คอลัมน์ : คิดด้วยพลเมือง (See-Think-Cen')

ไทยกำลังจะมี TI Chapter แล้ว! แล้วคนไทยจะได้อะไร
กลางเดือนตุลาที่ผ่านมา คุณสุภอรรถ โบสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ HAND Social Enterprise ได้ไปร่วมประชุม Regional Meeting ของ Transparency International (TI) ที่จาการ์ตา ในฐานะผู้แทนจากประเทศไทย ผมเลยอยากถือโอกาสนี้เล่าความคืบหน้าเรื่องการจัดตั้ง TI Thailand ให้ฟังครับ
เรื่องนี้เราคุยกับ TI กันมาหลายปีแล้ว ผมเองไปร่วมประชุมกับ TI มาหลายครั้ง ปีที่แล้วที่ศรีลังกาได้คุยกับ François Valérian ประธาน TI และได้เชิญท่านมาเป็น keynote ในงาน Anti-Corruption Innovation Conference ของเราเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ปีนี้ TI จึงเชิญเราไปร่วมประชุมในฐานะองค์กรที่กำลังสมัครเป็นสมาชิก ในการประชุมครั้งนี้คุณสุภอรรถได้เล่าถึงงานด้านต่างๆ ที่เกิดขึ้นในไทย และขอความเห็นจากผู้แทน TI ทั่วภูมิภาค ซึ่งข่าวดีคือเราได้รับการสนับสนุนจากทั้ง TI ส่วนกลางที่เบอร์ลินและ TI chapter ในภูมิภาค ให้เริ่มดำเนินการจัดตั้ง TI Thailand ได้เลย
ผมมอง TI Thailand เป็นสะพานเชื่อมไทยกับโลก หรือจะเรียกว่าโทรโข่งก็ได้ ประเทศไทยมีคนทำงานต้านโกงที่เก่งและตั้งใจอยู่มากแล้ว ทั้งภาคประชาสังคม นักวิชาการ สื่อ ภาคธุรกิจ และคนในภาครัฐ TI Thailand จะไม่ได้ลงไปทำโครงการเองเป็นหลัก แต่จะทำหน้าที่เชื่อมคนเหล่านี้กับเครือข่ายทั่วโลก
ทุกวันนี้หน่วยงานรัฐของไทยใช้งบประมาณไม่น้อยทำคลิปวิดีโอโปรโมทงานต้านโกงที่ทำไป แต่ก็แทบไม่มีใครเห็น ในขณะที่ TI มีเครือข่ายในกว่า 100 ประเทศ มีสื่อ นักวิชาการ นักลงทุน และองค์กรระหว่างประเทศติดตามอยู่ ถ้าเราสื่อสารอย่างมีกลยุทธ์มากขึ้น เรื่องที่เกิดขึ้นในไทยก็จะไปถึงคนที่ควรได้ยิน ในทางกลับกัน หลายประเทศเคยเจอปัญหาคล้ายเรา บางที่แก้ได้ บางที่ลองแล้วไม่สำเร็จ TI Thailand จะช่วยดึงความเห็นและประสบการณ์ดีๆ เหล่านี้กลับมาพัฒนางานต้านโกงในไทย
จากที่ผมไปร่วมประชุม TI Regional Meeting มา ช่วงที่ผมว่าตื่นเต้นและได้ประโยชน์ที่สุดในทุกปีคือ Chapter Exhibition Walk ซึ่ง chapter ของแต่ละประเทศจะมารายงานว่าปีที่ผ่านมาทำโครงการอะไรไปบ้าง ได้บทเรียนอะไร ให้ chapter ประเทศอื่นเอาไปใช้ประโยชน์ต่อได้ และเปิดให้ซักถามกันได้เต็มที่ เราได้เรียนรู้จากคนที่ลงมือทำจริง ซึ่งได้อะไรมากกว่าการอ่านจากหนังสือหรือรายงานเยอะมาก หลายโครงการคล้ายกับที่ไทยทำอยู่ เช่น ข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) หลักสูตรต้านทุจริตสำหรับเยาวชน หรือการสนับสนุนนักข่าวสืบสวนสอบสวนภาคประชาชน ซึ่งมีหลายประเทศที่ทำได้ดีมาก และเราสามารถนำมาเรียนรู้และประยุกต์ใช้ต่อได้
อีกเรื่องที่ผมอยากอธิบายให้ชัด คือเรื่องคะแนน CPI หรือดัชนีการรับรู้การทุจริต ที่เป็นข่าวทุกต้นปี หลายคนอาจคิดว่า TI chapter ในแต่ละประเทศเป็นคนให้คะแนนประเทศตัวเอง ซึ่งไม่ถูกต้องครับ CPI จัดทำโดย TI ส่วนกลาง จากข้อมูลของแหล่งอิสระหลายแหล่ง เช่น ผลสำรวจความเห็นของผู้เชี่ยวชาญและนักธุรกิจ ประเทศไหนได้คะแนนน้อยจึงไม่ได้เป็นเพราะ chapter ประเมินประเทศตัวเองไม่ดี และ chapter ก็ไม่ได้เป็นผู้รับผิดชอบคะแนนนั้น คะแนน CPI เป็นตัวสะท้อนสถานการณ์คอร์รัปชันที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละประเทศ
สิ่งที่ TI Thailand จะทำ คือช่วยวิเคราะห์ว่าคะแนนที่ประกาศออกมาบอกอะไรเราบ้าง ปัญหาอยู่ตรงไหน แล้วนำไปเป็นข้อเสนอแนะให้รัฐบาลไทยในการปฏิรูปและแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน TI จะประกาศ CPI ครั้งต่อไปในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 และจะเป็นครั้งแรกที่ TI Thailand ได้ทำหน้าที่นี้ เราจะได้มีบทวิเคราะห์ที่ช่วยให้สังคมเข้าใจและนำไปใช้ได้จริง มากกว่าแค่หัวข่าวว่าไทยได้กี่คะแนน อยู่อันดับที่เท่าไร
ถามว่าคนไทยจะได้อะไรจากเรื่องนี้ ผมคิดว่าใกล้ตัวกว่าที่คิดครับ เงินที่รั่วไหลไปกับการโกงคือเงินภาษีของเรา คือถนนที่พังเร็วกว่าที่ควร โรงเรียนที่ขาดครู โรงพยาบาลที่ขาดเครื่องมือ หลายประเทศมีเครื่องมือดีๆ ให้ประชาชนติดตามการใช้งบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้าง TI Thailand จะช่วยพาความรู้และคนที่ทำเรื่องเหล่านี้มาเจอกับองค์กรในไทย เพื่อนำมาปรับใช้กับบ้านเรา ในด้านเศรษฐกิจ นักลงทุนต่างชาติดูคะแนน CPI ประกอบการตัดสินใจ ผู้ประกอบการรายเล็กที่ต้องจ่ายใต้โต๊ะเพื่อให้ได้ใบอนุญาตก็แบกต้นทุนนี้อยู่ทุกวัน การมีคนช่วยวิเคราะห์และผลักดันให้แก้ปัญหาให้ตรงจุด จึงเกี่ยวกับปากท้องของเราโดยตรง และสำหรับคนแจ้งเบาะแสหรือคนทำงานตรวจสอบ การมีเครือข่ายระหว่างประเทศคอยติดตามอยู่ก็ช่วยให้เสียงของเขาดังขึ้น
ทั้งหมดนี้ TI Thailand จะทำงานอย่างเป็นอิสระ พร้อมวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐอย่างเต็มที่และสร้างสรรค์ ตรงไหนดีก็ชม ตรงไหนยังไม่ดีก็ต้องพูด พร้อมเสนอทางออก
ล่าสุด เราได้ประชุมผู้ร่วมก่อตั้ง TI Thailand กันไปแล้วเป็นครั้งที่ 3 เรื่องหลักที่คุยกันคือ คณะกรรมการ TI Thailand ควรมีหน้าตาแบบไหน ที่ประชุมเห็นตรงกันว่า ก่อนจะคิดว่าใครควรมาเป็นกรรมการ เราควรถามก่อนว่าองค์กรนี้ต้องการกรรมการแบบไหน และอยากให้แต่ละท่านมาช่วยเรื่องอะไร คณะกรรมการควรมีความหลากหลาย มีทั้งผู้อาวุโสที่สังคมยอมรับว่าทำงานด้านนี้มาอย่างต่อเนื่อง และคนรุ่นใหม่ที่มีความตั้งใจจริงที่จะทำงานเพื่อความถูกต้อง ควรมีคนที่สื่อสารเก่ง เข้าใจการไหลเวียนของข้อมูลข่าวสาร มีคนที่เคยได้รับผลกระทบจากการทุจริต และต้องคำนึงถึงความหลากหลายทางเพศด้วย
อีกความเห็นที่ผมเห็นด้วยมาก คือคอร์รัปชันเป็นปัญหาเชิงระบบ การรณรงค์อย่างเดียวไม่พอ กรรมการจึงควรมีคนที่เข้าใจเรื่องความรับผิดชอบของรัฐ องค์กรอิสระ และการออกแบบระบบข้อมูลเปิดที่ช่วยให้ประชาชนตรวจสอบรัฐได้ด้วยเทคโนโลยี
เรื่องความเป็นอิสระ ที่ประชุมเห็นว่าควรหลีกเลี่ยงกรรมการที่ซ้ำกับองค์กรอื่นมากเกินไป และกรรมการทุกท่านต้องเปิดเผยได้ว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนและไม่มีตำแหน่งทางการเมือง ตามแนวทางของ TI
ตอนนี้เรากำลังจัดทำเกณฑ์การสรรหา และอยู่ระหว่างสรรหาและทาบทามผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมเป็นกรรมการเมื่อเรียบร้อยจะนำเสนอให้สังคมได้รู้จักต่อไปครับ
ขอบคุณคุณสุภอรรถที่ไปเป็นตัวแทนของพวกเรา และขอบคุณผู้ร่วมก่อตั้งและทุกคนที่ช่วยกันผลักดันเรื่องนี้มาตลอด มีความคืบหน้าแล้วจะมาเล่าให้ฟังอีกครับ
ต่อภัสสร์ ยมนาค
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

