นิรโทษ'อภิสิทธิ์-สุเทพ' ม็อบกปปส. สั่งDSIยุติสอบสวนคดี

นิรโทษ'อภิสิทธิ์-สุเทพ'
ม็อบกปปส.
สั่งDSIยุติสอบสวนคดี
อนุฯยันไร้คำร้องทักษิณ
ชี้ดีลแลกโหวตข่าวลือ
ปชป.จัด8ขุนพลถล่ม
ล็อกเป้าชำแหละ4รมต.
ประชุมคณะอนุกรรมการนิรโทษกรรม “ปลัดยุติธรรม” หารือกลั่นกรองพิจารณาเรื่องครั้งแรก ลือสะพัดตีตกคำร้อง 4 คดี “ทักษิณ” ไม่เข้าเงื่อนไขนิรโทษกรรม เป็นความผิดทุจริต-ไม่ใช่ชุมนุมทางการเมือง อนุฯนิรโทษกรรมไฟเขียวนิรโทษกรรม “อภิสิทธิ์-กำนันสุเทพ” คดีม็อบกปปส.สั่งDSIยุติการสอบสวน จำหน่ายคดี ด้าน’รศ.ยุทธพร’ระบุ พิจารณาคดีใหญ่3-4เรื่อง ไร้คำร้อง4คดีของ’ทักษิณ’โต้กระแสข่าวดีลนิรโทษกรรมแลกโหวตศึกซักฟอก แค่ข่าวปล่อย รายใดถูกตีตกคำร้องขอนิรโทษ ยื่นอุทธรณ์ศาลปกครองได้
เมื่อเวลา 10.00น.นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่อง ตาม พรบ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 หรือกฎหมายนิรโทษกรรม ได้นัดหมายกรรมการเพื่อประชุมกลั่นกรองเรื่องคำขอนิรโทษกรรม และประมวลรายละเอียดคดีชุมนุมทางการเมือง ก่อนเตรียมสรุปและเสนอไปยังนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข (คณะกรรมการชุดใหญ่) เพื่อพิจารณาต่อไป
นายปิยะศิริ กล่าวก่อนเริ่มประชุมว่า เนื่องด้วยเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สังคมค่อนข้างให้ความสนใจ และมีผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อตนเองเพื่อขอมาทำข่าว ตนจึงอนุญาตให้สำนักข่าวได้มาเก็บภาพต่างๆ แต่ในส่วนของผลการประชุมจะเป็นอย่างไร ก็ค่อยว่ากันในภายหลัง หรือหากผู้สื่อข่าวสามารถสอบถามจากกรรมการท่านใดในที่ประชุมได้ ก็เชิญสอบถามกันตามสะดวก อย่างไรก็ดี ในบทบาทของคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่อง ก็จะต้องมีการพิจารณาเรื่องและเสนอความเห็นในวันนี้ไปยังคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งก็จะมีทั้งในส่วนที่อาจส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขไปเลย โดยที่คณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่อง ไม่ต้องวินิจฉัย หรืออาจมีเรื่องใดที่ต้องวินิจฉัยหรือไม่ เป็นต้น
ประชุมอนุกก.นิรโทษกรรมนัดแรก
สำหรับคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่อง ในการประชุมวันนี้ จะมีการพิจารณาข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และกฎหมาย เพื่อกลั่นกรองเรื่องที่หน่วยงานส่งให้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขวินิจฉัยชี้ขาด และคำร้องขอการนิรโทษกรรมจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องแล้วเสนอความเห็น ผลการพิจารณา ให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาด หรือส่งเรื่องกรณีที่คณะกรรมการไม่ต้องวินิจฉัยชี้ขาดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศาล สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ โดยจะมีทั้งการเรียกเอกสาร สิ่งของ หรือบุคคลมาให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริง หรือดำเนินการอื่นใดตามที่คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขมอบหมาย
คดี’แม้ว’ไม่เข้าข่ายเพราะเป็นการทุจริต
ผู้สื่อข่าวรายงานมว่า การประชุมวันนี้ของคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่อง นับเป็นการประชุมครั้งที่1/2569 ภายหลังจากที่นายปกรณ์ ได้มีการเซ็นลงนามแต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่อง ไปเมื่อวันที่ 24 ก.ย.69 โดยจะมีการนำเสนอวาระเข้าที่ประชุมทั้งหมด 23 เรื่อง อันเป็นการจับตาถึงจำนวนคดีทางการเมือง รายชื่อผู้ต้องขัง/ผู้ต้องหาในคดีชุมนุมทางการเมือง ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมในห้วงวันที่ 1 ม.ค.2548-16ก.ค.2568 (ยกเว้นความผิดตาม ม.112, คดีทุจริต, ความผิดต่อชีวิตและร่างกายอย่างร้ายแรง ม.297 และความผิดต่อส่วนตัว) ซึ่งมีคุณสมบัติในพฤติการณ์ทางคดี ผ่านเกณฑ์จะเป็นผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ล้างมลทินนิรโทษกรรมทางคดีการเมือง นำไปสู่การลบทะเบียนประวัติอาชญากร หรือการยุติคดีในระบบ หรือการจำหน่ายคดีออกจากระบบศาล หรือปล่อยตัวผู้ต้องขังออกจากเรือนจำ/ทัณฑสถาน
โดยเฉพาะกรณีของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีแนวโน้มค่อนข้างชัดเจนว่า ผลการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯต่อ4คดีตามคำร้อง ถือเป็นคดีจากคดีการทุจริตในตำแหน่งหน้าที่ อันไม่เกี่ยวข้องหรือสืบเนื่องจากคดีชุมนุมทางการเมือง จึงอาจไม่เข้าข่ายได้นิรโทษกรรมทั้ง 4คดีและเมื่อเปรียบเทียบไปยังแนวคิดและนโยบายของ นายปิยะศิริ ซึ่งได้เปิดเผยในที่ประชุมครั้งที่2/2569 ภายใต้ชื่อคณะทำงานสนับสนุนการดำเนินการตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 เมื่อวันที่ 20 ต.ค.69 ว่า ผู้ได้รับผลกระทบจากคดีความหรือการคุมขังอันเกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมและการแสดงออกทางการเมือง
เปิดรายละเอียด4คดีทุจริต’ทักษิณ’
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานข่าวภายในคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ได้แจ้งความเห็นอย่างไม่เป็นทางการต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย โดยระบุว่าคำร้องของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้วินิจฉัยสิทธิจาก 4คดี ได้แก่ 1.คดีปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) จำนวน 4,000 ล้านบาท 2.คดีโครงการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว (หวยบนดิน) 3.คดีแปลงค่าสัมปทานโทรคมนาคมและดาวเทียม (ไทยคม) 4.คดียึดทรัพย์ 46,000 ล้านบาท ให้ได้รับนิรโทษกรรมและพ้นจากความรับผิดทั้งปวง ตาม พรบ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 นั้น ไม่เข้าเงื่อนไขได้รับนิรโทษกรรมเนื่องจากทั้งหมดเป็นคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งศาลมีคำพิพากษาว่า มีความผิดเกี่ยวกับการทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ โดยเป็นการใช้อำนาจเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่น อันเข้าลักษณะการทุจริตตาม พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 อย่างไรก็ดี ปัจจุบันเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างขั้นตอนของคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่อง ซึ่งมี ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน โดยจะประชุมพิจารณากลั่นกรองภายในสัปดาห์ต้นเดือน พ.ย.69 ก่อนเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข (คณะกรรมการชุดใหญ่) ตามที่ได้มีการรายงานข่าวไปแล้ว
อนุฯนิรโทษเปิดพิจารณานัดแรก
เวลา 11.50น.ที่อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ รองศาสตราจารย์ ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในฐานะอนุกรรมการ (ผู้เชี่ยวชาญในองค์กรภาคประชาสังคมเกี่ยวกับการจัดการความขัดแย้งและอำนวยความยุติธรรมเป็นที่ประจักษ์) ออกมาเปิดเผยภายหลังเข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่อง
โดย ร.ศ.ยุทธพร เปิดเผยว่า การประชุมวันนี้เป็นการหารือกรอบใหญ่สำหรับการพิจารณาเรื่องตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 โดยเฉพาะมาตรา 3 มาตรา 7 มาตรา 8 ทั้งหลักการ ข้อยกเว้น และกระบวนการที่ต้องดำเนินการ ซึ่งก็เป็นการหยิบยกมาหารือในหลายคดี พบว่าบางคดีศาลก็มีคำวินิจฉัยเรียบร้อยแล้ว จึงเป็นเพียงแค่การให้ผู้ร้องได้มารับทราบในภายหลัง หรือบางคดีหากจะมีการยุติคดีในระบบก็ต้องส่งหน่วยงานเกี่ยวข้องดำเนินการ ซึ่งก็ไม่ใช่กรณีการต้องวินิจฉัยอะไร อย่างไรก็ตาม ก็มีบางกรณีที่จะต้องสรุปเรื่องและส่งต่อไปยังคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ พบว่าภาพรวมของคำร้องที่ถูกนำเข้ามาพิจารณากลั่นกรองในวันนี้มีประมาณ 3-4 เรื่องใหญ่ ๆ
ไม่มี4คำร้อง’ทักษิณ’ขอนิรโษกรรม
รองศาสตราจารย์ยุทธพร เผยอีกว่าในการพิจารณากลั่นกรองคำร้องในวันนี้ ตนยืนยันได้ว่าไม่มีคำร้องขอนิรโทษกรรมในส่วนของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ามาหารือที่ประชุม ส่วนจะมีวาระเรื่องของนายทักษิณ เข้าสู่ที่ประชุมของคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่องเมื่อใดนั้น ตนยังไม่ทราบเช่นเดียวกัน เพราะจะเป็นการประสานงานจากฝ่ายเลขานุการ คือสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่จะต้องไปรวบรวมข้อเท็จจริง เอกสาร หลักฐาน สรุปความเห็นเบื้องต้นในฐานะฝ่ายเลขาฯ ก่อนเสนอคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข คาดว่าจะต้องไปดำเนินการอีกระยะหนึ่ง
มีกก.รายงานนายกฯแค่ข่าวปล่อย
รศ.ยุทธพร กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีมีกระแสข่าวว่า หนึ่งในคณะกรรมการฯ ได้ไปรายงานต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรงถึงความเห็นเบื้องต้นว่า กรณีคำร้องของ นายทักษิณ ทั้ง 4คดี ไม่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมายนิรโทษกรรมนั้น ตนไม่เชื่อว่า เป็นเรื่องจริง ซึ่งอาจจะเป็นข่าวลือข่าวปล่อยต่างๆและต้องเรียนว่าไม่มีอะไรที่เป็นความจริงเลยแม้แต่ประการเดียว ทุกอย่างว่ากันในเรื่องของการเดินตามหลักกฏหมาย เดินตามเรื่องข้อมูล ข้อเท็จจริงและที่ประชุม ดังนั้น จึงไม่มีแน่นอนในบรรดาเรื่องของการมาบอกว่ามีการล็อบบี้กัน กดดันกัน หรือมีการทำความเห็นล่วงหน้า ตนขอยืนยันตรงนี้ว่าไม่มี
“ยืนยันว่า วันนี้ ไม่มีเรื่องพิจารณากลั่นกรองคำร้องขอนิรโทษกรรมล้างมลทินทั้ง 4คดีของ นายทักษิณ แต่อย่างใด ส่วนกรณีที่คำร้องทั้ง 4คดีของอดีตนายกฯนั้นยืนยันว่า เป็นผลพวงมาจากการรัฐประหาร ส่วนนี้จะเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายเลขานุการ ซึ่งคือสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) จะต้องเป็นผู้รวบรวมพยานหลักฐาน คำร้อง ข้อกฎหมายต่าง ๆ แล้วจึงจะเสนอมาสู่คณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่อง ก่อนจะถูกส่งไปยังคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือที่เป็นคณะกรรมการชุดใหญ่ จึงทำให้ตอนนี้ไม่มีประเด็นเรื่องคำร้องของ นายทักษิณ เข้าสู่ที่ประชุมของคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่องในตอนนี้“ รศ.ยุทธพร ระบุ
เชื่อโหวตแลกนิรโทษไม่ใช่เรื่องจริง
เมื่อถามถึงกระแสข่าวดีลแลกโหวตสส.เพื่อไทย ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจกับการที่คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขมีความเห็นชอบให้นิรโทษกรรมล้างมลทินทั้ง 4 คดีตามคำร้องอดีตนายกฯทักษิณ นั้น ร.ศ.ยุทธพร กล่าวว่า ตนไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง เพราะยังมีเหตุอื่นอีกมากที่จะทำให้เกิดการดีลในทางการเมืองได้ แล้วก็ในทางข้อเท็จจริง ตนยืนยันได้เลยว่าไม่มีประเด็นเรื่องเหล่านี้ที่มากดดันการทำงานของคณะกรรมการฯ ตนยืนยันได้ว่าไม่มีความกดดัน เพราะเราทำตามกฏหมายและระเบียบ ปฏิบัติตามหลักการข้อมูลข้อเท็จจริงทั้งสิ้น จึงมองว่าเป็นการดำเนินการโดยสุจริตอยู่แล้ว ซึ่งในกฎหมายนิรโทษกรรม มาตรา 6 ได้มีการกล่าวถึงหน้าที่และอำนาจของคณะกรรม การต่างๆ มันก็ชัดเจนแล้วว่าหากคณะกรรมการดำเนินการโดยสุจริตย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย จึงไม่มีความกังวล เพราะเราทำตามกฎหมายอยู่แล้ว
ไม่มีคำร้อง’ปู’ขอนิรโทษกรรม
ส่วนกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มีผู้แทนหรือฝ่ายกฎหมาย ยื่นคำร้องขอนิรโทษกรรมหรือไม่นั้น ร.ศ.ยุทธพร เผยว่า ยังไม่มีการยื่นคำร้องเข้ามาแต่อย่างใด ส่วนการนัดหมายประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเรื่อง ครั้งที่สองเมื่อใดนั้น ตนจะทราบจากทางฝ่ายเลขานุการในภายหลัง รวมไปถึงวาระเรื่องในที่ประชุมก็จะไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้าด้วย เพราะข้อมูลถือเป็นความลับ ซึ่งกรรมการจะเห็นข้อมูลได้จากการประชุมเท่านั้น และหลายเรื่องก็ไม่อนุญาตให้นำออกจากที่ประชุมด้วย ซึ่งจากนี้ฝ่ายเลขานุการจะเป็นผู้สรุปรวบรวมประเด็นและจัดทำวาระต่าง ๆ
อนุกก.ฯไม่มีอำนาจตีตกคำร้อง
ร.ศ.ยุทธพร กล่าวด้วยว่า ขอชี้แจงว่าในชั้นคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเรื่องพิจารณา เราไม่สามารถตีตกคำร้องของผู้ยื่นได้อยู่แล้ว เพราะเราไม่มีอำนาจวินิจฉัย ซึ่งอำนาจการวินิจฉัยจะเป็นของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขเป็นหลัก แต่ในชั้นคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯจะมีอำนาจในการสรุป รวบรวมและเสนอความเห็นเบื้องต้นเข้าสู่คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขเพื่อวินิจฉัย หรือเพื่อดำเนินการอื่นใดตามที่คณะกรรมการไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย เช่น หากเป็นเรื่องของการร้องขอการล้างประวัติทะเบียนอาชญากร ซึ่งอันนี้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานต้องทำอยู่แล้ว ก็อาจไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยอะไร แต่ถ้าหากเป็นเรื่องที่จะต้องมีการวินิจฉัย เรื่องนี้ก็จะต้องเข้าสู่คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข แต่ถ้าหากท้ายสุดแล้วคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขได้มีมติที่จะยกคำร้องของผู้ใด ผู้ที่มีสิทธิ์หรือเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก็ยังสามารถใช้สิทธิ์ทางศาลได้ เพราะคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขเป็นคำสั่งทางปกครอง ทำให้ผู้ร้องที่ถูกตีตกคำร้อง ยังสามารถไปยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองได้ และถึงแม้ว่าในกฎหมายจะระบุว่า ให้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขเป็นที่สุด หลายท่านอาจจะเข้าใจว่ามันจบที่ตรงนี้หรือไม่สามารถไปต่อได้ “
ถ้าตีตกใช้สิทธิ์ร้องศาลปกครองได้
“คำว่าเป็นที่สุดตามกฎหมายฉบับนี้ คือเป็นที่สุดในตามคำสั่งปกครอง จึงไม่สามารถไปอุทธรณ์ต่อกรรมการที่อยู่เหนือขึ้นไปได้ หรือไม่สามารถจะอุทธรณ์ต่อนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหารได้ จึงเป็นเหตุที่ทำให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถไปใช้สิทธิ์ทางศาลปกครองได้ ส่วนในท้ายสุดแล้วจำนวนผู้ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์จากกฎหมายนิรโทษกรรม จะไม่มีการตรากฤษฎีกา เพราะเป็นการได้โดยผลของกฎหมายฉบับนี้ จึงเป็นความแตกต่างที่ไม่เหมือนกฎหมายล้างมลทินที่จะต้องมีการตรากฤษฎีกาขึ้นมา หรือต้องมีการระบุรายชื่อบุคคล หรือมีการกำหนดต่าง ๆ ตนยืนยันว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่กฎหมายล้างมลทินแต่เป็นกฎหมายนิรโทษกรรมที่ทำให้เกิดการที่จะล้างประวัติ ทั้งนี้ หากผู้ที่ยื่นคำร้องขอนิรโทษกรรมแล้วถูกตีตกคำร้อง ท่านสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ทันที” ร.ศ.ยุทธพร กล่าว
สั่งยุติคดีม็อบ’กปปส.’ในชั้นดีเอสไอ
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้รับรายงานเพิ่มเติมภายในที่ประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเรื่องพิจารณา ว่าสำหรับสาเหตุที่คำร้องนิรโทษกรรมทั้ง 4 คดี เพื่อล้างมลทินของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ถูกนำเข้าที่ประชุมในวันนี้ เนื่องจากไม่มีการส่งนำเสนอเข้ามาเป็นวาระการประชุม เพราะว่าคำร้องของนายทักษิณ เป็นการยื่นตรงไปยังคณะกรรม การสร้างเสริมสังคมสันติสุข จึงทำให้อาจไม่ต้องผ่านการมีความเห็นเบื้องต้น หรือการวินิจฉัยโดยคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเพื่อพิจารณา ซึ่งวันนี้วาระการประชุมคดีชุมนุมทางการเมืองถูกนำเสนอเข้าที่ประชุมเพียง 5 เรื่อง รวมจำนวน 7ราย ซึ่ง2ใน7รายนี้เป็นคดีพิเศษที่อยู่ในชั้นของดีเอสไอ คือ คดีม็อบ กปปส.ของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะและนายสุเทพ เทือกสุวรรณ เนื่องจากพบว่าพฤติการณ์ทางคดีเข้าหลักเกณฑ์คดีชุมนุมทางการเมือง จึงมีความเห็นให้นิรโทษกรรม โดยสั่งยุติการสอบสวนในชั้นของดีเอสไอ
‘อนุทิน’ปัดข่าวโหวตแลกนิรโทษฯ
ขระที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีกระแสข่าว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้การโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อรองการพิจารณาวินิจฉัยสิทธิได้รับการนิรโทษกรรม ตามพรบ.สร้างเสริมสันติสุข ว่า“มีข่าวไง นักข่าวก็มีข่าวตนก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร ข่าวนี้ไม่มีมาถึงผม ทุกอย่างต้องเป็นไปตามบทบัญญัติกฎหมายและรัฐธรรมนูญ เราไม่ได้ดูว่า เป็นใครคนใดคนหนึ่ง เราต้องดูเรื่องความเท่าเทียมของทุกคน”
เมื่อถามว่า การที่ นายทักษิณ ยื่นขอนิรโทษเป็นสิทธิของนายทักษิณ ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิอยู่แล้วตนถึงบอกว่าจะไปดูชื่อคนแต่ละคนไม่ได้ และต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ เมื่อถามว่าแสดงว่าไม่มีการใช้เสียงในสภาฯมาต่อรองเรื่องนิรโทษใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ”ก็ผมบอกว่าไม่คิดว่ามีใครจะกล้ามาพูดกับผมในเรื่องนี้ เพราะไม่ใช่สิ่งที่เอามาผูกกับเรื่องการเมืองได้“เมื่อถามว่า มองคนที่ปล่อยข่าวนี้ออกมาต้องการอะไร นายอนุทิน กล่าวว่า ”ก็นั่นนะซิ ฉะนั้นผู้สื่อข่าวต้องกรองใครปล่อยข่าวแบบที่ดูแล้วยากต่อความเป็นจริง เราก็ไม่ต้องไปขยายความต่อหรือนำมาสอบถามต่อ เพราะอย่างเรื่องนี้ถ้าถามผม ศูนย์เลยนะ เพราะไม่ได้ให้เวลาแม้แต่วินาทีเดียว”
พรรคเพื่อไทยหนุนรัฐบาลออยู่แล้ว
เมื่อถามว่าการที่พรรคเพื่อไทยจะโหวตให้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเพราะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าพรรคร่วมรัฐบาล และตนก็ได้รับการยืนยันทุกครั้งที่เจอกับหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และผู้ใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ที่อยู่ในคณะรัฐมนตรีของตนพบกันทุกสัปดาห์ทุกคนบอกว่าในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลสนับสนุนกันไม่มีแต่ ไม่มีเอ๊ะอะไร ไม่มีพูดถึงเรื่องขอฟังก่อนแล้วไปพิจารณา ไม่มี เมื่อถามว่ายืนยันว่า พรรคร่วมรัฐบาลสองพรรคยังคงเป็นสองพรรคต่อไป นายอนุทิน กล่าวว่า ก็เป็นพรรคร่วมอยู่แล้ว พรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลนี้
เมื่อถามว่าทางการเมืองมีความกังวลอะไรหรือไม่เพราะเริ่มมีการเคลื่อนไหว นายอนุทิน กล่าวว่าไม่กังวล ก่อนกล่าวติดตลกหยอก นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ที่ยืนข้างหลังว่า ทำไมคนนี้ไม่โดน ก่อนหันไปถาม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯว่า โดนหรือไม่ เมื่อนายทรงศักดิ์ ตอบว่าโดน นายอนุทิน จึงกล่าวว่า ตนก็ไม่กังวลเพราะทุกคนทำงานหนักมาก นายทรงศักดิ์ ใช้เวลาอยู่ในพื้นที่อีสานที่ท่านดูแลตลอด ทำงานให้ประชาชนถ้าจะโดนกล่าวหาอะไรท่านก็น่าจะตอบได้ รวมถึงนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็เช่นกัน รวมถึงตน แต่ต้องพูดถึงเรื่องการทำงาน พูดเรื่องสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วสามารถพิสูจน์ได้ แต่ถ้ากล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานมายืนยัน ตนก็ไม่มี ไม่ทราบว่าจะไปพิสูจน์อะไรได้ สิ่งที่จะพิสูจน์ได้ต้องมีการยืนยันหลักฐานให้รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายได้นำหลักฐานมายืนยัน
‘เท้ง’ยังแทงกั๊กยื่นอภิปรายม.152
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 152 (แบบไม่ลงมติ) ว่า เป็นช่องทางหนึ่งที่พรรคฝ่ายค้านสามารถใช้กลไกในสภาได้ โดยส่วนตัวคิดว่าหัวใจสำคัญในเวลานี้คือรัฐบาลจะต้องเคารพและให้ความสำคัญกับกลไกของสภามากกว่า ไม่ว่าจะเป็นเวทีการอภิปรายตามมาตรา 151 และมาตรา 152 หรือแม้แต่เวทีอื่นๆเช่นการตอบคำถามของกรรมาธิการ หรือการตอบกระทู้ในสภา ซึ่งจะเห็นพฤติกรรมและพฤติการณ์ของคณะรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเองที่อาจให้ความสำคัญกับเวทีสภาน้อยมากหรือแทบจะไม่ให้ความสำคัญเลย โดยจะเห็นว่าเวลานายกฯเข้าสภา แทนที่จะไปอยู่บนบัลลังก์เพื่อตอบกระทู้ถาม แต่นายกฯ กลับใช้เวลาในสภาเดินทักทาย สส.ในห้องประชุม กลายเป็นว่าเข้าสภาแล้วก็ไม่ได้ทำหน้าที่ของตนเอง หรือทำหน้าที่ฝ่ายบริหารที่ต้องรับผิดชอบต่อฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้นไม่ว่าจะยื่นอภิปรายตามมาตรา152 หรือไม่ยื่น ก็ยืนยันว่าเป็นกลไกหนึ่งในบรรดากลไกที่ฝ่ายค้านสามารถใช้ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลได้
ปชป.ถล่มฮั้วสว.-โกงสอบ-พิษศก.
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า พรรคปชป.มีผู้แสดงความจำนงขออภิปรายราว 7-8คน ซึ่งเบื้องต้นได้เตรียมนัดซักซ้อมเนื้อหา เพื่อร้อยเรียงประเด็นการอภิปรายให้เห็นภาพที่ชัดเจนและสมบูรณ์ที่สุดในการชี้ให้เห็นถึงความไม่ไว้วางใจต่อการบริหารงานของรัฐบาล โดยเป้าหมายรัฐมนตรีที่จะถูกยื่นอภิปราย คาดว่าจะมีอย่างน้อย 3-4 คน โดยประเด็นที่จะนำมาอภิปราย มีหลายเรื่องที่อยู่ในความสนใจของสังคมและเกี่ยวพันในหลายมิติซึ่งน่าเป็นห่วงต่อประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ตรวจสอบมาต่อเนื่อง เช่น การเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ,การทุจริตสอบส่วนท้องถิ่น(สถ.) รวมถึงประเด็นกลุ่มทุนสีเทาที่พรรคเราได้ติดตามตรวจสอบมาตั้งแต่ต้น
เมื่อถามว่า จะมีเรื่องปัญหาปากท้องและวิกฤตค่าครองชีพของประชาชนในชีวิตประจำวันที่พุ่งสูงขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นแนวทางที่ฝ่ายค้านเคยเสนอตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะการแก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน ที่นับวัน ยิ่งได้รับการพิสูจน์ว่าสามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพได้จริง และไม่ต้องทำให้ภาครัฐต้องแบกรับภาระการกู้เงินจำนวนมหาศาล ซึ่งเงินก้อนแรกจำนวน 2 แสนล้านบาทแทบจะหมดไปโดยไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน ขณะที่เงินอีก 2 แสนล้านบาทในระยะหลังกลับยิ่งน่ากังวลมากยิ่งขึ้น เพราะนอกจากความไม่พร้อมแล้ว ยังเริ่มมีปัญหาเรื่องความโปร่งใส รวมถึงข้อทักท้วงในโครงการที่เกี่ยวข้อง เช่น โครงการโซลาร์เซลล์ประชาชน ซึ่งขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งทบทวนแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

