บุคคลแนวหน้า : 7 พฤศจิกายน 2569 (คชสีห์)

nn แนวหน้าหนังสือพิมพ์คุณภาพ ทุกบรรทัดคือสาระและข้อเท็จจริง
...nn กระแสข่าวการเมืองในรอบสัปดาห์นี้ยังไม่มีอะไรเข้มข้น หลังจากถูกข่าว “บุ๋ม-ปนัดดา” กลบกระแสไปหมด
...nn กระนั้น ความเคลื่อนไหวการเมืองที่ดูจะโดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็นประเด็นที่สภาฯอาจจะออกระเบียบ คุมเข้ม35 กมธ. และข้อกล่าวหา “ระบอบน้ำเงินกินรวบ”
...nn ทั้งนี้ ประเด็นเริ่มจาก “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกระเบียบและหนังสือคุมเข้มการใช้อำนาจของ35 คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ในการเรียกบุคคลเข้าชี้แจงโดยระบุว่าต้องผ่านมติของที่ประชุมคณะกรรมาธิการเท่านั้น
...nn ฉับพลันก็มีปฏิกิริยาจากฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคประชาชน ออกมาวิจารณ์ว่าเป็นการตัด “อาวุธ” หรือลดอำนาจการตรวจสอบของฝ่ายค้าน และพยายามเชื่อมโยงว่าเป็นพฤติกรรม “กินรวบ” ของพรรคภูมิใจไทย
...nn “นายกฯอนุทิน” ออกมาปฏิเสธกระแสวิจารณ์ดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการดำเนินงานตามกฎหมายและระเบียบภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่ได้มีเจตนาครอบงำสภา
...nn “นายกฯ อนุทิน” ยังย้ำถึงคำว่า “น้ำเงินกินรวบ” ด้วยว่า “ไม่รู้จักคำนี้”
...nn เราทำหน้าที่ของเราไม่มีกินรวบอะไรทั้งสิ้น และคำว่าน้ำเงินพวกผมก็ไม่ได้เป็นสมาชิกตรงนั้น เราทำหน้าที่เป็นรัฐบาลมีหน้าที่ภายใต้รัฐธรรมนูญ และได้รับฉันทานุมัติและความไว้วางใจจากประชาชนให้มาบริหารประเทศ ก็ทำหน้าที่บริหารประเทศภายใต้ความรับผิดชอบที่เรามีทุกคนอย่างเต็มที่
... nn ขณะที่คนสำคัญของเรื่องอย่าง “ประธานฯโสภณ” ถึงกับต้องออกจดหมายเปิดผนึก ชี้แจง 5 ข้อ โดยสรุปได้ยืนยันว่า ไม่ได้เป็น “เผด็จการ”
...nn “ภราดร ปริศนานันทกุล”รมต.ประจำสำนักนายกฯ ยืนยันว่า ระบอบน้ำเงินจริงๆ มันไม่มี ตัวนายกรัฐมนตรี หรือหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็ได้บอกไปแล้วว่า ระบอบน้ำเงินไม่มี มีแต่พรรคสีน้ำเงิน และตนได้พูดมาโดยตลอดว่า ระบอบสีน้ำเงินเป็นเพียงวาทกรรม วันนี้ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดบ่อยๆ เพราะเป็นการ โหมโรงก่อนที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่เรียกว่าบันเทิงธิปไตย จึงคิดว่าช่วงนี้เป็นการโหมโรงของเขา ก่อนที่จะไปถึงละครที่เขาจะไปทำการแสดงในวันที่ 7-11 ธันวาคมนี้ พร้อมย้ำว่าไม่มีระบอบสีน้ำเงิน
...nn ศึกการเมืองจะกลับมาร้อนอีกทีในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจระหว่างวันที่ 7-11 ธันวาคมนี้ แต่ช่วงนี้รัฐบาลอาจจะต้องจับตาม็อบ “กำนันมะโน” อย่างใกล้ชิด
...nn ม็อบ “กำนันมะโน” หรือ นายมะโน เครือแก้ว กำนันตำบลกระบี่น้อย จังหวัดกระบี่ ในนามกลุ่มแนวร่วมปฏิวัติประชาชนปกป้องแผ่นดิน (นปผ.) ได้นำคาราวานรถยนต์เคลื่อนขบวนออกจากภาคใต้ตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เพื่อเดินทางเข้ากรุงเทพฯ และปักหลักชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีรายงานว่าได้เตรียมที่จะดีเดย์เปิดเวทีปราศรัยใหญ่หน้าทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 8 พฤศจิกายน เพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลอย่างเป็นทางการ
...nn ข้อเรียกร้องหลัก คือลดราคาน้ำมันดีเซลทันที 10 บาทต่อลิตร, เร่งแก้ไขปัญหายาเสพติดที่แพร่ระบาดอย่างหนัก และแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ สินค้าเกษตรตกต่ำ ปัญหาที่ดินทำกิน ตลอดจนประเด็นการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
...nn อย่างไรก็ตาม มีรายงานด้วยว่า อาจจะมีกลุ่มมวลชนจากภาคอื่น เช่นกลุ่มจากโคราช ซึ่งมีเป้าหมายต้านเหมืองโปแตชและโรงไฟฟ้าขยะเตรียมเดินทางมาสมทบด้วยเช่นกัน
...nn “คชสีห์” ขออนุญาตไม่ประเมินว่าม็อบนี้จะจุดติดหรือไม่? แต่จับสังเกตจากท่าทีของรัฐบาล ปรากฏว่าไม่ยี่หระใดๆ ทั้งสิ้น โดยระบุว่าเป็นสิทธิในการแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตยขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและตำรวจคอยติดตามดูแลความสงบเรียบร้อยตลอดเส้นทาง
...nn ขณะที่ในอีกมุมหนึ่งกลับปรากฏว่ามีการตั้งคำถามเบื้องหลังการก่อม็อบในครั้งนี้ มีพรรค
ฝ่ายค้านเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่?
...nn ตบท้ายสุดสัปดาห์นี้กับวาทะของ “นายกฯอนุทิน”เกี่ยวกับมูลนิธิ “ใครที่ทำสาธารณกุศลอย่างชัดเจนมีเจตนาที่ดี พวกเราก็อนุโมทนาสาธุ ยินดีไปกับเขาด้วย ขอให้มีความสุขความเจริญ แต่ถ้าเราเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมแบบไทยๆ ใครที่ไปเอาเงินทำบุญ เงินบริจาค ใช้ไม่ถูกวัตถุประสงค์ก็จะต้องมีอันเป็นไปทั้งกรรมจะกฎแห่งกรรมและกรรมที่เกิดจากการทำกฎหมาย ก็ต้องว่ากันไปใครที่มาเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ก็ควรที่จะต้องปฏิบัติตามแนวทางที่ถูกต้อง จะไม่มีการแก้ตัว จะหยิบยืมมาใช้ส่วนตัวไม่ได้ แม้ว่าเราจะมีอำนาจในการกำกับดูแลเงิน ลงนามแทน ซึ่งมูลนิธิก็เปรียบเสมือนนิติบุคคล ใครบริจาคเงินมา แล้วช่วงนี้เราช็อตเอาไปผันใช้อย่างอื่นแล้วเอามาคืน แบบนี้ก็ไม่ได้ในการเป็นมูลนิธิหรือองค์กรสาธารณกุศล”...nn
คชสีห์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

