.50–1.20 เมตร
โดยกรมชลประทาน โดยโครงการชลประทานน่าน สำนักงานชลประทานที่ 2 ได้เร่งนำเครื่องจักรและเครื่องสูบน้ำเข้าประจำพื้นที่เพื่อสนับสนุนการระบายน้ำ โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 14 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง ในพื้นที่อำเภอเมืองน่าน และเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว จำนวน 3 เครื่อง ในพื้นที่อำเภอเวียงสา พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์น้ำและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำและลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด

ทั้งนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำชับกรมชลประทานและโครงการชลประทานในพื้นที่ ติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน พร้อมเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และเครื่องสูบน้ำให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันที เพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
นายสุริยะ กล่าวว่า ล่าสุดขณะนี้จังหวัดน่านยังมีฝนตกต่อเนื่อง โดยกรมชลประทานคาดว่า ปริมาตรน้ำสูงสุดจะมาถึงพื้นที่เมืองน่านหลังเที่ยงคืนนี้ และจะทยอยลดลงหากไม่มีฝนตกเพิ่ม แต่สิ่งที่ยังเป็นห่วงคือฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลต่อสถานการณ์น้ำ จึงสั่งกรมชลประทานติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะระดับน้ำที่สถานี N.1 บริเวณสะพานพัฒนาภาคเหนือ อำเภอเมืองน่าน ซึ่งเป็นจุดเฝ้าระวังสำคัญของน้ำที่ไหลลงมาจากพื้นที่ตอนบน
ทั้งนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ทันที ทั้งการช่วยขนย้ายข้าวของและสัตว์เลี้ยง ลดความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร ตลอดจนเตรียมเสบียงสำหรับปศุสัตว์ ยาและเวชภัณฑ์ พร้อมกำชับหน่วยงานในสังกัดให้เตรียมความพร้อม สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรได้ตามสถานการณ์

ด้านนายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า ล่าสุดสถานีวัดน้ำที่ต้องเฝ้าระวังขณะนี้ ได้แก่ สถานี N.64 บ้านผาขวาง อำเภอเมืองน่าน สถานี N.1 บริเวณสะพานพัฒนาภาคเหนือ อำเภอเมืองน่าน และสถานี N.49 บ้านน้ำยาว อำเภอปัว ซึ่งมีแนวโน้มระดับน้ำเพิ่มขึ้น โดยมวลน้ำจากอำเภอปัวจะใช้เวลาประมาณ 10-12 ชั่วโมงไหลถึงสถานี N.1 ขณะที่สถานี N.13A บ้านบุญนาค อำเภอเวียงสา มีแนวโน้มระดับน้ำเพิ่มขึ้นเช่นกัน
สำหรับทิศทางของน้ำ หลังไหลผ่านพื้นที่เมืองน่านจะไหลต่อไปยังอำเภอเวียงสา ก่อนลงสู่เขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ปัจจุบันเขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 6,227 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 65.56 ของความจุอ่าง และยังสามารถรองรับน้ำได้อีก 3,275 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 34.44 จึงยังมีพื้นที่ว่างรองรับปริมาณน้ำในช่วงที่เหลือของฤดูฝน รวมถึงมวลน้ำที่ไหลมาจากจังหวัดน่าน
สำหรับการบริหารจัดการน้ำ กรมชลประทานได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 24 นิ้ว 1 เครื่อง ในพื้นที่อำเภอเมืองน่าน และเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว 11 เครื่อง ในพื้นที่อำเภอเวียงสา พร้อมระดมรถแบคโฮและรถบรรทุกเทท้ายรวม 7 คัน เพื่อเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางทางน้ำและบริเวณคอสะพาน รวมทั้งประสานจังหวัด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อเตรียมรับมือและลดผลกระทบต่อประชาชน

กรมชลประทานขอให้ประชาชนในจังหวัดน่าน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ริมลำน้ำ และพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ติดตามสถานการณ์น้ำและประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์ยังอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามปริมาณฝนที่ตกลงมาเพิ่มเติม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

