รุทธพล โยน กกต.-ดีเอสไอ แจงคดีฮั้ว สว. ย้ำไม่ก้าวก่ายสำนวน

“รุทธพล” โยน กกต.-ดีเอสไอ แจงคดีฮั้ว สว. ย้ำไม่ก้าวก่ายสำนวน ปัดตอบจำนวนผู้ต้องหาDSIใกล้เคียง 229 รายหรือไม่ พร้อมยืนยันไม่ก้าวก่ายการทำงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ยันดีเอสไอไม่ปักธงเล่นงานพรรคประชาชน
วันที่ 20 สิงหาคม 2569 ที่อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะกรุงเทพฯ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งเข้าสู่ช่วงสำคัญ หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมสรุปสำนวนกรณีผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย ประกอบด้วยนักการเมืองและสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบัน ทั้งนี้ ย้ำว่าการพิจารณาคดีต้องเป็นไปตามอำนาจหน้าที่และพยานหลักฐานของแต่ละหน่วยงาน
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ดีเอสไอได้ดำเนินการสอบสวนในบางส่วน และมีการสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการคดีพิเศษ แต่ต่อมามีการส่งสำนวนกลับมายังดีเอสไอ ขณะที่ กกต. เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบคดีในส่วนดังกล่าว จึงขอให้สอบถามรายละเอียดจาก กกต. โดยตรง
ส่วนกรณีคณะวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ระบุว่าไม่เคยได้รับพยานหลักฐานเกี่ยวกับเส้นทางการเงินเข้ามาสู่ชั้นตรวจสอบนั้น รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียด และไม่ขอให้ความเห็นว่ากระบวนการของ กกต. จะสามารถให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวหาได้หรือไม่ โดยเชื่อว่าแต่ละหน่วยงานมีการแบ่งหน้าที่ตามกรอบอำนาจ และพิจารณาจากพยานหลักฐาน
กรณีสำนวนดีเอสไอในข้อหาอั้งยี่และฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับ สว. ซึ่งก่อนหน้านี้มีการสั่งฟ้อง 8 ราย ก่อนอัยการคดีพิเศษส่งสำนวนกลับมา และมีรายงานว่าอาจมีการพิจารณาสั่งฟ้องเพิ่มเติมนั้น พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า รายละเอียดต้องสอบถามดีเอสไอโดยตรง เพราะตนในฐานะรัฐมนตรีไม่สามารถลงลึกถึงจำนวนผู้ต้องหาที่จะถูกดำเนินคดีได้ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า หนังสือของอัยการคดีพิเศษที่ส่งกลับมายังดีเอสไอ ระบุให้ต้องนำผลการพิจารณาของบอร์ด กกต. ซึ่งจะวินิจฉัยว่ามีผู้ใดเข้าข่ายดำเนินคดีบ้าง มาประกอบการพิจารณาสำนวนของดีเอสไอด้วย
ส่วนกรอบเวลาการสรุปสำนวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. จะใกล้เคียงกับกรอบเวลาที่ กกต. สรุปสำนวนหรือไม่นั้น
รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ขอให้สอบถามดีเอสไอ เนื่องจากไม่สามารถลงรายละเอียดหรือก้าวก่ายการทำงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ไม่ก้าวก่ายหลักฐาน “พริษฐ์-ไอลอว์” เปิดข้อมูล
สำหรับกรณีนายพริษฐ์ วัชสินธุ์ หรือ “ไอติม” รองหัวหน้าพรรคประชาชน และเพจ iLaw เดินหน้าเปิดเผยข้อมูลเส้นทางการเงินและพยานปากสำคัญในคดีฮั้ว สว. ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจอยู่ในสำนวนดีเอสไอนั้น พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายรายละเอียดภายในสำนวนได้ พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. เนื่องจากเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมและไม่ได้เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรี พร้อมกันนี้ยืนยันว่า การดำเนินคดีของดีเอสไอไม่ได้มีเป้าหมายหรือปักธงว่าพรรคประชาชนจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ทุกอย่างต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานที่ปรากฏ
ส่วนกรณีนายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ซึ่งดีเอสไอเชิญชี้แจงกรณีถือครองอสังหาริมทรัพย์แทนคนต่างชาติ พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่า จากข้อมูลที่ปรากฏในข่าวพบว่า เรื่องดังกล่าวมีสื่อท้องถิ่นร้องเรียนมาเป็นเวลานานแล้ว
ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.รุทธพล เคยเปิดเผยว่าพบเส้นทางการเงินเพิ่มเติมของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือ “สส.ป้อม” ในคดี Forex จำนวน 33 ล้านบาท ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าเชื่อมโยงกับบริษัทสปาร์ก ดิจิทัล จำกัด เช่นเดียวกับเส้นทางเงิน 28 ล้านบาทก่อนหน้านี้หรือไม่นั้น รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ขอให้สอบถามดีเอสไอ เนื่องจากตนไม่ทราบรายละเอียดว่าเส้นทางเงินดังกล่าวเชื่อมโยงกับบริษัทใด โดยข้อมูลที่กล่าวถึงเป็นเพียงการรายงานเบื้องต้นเท่านั้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

